เมื่อสัปดาห์ก่อนผมมีโอกาสต้อนรับผู้บริหารและคณะครูจากโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาเดียวกัน มาศึกษาดูงานที่โรงเรียนบ้านหนองผือ และให้ผมบรรยายเกี่ยวกับกระบวนการสอนคิดและวิเคราะห์ให้นักเรียนระดับประถมศึกษา ผมเองไม่มั่นใจว่าจะพูดคุยอย่างไรให้คณะครูที่นั่งฟังอยู่รู้เรื่อง(คือผมไม่เก่งบรรยาย) จึงต้องออกตัวว่า เราแลกเปลี่ยนกันดีกว่า อย่าคิดว่าเป็นการบรรยายถ่ายทอดอะไรเลย

      ก่อนแลกเปลี่ยนความรู้กัน ถามคณะว่าทราบได้อย่างไรว่าผมดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ เขาบอกว่าทราบจากศึกษานิเทศก์ที่มานิเทศบ้านหนองผือ พบเห็นบางกิจกรรมที่ทำแล้วเข้าท่า ผมเกริ่นนำว่า ไม่ได้สอนเต็มตัว แต่จะเข้าสอนเวลาครูติดธุระ มีประชุมสัมมนา หรือในช่วงเวลาพิเศษ รวมทั้งตอนพักเที่ยง ก่อนเข้าห้องเรียนตอนบ่ายจะมีการนั่งสมาธิ ประชุมอบรมกันนิดหน่อย ผมก็จะใช้เวลานี้สอดแทรกกระบวนการคิดเข้าไป

      เวลาเขตมีการจัดประกวดอะไร ถ้าเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ก็จะให้นักเรียนส่งไป อย่างล่าสุดส่งประกวด"หนังสือทำมือ" ที่โรงเรียนจะส่งทุกระดับชั้น เด็กจะเขียนเรื่องเอง วาดรูปเอง สนุุกสนานกันไป  แนะนำครูถึงวิธีการที่จะได้มาซึ่งวิธีสอนคิดให้นักเรียน ครูจะต้องอ่านหนังสือเยอะๆ โดยเฉพาะวารสารทางการศึกษา รวมไปถึงหนังสือบันเทิงคดีด้วย(หนังสือเด็ก) จะทำให้ครูเกิดประกายแนวคิดที่หลากหลาย แล้วนำไปประยุกต์กับผู้เรียน

      ผมยกตัวอย่างที่เคยใช้กับนักเรียน..เช่น นำร่มมาให้นักเรียนดู  แล้วให้นักเรียนบอกความแตกต่างไปตามหัวข้อ ช่วยกันค้นคิดว่าร่มที่ครูนำมาให้ดู มีลักษณะอย่างไร.....แล้วร่มคันนี้ผู้ใช้น่าจะเป็นใคร ผู้หญิงหรือผู้ชาย...ประเภทของร่มก็บอกได้ว่าเป็นร่มกันแดดหรือกันฝน...แล้ววัสดุที่ใช้ทำร่มคันนี้ล่ะประกอบด้วยอะไรบ้าง ให้บอกมาให้หมด....

      ผมชอบใช้คำในภาษาไทย ให้เด็กคิดสร้างคำ โดยเฉพาะคำคล้องจอง เริ่มตั้งแต่คล้องจอง ๒ พยางค์ เช่น จดจำ คำพูด บูดเน่า เก่าแล้ว แนวรับ...หรือบางทีใช้บทร้อยกรองทั้งกลอน ๔ กลอน ๘ สั้นๆสัก ๒ - ๓ บท แล้วถามนักเรียนระดับชั้น ป.๔-๖ เกี่ยวกับความรู้สึก/เพราะเหตุใด/ให้เหตุผล...ในบทร้อยกรองเราสามารถถามเหตุการณ์ ที่ไหนอย่างไร...สุดท้ายก็ถามประสบการณ์ที่นักเรียนเคยพบเคนเห็นจากบทร้อยกรองนั้นๆ

       พูดถึงตรงนี้ ผมเลยยกตัวอย่างให้เห็นเกี่ยวกับนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองผือ ที่มักจะเขียนเรื่องจากประสบการณ์และเรื่องจากจินตนาการบ่อยมาก ไปเรียนรู้ตามแหล่งเรียนรู้ ไปนอกสถานที่ กลับมาต้องเขียนเรื่อง/วาดรูป หรือทำหนังสือเล่มเล็ก จะช่วยให้เด็กเกิดความคิดใหม่ๆอยู่เสมอ

      การให้นักเรียนดูภาพก็ช่วยได้ ในภาพมีอะไรเหมือนกัน มีอะไรต่างกัน ฝึกการสังเกต ระดับปฐมวัย ปัจจุบันจะให้เด็กเล่าเรื่องจากภาพ โดยไม่ต้องเขียน คิดอะไรได้ พูดออกมาเลย ไม่มีผิด เด็กก็จะคิดเทียบเคียงจากประสบการณ์เดิม บวกประสบการณ์ใหม่(ในภาพ) เด็กจะเกิดการวิเคราะห์อยู่ตลอด บางครั้งก็ให้ดูคำอ่านคำ อันนี้ทำกับป.๑-๒ ได้ เช่น เป็ด-ไก่   บ้าน - โรงเรียน  โต๊ะ - เก้าอี้  ดินสอ - ชอล์ค ฯลฯ   ว่ามีอะไรที่เหมือนกัน มีอะไรที่แตกต่างกัน

      ระหว่างที่ผมพูด ก็มีการซักถาม แสดงความคิดเห็นกันตลอด ท้ายสุด ผมยกตัวอย่างจากหนังสือเด็ก ๒ เรื่อง เล่าเรื่องให้คณะครูฟัง ซึ่งในแต่ละเรื่อง สามารถตั้งคำถามให้เด็กคิดได้ตลอด และเด็กเองเมื่ออ่านแล้ว ก็สามารถวิเคราะห์ตั้งคำถามถามครูและเพื่อนก็ได้  เหตุการณ์ในเรื่องที่อ่าน บางทีก็สร้างความฉงน ให้เด็ก เอ๊ะ..ได้เสมอครับ

      นี่ล่ะครับ ประโยชน์ของหนังสือ ประโยชน์ของการอ่าน ที่ช่วยนำไปสู่การสอนคิดและวิเคราะห์ให้ครูทุกคน ซึ่งรวมทั้งตัวผมด้วย ที่เป็นทุกตำแหน่งเลย..ตอนนี้ขอตัวไปเก็บกวาดใบไม้หลังอาคารก่อนครับ..พายุฤดูร้อนกวาดเข้ามาเต็มเลย