ดิฉันได้รับการเชิญให้ไปลปรรในฐานะคุณเอื้อที่เพิ่งจะผ่านการประเมินคุณภาพ     ดิฉันรู้สึกว่าการเป็นคุณเอื้อที่สำคัญที่สุดอยู่ที่การบริหารความแตกต่างของคนในองค์กรว่าจะทำให้เกิดการsynergyได้อย่างไร     ดิฉันมีผู้บริหารหลายคนที่แตกต่างกันแต่ตั้งใจและทำงานเก่งทั้งสองคนแต่เวลาสื่อสารกันมักจะเกิดอาการสติหลุดบ่อยๆซึ่งถ้าดิฉันไม่สามารถควบคุมตัวเองไปเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นข้อที่จะพัฒนาทำให้แทนที่จะทำตัวเองเป็นผู้แก้ปัญหากลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดปัญหาซะเองทำให้น้องๆเกิดความไม่สบายใจ

ที่บ้านดิฉันคาดหวังที่จะให้สามีใจดีเวลาขับรถไม่ไปแซงคนอื่นบ่อยๆและคิดว่าคุณทำบุญบ่อยมากๆทำไมไม่ทำบุญกับคนที่ขับรถร่วมทางนะ     ดิฉันเวลาขับรถมักจะยอมให้คนไปก่อนหรือใครที่ขวางทางก็สามารถรอได้โดยไม่รู้สึกขัดใจแต่       สามีจะตรงข้ามคือทนไม่ได้ทำให้เราขัดแย้งกัน        แต่ดิฉันมักจะยอมโดยคิดขัดใจว่าเธอทำไมคิดแบบนี้นะ    ทำบุญกันไปทำไมกัน(คิดในใจค่ะ)แค่นี้ก็ให้ไม่ได้   ดิฉันพยายามใช้สติกำหนดรู้ทำให้เห็นกิเลศว่าเรายังมีมากคือเรายังมีตัวเราของเราอยู่มาก

ศุกร์ที่ผ่านมามีเรื่องที่เราอยากให้ลูกน้องเป็นคนที่empowerคน      แต่ไม่ใช่ความเป็นตัวตนของเขา      ดิฉันก็อยากไปกำหนดอีกทำให้ดิฉันเกิดทุกข์     แต่วันนี้คิดได้แล้วทำให้โล่งใจไปมากขึ้น

ดิฉันต้องท่องแตกต่างแต่ไม่แตกแยกทั้งที่บ้านและที่ทำงานโดยกำหนดรู้ตามที่หลวงปู่ดูลย์ หลวงพ่อปราโมทย์และ  หลวงพ่อจรัญสอนค่ะ     พูดง่ายแต่ทำยากจริงๆนะคะ      มิน่าหลวงพ่อบอกว่าความดีนั้นต้องฝืนใจ(แทบตาย)