นานมากแล้วที่โลกของเราได้ถือกำเนิดขึ้นมา ซึ่งในนาทีแรกที่โลกถูกกำเนิดนั้นโลกก็ยังสร้างสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดอีกด้วย ล้ำค่าจนเราไม่สารถเปรียบเทียบราคามันได้เลย ซึ่งเราเรียกสิ่งที่โลกสร้างเป็นสิ่งแรกนั้นว่า "ทรัพยากรธรรมชาติ" นั้นเอง.......
'ทรัพยากรธรรมชาติ' ซึ่งแปลว่า สิ่งที่ธรรมชาติเป็นคนสร้างไม่ใช่มนุษย์สร้าง มีมากมายตั้งแต่ ต้นไม้ อากาศ ดิน และสิ่งอื่นๆอีกมากมาย ใช่ ยังรวมถึง "คน" อีกด้วย และถ้าหากไม่มี ทรัพยากรธรรมชาตินั้น จะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนสิ่งแรกที่จะเกิดเลยคือ ถ้าในสมัยก่อน ก่อนที่จะมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นซะอีก ถ้าไม่มีธรรมชาติละก็สิ่งที่มีชีวิตในปัจจุบันก็คงไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ใช่ บางทีอาจจะสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลกอาจไม่เกิดเลย ถ้าไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ เพราะอะไรนะเหรอ คำตอบก็คือ มนุษย์ และ สิ่งมีวิตอื่นๆ จำเป็นที่ต้องมีทรัพยากรธรรมชาติ เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเอง เชื่อได้เลยว่า บนโลกนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตสิ่งไหน ที่ไม่พึ่งธรรมชาติ แน่นอน ไม่มีแม้แต่สิ่งเดียวที่จะไม่มีพึ่งพาธรรมชาติ........
ดังนั้น ในปัจจุบันจึงมีอีกคำที่เราได้ยิน นั้นก็คือคำว่า "ระบบนิเวศ" ระบบนิเวศคืออะไรนะเหรอ ระบบนิเวศก็คือ ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตหนึ่งกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งแวดล้อมนั้นอาจเป็นสิ่งที่มีชีวิต หรือ ไม่มีชีวิตก็ได้และที่สำคัญคือ ต้องอยู่ในแหล่งชุมชนเดียวกันด้วย ไม่ต้องไปต่างประเทศหรอก เอาในไทยเนี่ยแหละ อากาศในฤดูร้อน ก็ร้อนมาก พอหนาวก็หนาวมาก หรือ ฝนตก ก็ตกจนพวกเรากลัวกันตัวสั่น เพราะอะไรนะเหรอ คำตอบก็คือ เราทำลายทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไปแล้ว ซึ่งที่กล่าวมา คือ ร้อนเกินไป ฝนตก หนาวมากเกินไป สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็น "ผลกระทบที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ"และแล้วมนุษย์ก็ยังไม่กลัวต่อผลกระทบเหล่านั้น พวกเขาก็พยายามทำลายต่อไป ตัดไม้ทำลายป่ากันต่อไป ไม่รู้ว่าจะอวดร่ำ อวดรวยกันไปทำไม ก่อนที่จะตัดให้ลองนึกถึงว่า ถ้าเด็กคนหนึ่งป่วยเป็นโรคที่รุนแรงมากต้องใช้ยาจากกิ่งจากต้นไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งกิ่งไม้นั้นต้องเอามาจากต้นไม้ที่เราตัดไปนะแหละ แล้วจู่ๆมันก็หมดไปเพราะเราตัดมันไป และแล้วผลสรุปก็คือ เด็กคนนั้นก็ต้องตายอย่างทรมาน เพียงแค่ความเห็นแก่ตัวของคน ไม่คิดถึงส่วนรวม ทุกคนสิ่งที่ทำไปล้วนแต่เป็นการทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น ไม่ได้ทำเพื่อคนอื่นแต่อย่างใด ไม่ได้ทำเพื่อคนอื่นเลยแม้แต่นิดเดียว.....
ทุกวันนี้ ทรัพยากรธรรมชาติ ถูกทำลายลงมาก ถูกมนุษย์ทำลายไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด จนบางทีโลกของเราอาจจะร่ำไห้อยู่ และพูดว่า 'อุตส่าห์สร้างสิ่งดีๆให้แล้ว ทำไมมนุษย์กลับไม่ยอมรับสิ่งดีๆเหล่านั้นแค่ไม่รับยังไม่ว่า กลับมาทำลายสิ่งดีๆเหล่านั้นอีก' ซึ่งสิ่งดีๆเหล่านั้นก็คือ ทรัพยากรธรรมชาติ ที่เราทำลายไป มนุษย์เรากลับตอบว่า 'อุ๊ย ไม่เป็นไรสมัยนี้เขามีเครื่องนู้น เครื่องนี้แล้ว ถ้าขาดทรัพยากรธรรมชาติ เราก็ประดิษฐ์เอาใหม่ได้ ง่ายจะตาย' สรุปแล้วนั้นคือการเชื่อตัวเอง เชื่อมากจนบางทีอาจจะบ้าคลั่งตายไปเลยก็ได้........
เพราะฉะนั้น การทำลายทรัพยากร ธรรมชาติ มันดีนักหรือไง ถ้าเราไม่หายใจ ไม่กินข้าว ค่อยว่าไปอย่าง ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็ไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติก็ได้ อยากทำลายก็ทำอะไรก็เชิญทำไปเลย จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาแก้ปัญหามากมายราวกับภูเขาที่ตั้งอยู่ ซึ่งปัญหามากมายนั้นแทบไม่ต้องอ่านเลย สามารถสรุปปัญหาได้เลยว่าทันทีว่า "ธรรมชาติ ถูกทำลายที่นี่ ต้องรีบแก้ด่วน" เป็นปัญหามาตั้งนานมากแล้ว ซึ่งปัจจุบันเราก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งหนทางที่แก้ไขนั้นก็คือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ถามว่าทำไมเราจึงต้องมาอนุรักษ์ ธรรมชาติ ก็เพราะเรายังต้องพึ่งพา ธรรมชาติเหล่านั้นอยู่ และเพื่อการนั้น เราต้องให้ธรรมชาติเหล่านั้นคงอยู่ไม่ให้หายไปจากโลกนี้ ซึ่งบางทีตอนที่โลกกำเนิดใหม่ โลกอาจจะคิดแบบนั้นก็ได้ จึงสร้างทรัพยากณธรรมชาติขึ้นมา และสร้างมนุษย์ให้มีความผูกพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติ......
สิ่งที่กล่าวว่า ความสัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติ นั้นก็คือ ระบบนิเวศ ซึ่งสิ่งมีชีวิต ที่อยู่บนโลกก็มีบทบาท และหน้าที่แตกต่างกันออกไปในระบบนิเวศ ซึ่งเรา สามารถจำแนกบทบาทและหน้าที่เหล่านั้นเป็น 2 จำพวกคือจำพวกที่ 1 เรียกว่า "เหยื่อ"..... คำว่าเหยื่อนี้ เป็นอีกคำหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันดี ซึ่งไม่ว่าใครก็ไม่อยากเป็นเหยื่อ ซึ่งเหยื่อนั้นหมายถึงสิ่งที่ถูก "ผู้ล่า" กินเข้าไปนั้นเอง สรุปแล้ว บทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศมี 2 พวกคือ ผู้ล่า กับเหยื่อ ซึ่งชะตากรรมได้กำหนดให้ "พืช" เป็นเหยื่อที่มากที่สุด และสัตว์ เป็นกลายผู้ล่าไปโดยปริยาย.......
เราอาจจะสังเกตได้ว่า นอกจากสิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์กับสิ่งที่มีชีวิตแล้ว ยัง เกี่ยวพันธ์กับ สิ่งที่ไม่มีชีวิตอีก ไม่ว่าจะเป็น ดิน แสง อากาศ หรือน้ำ ซึ่งถ้าโลกนี้ไม่มี 4 อย่างนี้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตคงตายไปหมดแล้ว และแน่นอนทรัพยากรธรรมชาติ ก็ต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้ด้วยเช่นกัน....
เราจะสามารถสังเกตได้เกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิตจาก ต้นไม้ปลูกในที่ที่แตกต่างกันออกไปคือ ต้นที่หนึ่งเมล็ดปลูกในดินที่ให้แสงแต่ไม่ให้น้ำ ต้นที่สองเมล็ดปลูกในดินให้น้ำให้แสง ต้นและที่สาม เมล็ดปลูกในดินให้แต่น้ำไม่ให้แสง และรอ.....รอ..... ซึ่งผลปรากฏก็ออกมา คือ เมล็ดที่ปลูกในที่ที่สองจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุด เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะ ถ้าให้แต่แสงอย่างเดียวพืชก็จบชีวิตลงเพราะขาดน้ำ หรือให้แต่น้ำอย่างเดียวก็จบชีวิตเช่นกันเพราะขาดแสงแดด นี่แหละเรียกว่า ความสัมพันธ์ของ สิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต.......
อากาศก็เช่นเดียวกัน ถ้าพืชไม่มีอากาศหายใจก็ตายเหมือนกับมนุษย์ ซึ่งบางทีเราอาจจะเข้าใจอะไรผิดๆ ในเรื่องของการหายใจของพืช ก็คือ พืชหายใจตอนกลางคืน ไม่ใช่ตอนกลางวัน ซึ่งถ้าเป็นกลางวันก็จะเป็นการสังเคราะห์แสง แต่ตอนกลางคืนจะเป็นการหายใจที่แท้จริง ซึ่งตอนกลางวันที่ต้องสังเคราะห์แสงก็เพราะพืช ต้องการอาหารเหมือนกับมนุษย์ ซึ่งพืชจะเอาก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์(Co2) เข้าไปในใบ และน้ำ (H2O) เข้าพร้อมๆกับเอาแสงจากดวงอาทิตย์ (แสงขาว) เอาเข้าไปในใบ พร้อมๆกับ นำสารคลอโรฟิวล์ ซึ่งภายในคลอโรฟิวล์จะมีคลอโรพลาสต์อยู่ และก็ทำกระบวนการสังเคราะห์แสง ซึ่งอาหารก็เสร็จจนได้ อาหารก็คือ แป้งนั้นเอง พืชจะแบ่งแป้งออกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายหนึ่งใช้ทันทีกับอีกฝ่ายหนึ่งจะเก็บไว้ใช้ในตอนกลางคืน
ซึ่งแน่นอน พืช ดีต่อเราขนาดนี้ อาจจะจัดได้เลยว่า พืช เป็นบุพพการีคนที่3 เลยก็ว่า เพราะให้ชีวิตกับเรา พอเราเกิดมาพืชก็สร้างอากาศให้เราหายใจ ให้เรามีชีวิตยืดต่อไป ให้น้ำ ให้อาหาร แทบจะบอกได้เลยว่าพืชให้ทุกสิ่งทุกอย่างเลยก็ว่าได้ แต่แล้ว เรา ก็ทรยศต่อพืช ทำลายทรัพยากรธรรมชาติทุกวัน ลองคิดซิว่า พืชจะเจ็บปวดขนาดไหน เมื่อเราอกตัญญูต่อพืช และฆ่าพืชให้ตายอย่างเจ็บปวดทรมาน..........
ดังนั้น ก็จงรู้ไว้เถิดว่า มนุษย์อย่างพวกเราฆ่าและทำลายทรัพยากรธรรมชาติมากมายขนาดนี้ ความเศร้าของทรัพยากรธรรมชาติที่ตายไปมากมายกว่ามนุษย์หลายเท่านัก ยิ่งเราทำลายมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งทรมานมากขึ้นเท่านั้น ปวดใจทรมานไปจนตาย เพราะเราขาดอาหาร ขาดอากาศ ขาดน้ำ เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังไม่สายเกินไป เราหันมา อนุรักษ์และส่งเสริมทรัพยากรธรรมชาติกันดีกว่า อย่ามานั่งเสียใจในภายหลังเลยมันทรมานยิ่งนัก........