เหมือนภาพตัดในความต่างที่ศิลปินโนเนมมิได้ตั้งใจจะวาดเข้าด้วยกัน

..ปู้.ปี๊..ปู้.ปี๊ .......ปู้.ปี๊..ปู้.ปี๊....!   เสียงแหลมๆ สกิดแก้วหูในวันวุ่นๆ ใจกลางเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ อย่างอ่าวนาง  ภาพเด็กชายผมเกรียนขายไอติมกับมอเตอร์ไซค์พ่วงที่ต่อขื้นแบบหยาบๆก็ผ่านเข้ามา  ถังไอติมสเตนเลสบุบบู้บี้ สีออกหม่นๆบอกเป็นนัยๆว่านี่คือ"สมบัติของพ่อ"  สมบัติที่ยากที่จะคาดเดาได้ว่าผู้เป็นลูกรับมันมาด้วยความ "ภูมิใจ" หรึอ "กล้ำกลืน"

        กระป๋องพลาสติกเกรดต่ำสีใสวางเรียงราย หลายใบ หลายขนาด พอจะมองเห็นได้ว่า วันนี้มีเครื่องปรุงอะไรบ้าง ลูกชิดแสนหวาน ข้าวเหนียวนึ่งกะทิ ถั่วลิสงคั่ว หรึอจะเป็น มันเชื่อมชิ้นขนาดลูกเต๋าก็มี "ถ้วยเล็กใส่ทุกอย่างห้าบาท" ดูจะเล็กเกินไปสำหรับผู้ที่ชื่นชอบไอติมกะทิสดสไตล์บ้านบ้าน แต่ก็คุ้มค่าสำหรับเหรียญห้าที่หนักกระเป๋ามาครึ่งวัน   ไม่ห่างกันนัก ตู้ไอติมวอลล์สีสันสดใสสดุดตารายล้อมไปด้วยเด็กๆหัวดำหัวแดง ทั้งลูกฝรั่งลูกไทย เป็นภาพที่ชินตาของที่นี่        

เด็กชายหันมองตู้ไอติมวอลล์หลากสีใบนั้น แล้วหันกลับมาด้วยสายตาที่ไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆออกมาให้เห็นเลย ชวนให้สงสัยยิ่งนักว่า " เขาคิดอะไร..? "  เป็นฉากเล็กๆ ในเมืองวุ่นๆที่แทบไม่มีใครสนใจ

ปู้.ปี๊..ปู้.ปี๊.......ปู้.ปี๊..ปู้.ปี๊.......... เสียงแตรลมชนิดมือบีบดังขึ้นอีกครั้ง แล้วค่อยๆเบาลง.. และหายไป

         เสียงสกิดหูหายไปนานแล้ว แต่ภาพที่สกิดใจยังคงอยู่ กับคำถามที่เด็กชายคนนั้นคงไม่มีวันย้อนกลับมาตอบให้หายข้องใจว่า " เขาคิดอะไร "