พระวิหารทับเกษตร  หรือ  พระระเบียงตีนธาตุ  เชื่อกันว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่  เมื่อ  พ.ศ.  2312  มีจุดเด่นสำคัญคืองานปูนปั้นประดับรอบ   สมัยทราวดี  ลพบุรี  สุโขทัย  และอยุธยา

ระเบียงรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์  มีความยาว ๑๘  วา  ๑  ศอก  ๑๕  นิ้ว  เท่ากันทั้ง  ๔  ด้าน  กว้างด้านละ  ๒  วา  ภายในวิหารทำเป็นซุ้มมีหัวช้างยื่นออกมา  สันนิษฐานว่าเป็นขื่อคานรับองค์พระเจดีย์  จำนวน  ๒๒  ซุ้ม  ซุ้มช้างยืนโผล่หัวในซุ้มด้านละ  ๖  ตัว  ยกเว้นทิศเหนือมี  ๔  ตัว(เพราะติดวิหารม้า)  เป็นลักษณะเฉพาะที่เชื่อกันว่ารับมาจากลังกา  สลับกับพระพุทธรูปปูนปั้นปางประทานอภัยลวดลายงดงามยืนในซุ้มเรือนแก้วด้านละ  ๗  องค์  ยกเว้นทิศเหนือ  มี  ๔  ซุ้ม  และยังมีพระพุทธรูปเรียงรายสวยงามทั้ง  ๔  ด้าน  คือ   ทิศเหนือมีพระยืน  ๑๕  องค์  พระนั่ง  ๗  องค์  ทิศตะวันออกมีพระยืน  ๑๔  องค์  พระนั่ง  ๙  องค์  ทิศตะวันตกมีพระยืน  ๑๑  องค์  พระนั่ง  ๑๐  องค์  และมีพระพุทธรูปปูนปั้น  ที่ชาวนิยมสักการบูชาด้วยเชื่อว่า  คือ  พระศรีอารย์รวมพระพุทธรูปทั้งหมด  ๙๒  องค์

ฐานทับเกษตรมียกพื้น  ๒ ชั้นเดินได้รอบ  ชั้นบนนิยมเรียกว่า "ทางพระเจ้าตาก  มีเสารอบตกแต่งด้วย  ภาพจิตรกรรมไทย  ฐานพระพุทธรูประหว่างทางเดินเป็นที่บรรจุอัฐิของผู้คน  เช่นองค์ที่  ๖  ด้านทิศใต้  บรรจุอัฐิของขุนศรธรรมธาตุรักษา(ผู้ดูแลรักษาพระบรมธาตุในอดีต) 

ทุกด้านของวิหาร(๓  ด้าน  ยกเว้นทิศเหนือ)มีธรรมาสน์ตั้งอยู่เพื่อ แสดงธรรมในสมัยก่อนมีชาวบ้านมาสวดหนังสือก่อนพระเทศน์เป็นประจำ แต่ปัจจุบันประเพณี สวดหนังสือ (สวดด้าน) ได้สูญหายไป 

ในการแสดงธรรมบนธรรมาสน์  จะแสดงไต่ตามขั้นบันไดความนิยม  จากธรรมมาสน์ด้านตะวันตก  ด้านใต้  และด้านตะวันออก   พระที่ขึ้นเทศน์บนธรรมาสน์  ด้านตะวันออกขององค์พระมหาธาตุเจดีย์  จะเป็นพระทีมีคติธรรม  สำนวนโวหารเทศน์ที่ดีเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป  เช่น  พระธรรมโกศาจารย์(ปัญญานันทะภิกขุ)

ที่มุมด้านใต้ทั้งสอง  มีฆ้องและกลองใหญ่ไว้ให้ทดสอบความสามารถในการสร้างเสียงด้วยนะคะ

หากท่านใดได้แวะเข้าไปในวิหารทับเกษตร  ลองลูบฆ้องดูนะคะว่า  เกิดเสียงดังหรือไม่  ใช่ว่าจะทำได้กันทุกคนนะค่ะ  อย่าลืมอธิษฐานก่อนลูบด้วยนะคะ