ความแตกต่างแต่ไม่แตกแยก

ธรรมะ

ดิฉันได้รับการเชิญให้ไปลปรรในฐานะคุณเอื้อที่เพิ่งจะผ่านการประเมินคุณภาพ     ดิฉันรู้สึกว่าการเป็นคุณเอื้อที่สำคัญที่สุดอยู่ที่การบริหารความแตกต่างของคนในองค์กรว่าจะทำให้เกิดการsynergyได้อย่างไร     ดิฉันมีผู้บริหารหลายคนที่แตกต่างกันแต่ตั้งใจและทำงานเก่งทั้งสองคนแต่เวลาสื่อสารกันมักจะเกิดอาการสติหลุดบ่อยๆซึ่งถ้าดิฉันไม่สามารถควบคุมตัวเองไปเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นข้อที่จะพัฒนาทำให้แทนที่จะทำตัวเองเป็นผู้แก้ปัญหากลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดปัญหาซะเองทำให้น้องๆเกิดความไม่สบายใจ

ที่บ้านดิฉันคาดหวังที่จะให้สามีใจดีเวลาขับรถไม่ไปแซงคนอื่นบ่อยๆและคิดว่าคุณทำบุญบ่อยมากๆทำไมไม่ทำบุญกับคนที่ขับรถร่วมทางนะ     ดิฉันเวลาขับรถมักจะยอมให้คนไปก่อนหรือใครที่ขวางทางก็สามารถรอได้โดยไม่รู้สึกขัดใจแต่       สามีจะตรงข้ามคือทนไม่ได้ทำให้เราขัดแย้งกัน        แต่ดิฉันมักจะยอมโดยคิดขัดใจว่าเธอทำไมคิดแบบนี้นะ    ทำบุญกันไปทำไมกัน(คิดในใจค่ะ)แค่นี้ก็ให้ไม่ได้   ดิฉันพยายามใช้สติกำหนดรู้ทำให้เห็นกิเลศว่าเรายังมีมากคือเรายังมีตัวเราของเราอยู่มาก

ศุกร์ที่ผ่านมามีเรื่องที่เราอยากให้ลูกน้องเป็นคนที่empowerคน      แต่ไม่ใช่ความเป็นตัวตนของเขา      ดิฉันก็อยากไปกำหนดอีกทำให้ดิฉันเกิดทุกข์     แต่วันนี้คิดได้แล้วทำให้โล่งใจไปมากขึ้น

ดิฉันต้องท่องแตกต่างแต่ไม่แตกแยกทั้งที่บ้านและที่ทำงานโดยกำหนดรู้ตามที่หลวงปู่ดูลย์ หลวงพ่อปราโมทย์และ  หลวงพ่อจรัญสอนค่ะ     พูดง่ายแต่ทำยากจริงๆนะคะ      มิน่าหลวงพ่อบอกว่าความดีนั้นต้องฝืนใจ(แทบตาย)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Dr.Achara bamras

คำสำคัญ (Tags)#ธรรมะ#แตกต่าง

หมายเลขบันทึก: 52817, เขียน: 01 Oct 2006 @ 12:00 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 16:01 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก


ความเห็น (4)

อ้อม
IP: xxx.157.42.84
เขียนเมื่อ 

ใช่ค่ะ ท่านผอ.ขา......การทำความดีที่เป็นการชำระล้างใจ นี่ค่อนข้างทำยาก  ถ้าไม่มีสติระลึกรู้เท่าทัน

ปัญหาเรื่องขับรถแซงกัน  อ้อมก็เคยเจอบางทีก็ชอบบีบแตรไล่   ใหม่ๆ ทำใจไม่ค่อยได้  โมโหทุกที  เพราะเป็นคนขี้โกรธ แต่หายเร็ว  

พอเจอบ่อยๆ เริ่มทำใจได้โดยคิดในแง่บวกว่า   เขาคงมีธุระ  จึงต้องรีบไป  และคิดว่าเอ๊ะ เรื่องแค่นี้ทำไหมถึงให้ไม่ได้ เหมือนที่ท่านผอ.คิดนั้นแหละ เหมือนทำบุญ ช่วยสงเคราะห์ผู้อื่น ให้ได้ความสะดวกสบายรวดเร็ว

ส่วนเราขับรถช้าเอง  ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. เวลากลับบ้านตจว.  เพื่อประหยัดน้ำมัน  เพื่อความปลอดภัย และ กลัวเสียเงิน  ถ้าเกิดขับไปชนใครเข้า  จึงระวังเรื่องนี้มาก  ทำให้กลายเป็นคนใจเย็นไปโดยไม่รู้ตัว

อาจารย์อัจฉรา

ที่สถาบันฯ โชคดีมีคนเก่งๆมากมาย เห็นได้จากบันทึก และการที่เป็นแหล่งรวมคนเก่งนี่เอง หากบรรยากาศการทำงานดี มองความแตกต่างเป็นความหลากหลาย 

เป็นเรื่องที่ดีครับ...และองค์กรนั้นจะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วที่สุด เป็นองค์กรเรียนรู้

ที่ทราบมา ที่ทำงานอาจารย์เป็นบรรยากาศที่มีความสุข การถ่ายทอดออกมาเป็นบันทึกของแต่ละท่านก็บอกได้อย่างนั้น งานหนัก..แต่มีสุข  

ให้กำลังใจอาจารย์ และ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ บำราศฯ ทุกท่านด้วยครับ 

จันทร์เมามายก็สุขในห้องยาอันแสนหวานของเขา ส่วนพี่เล็ก ศุภลักษณ์ ก็สุขในชุมชนชุดเขียว...ดีจังครับ 

joon.mrs
IP: xxx.11.170.95
เขียนเมื่อ 

   ละชั่ว   ทำดี   ทำใจให้ผ่องใส    

เรียนอาจารย์อัจฉราคะ

  • ชื่อของบันทึกคล้ายๆของครูอ้อยเลยค่ะ
  • เรียนเชิญอ่านที่นี่ค่ะ
  • แต่บันทึกของอาจารย์มีคุณค่ามากกว่าค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ