ตำนาน เล่าขาน นานมา
ตำรา ไศวะ นิกาย
เทพผู้ ประทับนั่ง หลังควาย
พระยม ยิ่งใหญ่ ยิ่งยง

เป็นเทพ ประจำ “เบื้องล่าง”
แบบอย่าง ศักดิ์สิทธิ์ พิษสง
ยมบาล คงกระพัน มั่นคง
เที่ยงตรง ตัดสิน คดี

ลงโทษ คนโหด โฉดชั่ว
เมามัว สั่งสอน ศักดิ์ศรี
คืนชีพ คืนตน คนดี
โลกมี-นรก-สวรรค์ สมดุล

ยมบาล ท่านทรง กระบือ
นั่นคือ ความเชื่อ เกื้อหนุน
ปราสาท สร้างปม สมบูรณ์
เทิดทูน กระบือ กระไบ

ย้อนยุค ไปตอน ก่อนนี้
บ่งชี้ บอกเรื่อง เอาไว้
มนุษย์ มีถ้ำ อาศัย
ยังไล่ ควายป่า มากิน

มีภาพ เขียนสี ที่ถ้ำ
บอกย้ำ นำเรื่อง ถวิล
วัวควาย มีอยู่ คู่ถิ่น
เหลือกิน เลี้ยงไว้ ใช้งาน

มนุษย์ บ้านเชียง เคยใช้
โคควาย ไถย้อน ก่อนหว่าน
ปลูกข้าว ทดน้ำ มานาน
จนวิวัฒนาการ นานมา

ลุผ่านทุกยุค ทุกสมัย
งานไร่ งานสวน ล้วนหา
แรงคน ปนควาย ช่วยนา
ไถถาก ทุกครา ทุ่นแรง

คน-ควาย ช่วยกัน ดังว่า
พัฒนา รูปแบบ แอบแฝง
เทียมเกวียน นวดข้าว จัดแจง
ขันแข็ง ขี่หลัง ยังได้

ใช้ฉุด ใช้ดึง ถึงลาก
ลำบาก ลำบน ปนใบ้
มิเคย เรียกร้อง ของใด
ที่ได้ กลับมา หญ้า ฟาง

ยามเหงา เจ้าเล่น เป็นเพื่อน
คอยเตือน โมงสาม ยามสาง
เพื่อนแท้ แพ้ทุย ลุยทาง
ยามว่าง คลอเล่น เย็นใจ

กินแรง เจ้าแล้ว ไม่หนำ
มูลดำ ดังทอง กองใหญ่
เป็นปุ๋ย ปรุงดิน ถิ่นไทย
ช่วยให้ พืชล้น ผลงาม

อีกทั้ง เนื้อหนัง มังสา
ถ้วนทั้ง กายา อย่าหยาม
โอชา อาหาร ทุกคาม
ทุกยาม ทุกมื้อ มีกิน

ทุกส่วน สรรพางค์ ร่างกาย
มากมาย คำนับ ทรัพย์สิน
ยามควาย ปลดปลง ชีวิน
เพชรนิล เทียบดู ด้อยไป

บรรพชน สร้างสรรค์ สังคม
อุดม เนิ่นนาน แต่ไหน
มีควาย ช่วยมา ใช่ใคร
มีกิน มีใช้ สืบมา

ขาดควาย ไถนำ ทำกิน
คนไถ ผืนดิน คงล้า
แรงฤา สู้ควาย สี่ขา
หรือว่า ใครท้า แข่งทุย

 

ยามนี้ มีรถ หมดควาย

ถามหา ความหมาย ฮาหุย

ชื่นชม รถไถ ไล่ทุย

พอพูด เรื่องปุ๋ย เป็นไง

ควายเหล็ก กินน้ำมันนอก
ถ่ายออก เหม็นกลิ่น ควันไหม้
ควายเนื้อ กินฟาง มีไฟ
กินไป ไถไปไม่เปลือง

ควายเหล็กหมดแรง แปลงเพศ
เป็นเศษ สนิม สีเหลือง
ควายเนื้อ แม้ตาย ประเทือง
คนเมือง คนทุ่ง ปรุงกิน

เรืองศักดิ์ ละทัยนิล ประพันธ์