ห่างหายไปจากวงการซะนาน...ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ แต่ช่วงที่ผ่านมา จะต้องเตรียมโครงการหลายโครงการ ก็เลยไม่ได้ให้เวลากับ Blog เลย นึกถึงอยู่ตลอดเวลานะว่าจะเขียน แต่ก็ไม่ได้เขียนสักที ("อย่าเลย...ไม่ต้องมาแก้ตัว" เพื่อนร่วมงานพูด..)

                  ช่วงที่งานเยอะๆ อย่างนี้ก็มักจะลืมดูแลสุขภาพ (อีกแล้ว) ทั้งๆ ที่ต้องคอยเตือนเรื่องของกระเพาะลำไส้อันบอบบางของตัวเอง เพราะถ้าต้องหามส่งโรงพยาบาลเหมือนคราวที่แล้วล่ะก็ เสร็จแน่!

                  วันนี้ก็เลยเอาเรื่องการดูแลสุขภาพดีๆ มาให้อ่านกัน เป็น Forwarded mail จากเพื่อนๆ น่ะค่ะ ทุกทีจะไม่มีอ้างอิงว่านำมาจากไหน แต่คราวนี้ ขอบอกว่า "มี" ค่ะ...อิอิอิ   นำมาจาก นพ.บรรจบ  ชุณหสวัสดิกุล ค่ะ..ขอบอก..ขอบอก.. แต่วันนี้ขอคัดมาบางส่วนก่อนนะคะ แล้วจะนำมาลงให้ครบ 10 ประการเลยค่ะ...

 

กับดักสุขภาพประการที่   1   ดื่มน้ำยิ่งมาก ยิ่งดี
คนจำนวนไม่น้อยเชื่อกันว่า ให้ดื่มน้ำมากๆ ยิ่งมากยิ่งดี หลายคนถึงกับดื่มน้ำวันละ 3-4 ลิตร บางคนก็ร่ำลือกันว่า หมอจีนสอนให้ตื่นนอนเช้าดื่มน้ำทันที 4 แก้ว เพราะช่วยให้ขับถ่ายดี ก็เลยคิดต่อไปว่า ถ้าดื่มน้ำ 4 แก้วตอนเช้ามีประโยชน์ขนาดนั้น  ตลอดทั้งวันก็ควรดื่มให้มากที่สุด จนเรียกได้ว่า แค่นดื่ม กันเลยละ พวกเขาดื่มน้ำอย่างไม่จำกัดจำนวน เพราะเชื่อว่าจะได้สุขภาพดี  
คนที่ดื่มน้ำมากเช่นนี้  นานเข้าจะเกิดอาการขึ้นอย่างหนึ่ง คือ   เกิดอาการปัสสาวะมาก ปัสสาวะใส มือเท้าเย็น  หนาวง่าย นานเข้าจะเกิดภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง  ขาอ่อนแรง และหย่อนสมรรถภาพทางเพศ  เหตุผลก็คือ  ไตมิใช่เพียงท่อกลวงๆที่ปล่อยให้น้ำผ่านไปเฉยๆ   แต่ไตมีหน้าที่เก็บรับเอาสิ่งที่ยังเป็นประโยชน์กับร่างกาย  ที่ปัสสาวะชะผ่านไป ให้เก็บกลับเข้าสู่ร่างกาย  ได้แก่เกลือแร่ชนิดต่างๆ ไตยังทำหน้าที่ปรับความเข้มข้นของปัสสาวะให้พอเหมาะ  ด้วยเหตุนี้การปล่อยน้ำผ่านไตมากๆ ไตจึงต้องทำงานหนัก   เสียพลังในการทำงานเยอะ นานเข้าก็เกิดอาการอย่างที่หมอจีนเรียกว่า  พร่องพลังไต  
เปรียบเทียบง่ายๆว่า  เหมือนภูเขาลูกหนึ่ง ที่ปล่อยให้ฝนตกกระหน่ำเอาๆ   ฝนย่อมชะเอาฮิวมัสหรือปุ๋ยธรรมชาติที่อยู่บนผิวดินออกไปกับน้ำเสียหมด  นานๆเข้า เขาลูกนั้นก็กลายเป็นเขาหัวโล้น  
แท้ที่จริงวิชาสุขศึกษาบอกว่าดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ  8 แก้ว แต่ตามปกติเรามีน้ำในมื้ออาหารอยู่แล้ว  
ถ้าจะหักลบน้ำที่ดื่มในมื้ออาหารออก คนเราก็ควรดื่มน้ำไม่เกินวันละ 4 แก้ว สำหรับคนที่พร่องพลังไตอยู่แล้ว  ก็ควรดื่มน้ำไม่เกินวันละ 3 แก้ว จึงจะแก้สถานการณ์ได้  
ส่วนการที่หมอจีนบอกว่าให้ดื่มน้ำ  4 แก้วตอนเช้านั้น แท้ที่จริงเพื่อช่วยให้ขับถ่าย   เพราะเถ้าแก่ทั้งหลาย กินแต่ข้าวขาว กินหมูกินไก่   ผักไม่ค่อยกิน เพราะถือว่าผักเป็นอาหารของคนจน   หมอจีนจึงใช้วิธีนี้สอนคนท้องผูก แต่ถ้าเรากินข้าวกล้อง  ผักผลไม้มากพอ ก็ไม่จำเป็นต้องแค่นดื่มน้ำเช่นนั้น  
  
กับดักสุขภาพประการที่  2   นอนดึก ตื่นสาย  
คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า การนอนแม้จะจำเป็น   แต่ดึกๆมักมีเรื่องน่าดูในจอโทรทัศน์   หรือไม่ก็บนจอคอมพิวเตอร์ เลยตากสายตาดูโทรทัศน์ดึกๆ   วัยรุ่นเล่นคอมฯ แช็ตกันเพลินจน 5 ทุ่ม   สองยาม แล้วเข้านอน กะว่าตื่นเอาสายๆก็ทดแทนจำนวนชั่วโมงการนอนได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวัยรุ่นที่ต้องรีบไปเรียนหนังสือแต่เช้า   หรือวัยทำงานที่ต้องแข่งขันเบียดแทรกตัวเองไปทำงานแต่เช้ามืด  
ด้วยเหตุนี้   คนนอนดึก ตื่นเช้ามืด จำนวนชั่วโมงการนอนก็ไม่พออยู่แล้ว   สุขภาพย่อมเสียสุดๆ ส่วนคนนอนดึกตื่นสาย  ก็ใช่ว่าสุขภาพจะดี นานเข้าสุขภาพก็เสื่อมสุดๆอีกเหมือนกัน เหตุผลเพราะ   แท้ที่จริงสัตว์ต่างๆล้วนมีโครงสร้างของสรีระร่างกายที่กำหนดว่า สัตว์นั้นเป็นสัตว์กลางวัน หรือสัตว์กลางคืน   อย่างค้างคาว นกฮูก แมวเหมียว ต้องถือเป็นสัตว์กลางคืน   เพราะมีเรดาร์ มีตาโต เอาไว้ใช้งานตอนกลางคืน  
แต่คนเราต้องสังกัดเป็นสัตว์กลางวัน  
เดิมทีเดียวสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดแรกของโลกคือตัวซาลาแมนเดอร์มีตาอยู่  3 ดวง ตาดวงที่สามเป็นเกล็ดอยู่ตรงกลางหน้าผาก   คอยทำหน้าที่รับแสงตะวัน เวลากลางวันแสงสว่างจะทำให้เกล็ดนี้สร้างฮอร์โมนซีโรโตนิน   ทำให้มันแจ่มใสออกมาหากิน เวลากลางคืนเกล็ดนี้จะสร้างฮอร์โมนเมลาโตนิน  
ทำให้มันง่วงเหงา เข้ารูนอน ครั้นวิวัฒนาการจนมาเป็นคน   เกล็ดนี้จมลึกเข้าไปในหน้าผาก กลายเป็นต่อมเหนือสมอง หรือ ต่อมไพเนียล ยังคงสร้างฮอร์โมน 2 ชนิดนี้สลับกันอยู่   หรือเรียกอีกที ต่อมนี้คือนาฬิกาชีวภาพที่ปลุกเราให้ตื่นเช้า   และกล่อมเราให้เข้านอนโดยอัตโนมัติ  
การตากแสงไฟดึกๆจึงเป็นการรบกวนต่อมไพเนียลซึ่งเป็นนายเหนือต่อมฮอร์โมนทั่วร่างกาย   มันส่งคำสั่งไปยังต่อมใต้สมอง ไปไทรอยด์   ต่อมหมวกไต รังไข่ และอัณฑะ ถ้าต่อมไพเนียลทำงานผิดเพี้ยน  
ฮอร์โมนทั่วร่างกายก็ผิดเพี้ยนไปด้วย   งานวิจัยชิ้นหนึ่งของหมอลลิตา สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ซึ่งอาจารย์ร็อกกี้เฟลเลอร์จูงใจให้ทำทดลองให้ส่องไฟให้หนูทดลองตลอดคืน ทำอยู่เช่นนั้นหลายๆวัน   ปรากฏว่าหนูทดลองถึงกับแท้งลูก นี่แสดงถึงความสำคัญของต่อมไพเนียลซึ่งถึงกับสร้างความแปรปรวนของระบบฮอร์โมนในร่างกาย   เพียงเพราะว่าแสงไฟที่สาดส่องให้อย่างไม่เป็นเวลา
งานวิจัยอีกชิ้นในสหรัฐฯทดลองในพยาบาลเวรดึก กลุ่มหนึ่งให้ออกเวรแล้วเดินผ่านอุโมงค์มืดๆไปเข้านอน  
อีกกลุ่มให้เดินผ่านแสงตะวันยามเช้า ไปเข้านอน   เมื่อเจาะเลือดเปรียบเทียบระดับฮอร์โมนของร่างกาย  
พบว่าพยาบาลกลุ่มหลังฮอร์โมนแปรปรวนไปหมด   ขณะที่กลุ่มแรกฮอร์โมนยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ  
นี่ก็อิทธิพลของแสงตะวันที่เจ้าตัวรับเข้าไปผิดเวลา
แท้ที่จริงแล้ว   คนเราจึงควรนอนหัวค่ำ ตื่นเช้า แทนที่จะตากแสงไฟอยู่จนดึกๆ

โปรดติดตามตอนต่อไป ...