ข้อดีอื่นของหมู่บ้านทูตโลกที่มักกะสัน (ตอน ๒)
ตอน ๑ ผมได้เสนอสร้างหมู่บ้าน (ทูตานุทูต) โลก ที่มักกะสัน พื้นที่การรถไฟ ๖๐๐ ไร่ ที่จะเอาสถานทูตทุกประเทศมารวมกันไว้ที่นี่ รวมทั้งกระทรวงการตปท. ของไทยเราเอง
ตอนนี้จะมาให้แนวคิดต่อว่าเรายังทำอะไรได้อีกมากเพื่อสันติสุขโลก ให้เป็นแบบอย่างแก่โลกใบนี้ ซึ่งจะทำให้ชื่อเสียงประเทศไทยกำจรจายไปทั่วโลก
เรื่องแรก (เสนอไว้แล้วในตอน ๑) คือ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมโลก โดยให้แต่ละประเทศมาจัดแสดงในพื้นที่ของตน (เรามีพื้นที่มาตรฐานให้ฟรี แต่ถ้าอยากใหญ่กว่านี้ต้องเสียเงินเพิ่มนะ) แบบนี้เด็กไทยเราได้เรียนรู้วัฒนะธรรมต่างชาติฟรีๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ
สอง...จัดตั้งโรงเรียนนานาชาติแห่งโลก เพื่อรองรับลูกๆ ของเจ้าหน้าที่สถานทูต โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน แต่จัดให้มีการสอนภาษาต่างชาติทุกภาษาในโลกด้วย สำหรับครู ก็เอามาจากเจ้าหน้าที่สถานทูตของแต่ละประเทศนั่นแหละ ทั้งนี้ให้มีโควตาให้นร.ไทยเราได้เข้าไปเรียนด้วย แบบนี้เด็กไทยเราได้เปรียบเด็กอื่นๆในโลก เนื่องจากได้มีเพื่อนจากทั่วโลก โดยไม่ต้องรวยขนาดเดินทางไปเรียนรอบโลก ..ก็โลกมาหาเราอยู่แล้ว ทำไมเราต้องเสียเงินเดินทางไปหาโลกด้วยเล่า
สาม...สมมติว่ามี ๑๐๐ ชาติ ดังนั้นทุกๆประมาณ ๓ วันก็จะเป็นวันชาติ ของแต่ละประเทศ เราก็สามารถจัดงานวันชาติของชาตินั้นๆ ได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสมานฉันท์กันแล้ว ยังจัดนิทรรศการพิเศษของชาตินั้นๆ เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยได้เปิดหูเปิดตา เรียนรู้วัฒนธรรมเชิงลึกของชาตินั้น (นอกจากที่มีในพภ. แล้ว) แถมอาจมีการแลกเปลี่ยน การค้าขาย ถ้าชาติเขาจัดงานโดยมีการแสดงสินค้าด้วย
สี่...เป็นการลดค่าใช้จ่ายของสถานทูตต่างชาติ ที่ไม่ต้องจัดการสถานที่ด้วยตนเอง ค่ายาม ซ่อมบำรุง ต่างๆ เพราะเราจัดให้หมด แบบเหมารวม (แน่นอนว่าเราเอาไปบวกในค่าเช่าอยู่แล้ว)
ทูตทุกชาติอยู่หมู่บ้านเดียวกัน จะจัดงานสังสรรค์ สนุกสนานกันอย่างไรก็สะดวกมาก (พวกนี้ชอบสังสรรค์อยู่แล้ว นอกจากวันชาติแล้วยังวันเกิดส่วนตัว วันเกิดมาดาม ลูกสาว ก็จัดกันเข้าไปให้สนุก โดยเราเองก็ต้องได้รับเชิญด้วยนะ ไปสอดแนมหาข่าวสานสัมพันธ์ไปด้วยในตัว)
ห้า...เราควรฉวยโอกาส จัดประชุมสภาหมู่บ้านโลกทุกเดือนเพื่อสรุป วิจารณ์ สถานการณ์โลก โดยไทยเราเป็นประธานการประชุม ซึ่งทูตเหล่านี้จะวิจารณ์สถานการณ์โลกให้เราฟัง ตามมุมมองของเขา แล้วก็จะมีการดีเบตกันจากฝ่ายตรงข้าม เรียกว่าเขาเถียงกันให้เราฟัง แบบนี้จัดวาระการประชุมให้ดี เราจะได้ข้อมูลดีๆ อีกมาก เพื่อมากำหนดนโยบายต่างประเทศของเรา
หก...แต่ละปี เราจัดกีฬาโลก เอาเจ้าหน้าที่มาแข่งกันในกีฬาต่างๆ สนุกสนานและได้การปรองดองระหว่างโลก เช่นบอลอาวุโสสี่ทวีป
เจ็ด...อย่าลืม world’s food festival จัดทุกปี เอาเป็นวันพืชมงคลก็ได้ รับรองว่าดังไปทั่วโลก คนที่มาออกร้านก็คือ จนท. สถานทูตนั่นแหละ
แปด...จัดให้มีเวทีสาธารณะของดนตรีโลก...ให้นักดนตรีฟอล์คทุกชาติมาแสดงทุกคืน เป็นการโฆษณาชาตินั้นๆ โดยเฉพาะในวันชาติของชาตินั้นๆ ซึ่งจะมีผู้ชมเนืองแน่น เพียงครอบครัวญาติมิตรทูตด้วยกันที่มาร่วมงานก็น่าจะเป็นพันแล้ว ยังคนไทยที่สนใจเข้าชมอีก
เก้า...ทูตแต่ละชาติจะรู้จักกันมากขึ้นกว่าระบบเดิมที่แยกกันอยู่ เช่น แค่วิ่งจ๊อกกิ้ง เจอกัน ทักทายกัน หยุดคุยกัน ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นความเป็นเพื่อนตลอดชีวิต โดยเราประเทศไทยจัดให้ แล้วเราจะได้รับประโยชน์ทางอ้อมแบบเหลือเชื่อ
เชื่อได้ว่ายังมีผลพลอยได้อีกมากหลาย ทั้งที่เราจัดให้โดยจงใจก็ได้ และที่มันมาเองโดยธรรมชาติ
...คนถางทาง (๒๒ มีนาคม ๒๕๕๖)
I think there will be a lot of nations taking (your) diplomatic village offer. But a number of countries will have to think hard to re-invest in building their diplomatic/intelligence infrastructures again.
The area can be blocked off and secured for diplomat community (creating a special zone) and a high value target for terrorism or a complex and continually costly security operation for Thailand's police department.
Canberra (Aus), Wellington(NZ), Washington DC (US) and many more cities have diplomat clusters (districts) by design and by chance. These places are really lovely to drive through and see -- a tourist attraction!