คำนึง ๒ ยิ้มให้มากครั้งที่สุด และหัวเราะดัง ๆ เมื่อมีความสุข
ข้อคิดนี้ผุดออกมาทุกวันพฤหัสและศุกร์ ช่วงเรียนหนังสือ
เมื่อครูหรือวิทยากรสอนหนังสือ มักมีงานกลุ่มให้คิดให้ระดมสมองให้ถกเถียงกันเพื่อเกิดปัญญา
และให้มีการเปลี่ยนอิริยาบถ บริหารจิตแล้วบริหารกายไปด้วย
อย่างน้อยก็แก้ง่วง ครูว่าแบบนี้
แต่สำหรับเรา ผู้เรียนคนหนึ่ง รู้สึกว่า การเรียนแบบมีงานให้คิด มีหัวข้อให้พูดคุย แสดงความคิดเห็น ถกเถียงกัน
มีการนำเสนองาน มีการซักถามกันนั้น มันสนุกมาก เกิดผลลัพธ์เป็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะดัง ๆ เกิดความสุข กับความคิดของเพื่อน ๆ
หลายความคิดมันเป็นความคิดที่ "สุดยอด" "คิดได้ไงนะ" กระทั่ง "จริงหรือ ต้องลอง"
กิจกรรมล่าสุดอันหนึ่งคือ ให้เราวาดรูปหน้าเราเอง แล้วให้แลกกันในกลุ่มเรียน ให้แต่ละคนตามหาเจ้าของใบหน้า
....
สนุกนะ
เจ้าตัวเป็นผู้หญิงแต่คนได้รับการบ้านวิ่งถามหาแต่ผู้ชาย
เจ้าตัวใส่แว่นแต่ไม่วาดแว่น
เจ้าตัวมีไฝข้างซ้ายกลับวาดย้ายไปข้างขวา
เราเองไม่มีคิ้ว ตอนวาดใส่คิ้วให้ตัวเองจนคนหาหาแทบไม่เจอ
...
บทสรุปก็คือ คนแต่ละคนมีแนวโน้มอยากชดเชยให้ตนเอง(เรา)
หรือเบี่ยงเบน ซ่อนเร้น(คนใส่แว่นแต่ไม่วาดแว่น)
หรือเป็นคนทำงานประณีต วาดจากบัตรประจำตัวจึงใส่ไฝกลับขวาซ้าย
...
สนุกดีค่ะ กับการเป็นนักเรียน
ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ได้เพื่อนใหม่ ได้พบครูผู้เก่งการสอน
คิดถึงขึ้นมาแล้วอยากถึงวันเรียนอีกเร็ว ๆ
แค่คิดถึงก็ยังยิ้มได้ ขอเชิญชวนทุกท่านเป็นนักเรียนอีกสักครั้ง จะได้ร่วมกันยิ้มให้มากครั้งที่สุด
และหัวเราะดัง ๆ เมื่อมีความสุขค่ะ
จะทดลองดูบ้างนะครับ ขอบคุณมากครับ
ชวนยิ้มจริงๆค่ะ คริ คริ
การวาดภาพสามารถสะท้อนตัวตน คนที่วิเคราะห์ก็ต้องเป็นคนประณีต ช่างคิดเช่นกันนะคะ
มาเชิญชวน ร่วมเขียนถ่ายทอดประสบการณ์ ความสุขจากการทานอาหารเพื่อสุขภาพด้วยคะ
เวลาผมรู้สึกดี ผมรับรู้จากการได้อมยิ้มกับตัวเอง
..
ขอบคุณบันทึกแห่งความสุขของคุณหมอภูนะครับ