หลายวันก่อนผมต้องไปปรึกษาหารือกับพี่หรอย รุ่นพี่ในทีมงานไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชนที่บ้าน (ตลอดแม่ขรี อ.ตะโหมด) ก็ออกมานั่งคุยกัน จิบน้ำชากันตอนค่ำ ใกล้ ๆ บ้านของพี่เขานั่นแหละ ลูกพี่หรอยคนน้อง ชื่อน้องแป้ง อายุราว 6-7 ขวบ ก็มาเกาะขาพ่อเขาแล้วพูดทำนุ้ย (อ้อน) ว่าจะขอซื้อตุ๊กตา เราก็หยุดฟังน้องแป้งด้วยความสนใจ เพราะก่อนหน้าเห็นแล้วว่าน้าของน้องแป้งให้เงินแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเท่าไหร่ ดูท่าทางเขาจะไม่ยอมไปซื้อเอง แต่จะให้พ่อไปซื้อให้ หรือพ่อเอาเงินให้เขาไปซื้อก็ได้
          พี่หรอยพูดกับลูกว่า “ถ้ามีเงินเองก็อนุญาตให้ซื้อได้”
          น้องแป้งก็บอกว่า “มีแต่ไม่พอ”
          ผมเลยถามแทรกไปว่าแล้วน้องแป้งมีเท่าไหร่แล้ว “มี 20 บาท” น้องแป้งตอบ
          ผมถามต่อว่า “แล้วตุ๊กตาราคาเท่าไร”
          น้องแป้งบอกว่า “ก็ 20 บาท”
          พี่หรอยเลยพูดต่อว่า “แล้วทำไมไปไม่ซื้อล๊ะ”
          น้องแป้งตอบทันทีแบบคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว “อ้าวซื้อก็ของน้องแป้งหมดพอดี”
          รู้ปัญหาแล้วล๊ะท่าน พี่หรอยเลยยื่นข้อเสนอให้ไปว่า “งั้นเรามาออกคนละครึ่งกัน”
          น้องแป้งหยุดคิดนิดนึงแล้วตอบว่า “ได้ แล้วเอาเงินวิ่งข้าถนนไปซื้อตุ๊กตาตัวที่หมายปองไว้
          ได้แล้ววิ่งกลับมาบอกว่า “พ่อ แม่ค้าลดให้ 5 บาท” “แป้งได้อีก 5 บาท”
          พี่หรอยบอกว่า “5 บาท พรือ! (ที่ไหน) ทั้งหมดเป็นกำไรของแป้งคนเดียว ไม่ใช่ทำไหรเป็นสักหีด (ยังทำอะไรไม่ได้ หมายถึงยังเด็ก แต่เป็นการพูดแบบประชด)
     ผมอดขำน้องแป้งไม่ได้ นี่ขนาดอยู่อนุบาล 3 นะ โตขึ้นจะเขาจะคิดกี่ตลบ”