สู้...เพื่อวันข้างหน้า
“หญิง” วัย 45 ปี อาศัยอยู่ที่หมู่ 8 บ้านโคกกอ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นผู้พิการจากการประสบอุบัติเหตุ เมื่อปี 2543 เธอมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ จ.อุดรธานี ได้มาแต่งงานอยู่กินกับสามีที่บ้านโคกกอ ม.8 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีบุตรด้วยกัน 2 คน บุตรชาย 1 คน อายุ 25 ปี และบุตรสาว 1 คน อายุ 23 แต่งงานมีครอบครัวแล้วได้ไปอยู่กินกับสามีที่ อ.นาทวี จ.สงขลา บ้านของเธออาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 คน เมื่อเธอได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน สมองของเธอได้รับความกระทบกระเทือนอย่างมากจนมีอาการทางสมอง และได้ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา แพทย์ทำการผ่าตัดสมองเนื่องจากสมองบวมแล้วได้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาเป็นระยะเวลา 3 เดือน จากนั้นทางโรงพยาบาลศูนย์ยะลาได้ส่งตัวกลับมาพักรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี ใช้เวลาในการพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานีเป็นเวลา 1 ปี เมื่ออาการดีขึ้นทางโรงพยาบาลปัตตานีได้อนุญาต
ให้มารับการดูแลต่อที่บ้าน โดยมีแม่ของเธอเป็นผู้ดูแลซึ่งแม่ของเธอก็เดินไม่ค่อยสะดวกเพราะปวดเข่ามากและมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ส่วนพ่อของเธอได้เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ลูกๆของเธอก็ได้แยกย้ายไปอยู่กับครอบครัวของตนเอง ส่วนสามีของเธอก็ได้เลิกรากับเธอหลังจากที่เธอประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เธอเป็นผู้พิการที่นอนติดเตียงตลอดเวลาโดยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย เธอพูดไม่ได้ มีแต่เสียงอ้อแอ้ในลำคอของเธอเท่านั้น ระบบขับถ่ายทั้งปัสสาวะและอุจจาระ เธอไม่สามารถควบคุมได้ เธอต้องใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ใส่เพื่อรองรับการขับถ่ายของเธอ เธอสามารถรับรู้การพูดจาจากคนอื่นได้โดยการแสดงสีหน้าและแววตาของเธอ แม่ของเธอได้ดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ใน 1 ปีต่อมาแขนซ้ายของเธอเริ่มเคลื่อนไหวได้โดยเธอสามารถยกแขนข้างซ้ายของเธอมาวางบนศีรษะ แล้วยกลง ส่วนขาซ้ายพับงอได้เล็กน้อยการรับประทานอาหารแต่ละมื้อแม่ของเธอเป็นคนป้อนให้ เพราะเธอไม่สามารถที่จะหยิบจับอาหารเข้าปากเองได้ แม่ของเธอเป็นคนทำกิจวัตรประจำวันให้เธอทุกอย่าง ทั้งเรื่องหุงหาอาหารมาให้เธอรับประทาน เรื่องการเปลี่ยนผ้าอ้อม การอาบน้ำ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในบ้านมาจากเงินช่วยเหลือผู้พิการ 500 บาท เงินผู้สูงอายุ 500 บาท และเงินจากการจ้างงาน 4,500 บาทจากน้องชายของเธอแต่ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ไม่เพียงพอกับรายจ่าย แม่ต้องรับจ้างเพื่อหารายได้เล็กๆน้อยๆ เพื่อนำมาเป็นทุนในการซื้ออาหาร
ในการเยี่ยมบ้านในแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่ ก็จะซื้อของมาฝากให้เธอทุกครั้ง เธอดีใจมากเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่มาเยี่ยม แม่ของเธอก็ได้พูดกับเจ้าหน้าที่เสมอๆ ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วย และทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ประสานงานกับทาง
ศูนย์เยียวยาฟื้นฟูสุขภาพจิตและกายภาพบำบัดโรงพยาบาลหนองจิก เพื่อขอความช่วยเหลือซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมา โดยการจัดทีมงานเยี่ยมบ้าน ประกอบด้วย นักกายภาพบำบัด ทีมจิตเวช เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องสุขภาพและยังมีแพทย์แผนไทยของ รพ.สต.บ้านทุ่งนเรนทร์ ออกเยี่ยมบ้านเพื่อไปนวดคลายเส้นให้กับเธอทุกวันพุธของทุกสัปดาห์ ครั้งนี้โชคชะตาเข้าข้างครอบครัวนี้แล้ว ที่มีโครงการพยาบาลน้องใหม่ หัวใจรักบ้านเกิด จากโอสถสภา เข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนอาชีพเสริม ให้น้องชายผู้ป่วย ซึ่งเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งการช่วยเหลือครั้งนี้หวังว่าจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของครอบครัวนี้ดีขึ้น และทางเทศบาลยังช่วยออกแรงซ่อมแซมไฟฟ้าที่เก่าทรุดโทรมเต็มที ให้กับครอบครัวนี้ด้วย การร่วมกันช่วยเหลือผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสในสังคมเป็นการช่วยเหลือที่ดีไม่น้อย คนเรายังมีกิจกรรมที่ได้ทำมากมายเพื่อสร้างความสุขให้กับตนเอง แต่เธอนอกจากไม่มีโอกาสแล้วยังไม่สามารถสร้างโอกาสเหล่านั้นได้เลย เธอต้องสู้ ต้องเข้มแข็ง ต้องไม่ท้อต่อความเป็นอยู่ของเธอ ปัจจุบัน นับ 12 ปีแล้วที่เราคงจะทราบ
ความรู้สึกนี้ เราต้องมอบกำลังใจให้แก่เธอให้เธอสามารถผ่านวิกฤตตรงนี้ไปให้ได้และต้องขอบคุณโอกาสที่ดีๆ จากท่าน ขอบคุณจริงๆ จากใจ
อังคณา วังทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (APN สาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต)
รพ.สต.บ้านทุ่งนเรนทร์ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี