ก็จะพยามหาความรู้ใหม่มาฝากครับ    ตั้งใจว่าพอได้ครบถ้วนแล้วจะเรียบเรียงใหม่อีกที   ตอนนี้ขอเชิญอ่านต้นฉบับกันไปก่อนนะครับ 

จาก http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000032215

"สนธิ" แฉ "ฝรั่งหัวดำ" ใช้นอมินีถือหุ้น ปตท. ถึง 35% เป็นสาเหตุราคาน้ำมันในไทยแพงลิ่ว เพราะพวกนี้ทำทุกทางให้ ปตท. กำไรมหาศาล จะได้โกยเข้ากระเป๋าตัวเอง นอกจากนี้ใช้บริษัทลูกผ่องถ่ายกำไร เบี่ยงเบนการถูกจับตามอง

 วันที่ 15 มี.ค. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ถึงการแปรรูป ปตท. ว่า ก่อนที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์จะต้องมีการจัดสรรหุ้น ต้องมีการประเมินทรัพย์สิน ถ้าทรัพย์สินสูง ราคาหุ้นก็สูง ถ้าทรัพย์สินต่ำ ราคาหุ้นก็ต่ำ เขาเลยจงใจทำราคาทรัพย์สินให้มันต่ำ ราคาหุ้นเลยอยู่แค่ 35 บาท หลังจากนั้นภายใน 1 ปี มันขึ้นเป็น 300 กว่าบาท อันนั้นยังไม่เท่าไหร่ ทุนจดทะเบียน ปตท.ครั้งแรก 2 พันล้านหุ้น หุ้นละ 10 บาท ก็เท่ากับ 2 หมื่นล้านบาท เขาขายหุ้นในตลาดไอพีโอ 35 บาท แต่มันจัดสรรหุ้น 25 ล้านหุ้น ให้ผู้มีอุปการะคุณในราคา 10 บาท อันนี้อันแรกยังไม่ค่อยเท่าไหร่ มันยังจัดสรรหุ้น 320 ล้านหุ้น ให้ต่างชาติ 320 ล้านหุ้นเท่ากับ 17% ของมูลค่าหุ้น ปตท. แล้วต่างชาติคือใคร เป็นฝรั่งหัวดำทั้งนั้น ที่ไปอยู่แถวสิงคโปร์ ฮ่องกง แล้วใช้ฝรั่งเป็นนอมินีซื้อในราคา 35 บาท

 "หลังจากนั้นพอเริ่มขายหุ้นก็มีการตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นจากพนักงาน และกว้านซื้อหุ้นในตลาด เพราะฉะนั้น 320 ล้านหุ้น ถ้าตนเดาไม่ผิดวันนี้ต้องมีประมาณ 700 ล้านหุ้นแล้ว ถ้าคิดก็ประมาณ 35% ของมูลค่า ปตท. ของมูลค่า 2,000 ล้านหุ้นของ ปตท.แล้วฝรั่งหัวดำทั้งนั้น นอมินีหมด แล้วผมจะบอกให้รู้อยู่ในกลุ่มคนไม่กี่คนเอง คนๆหนึ่งก็รู้อยู่แล้วว่าใคร" นายสนธิ ระบุ

 แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวอีกว่า 12 ปีที่ปตท.แปรรูป ได้กำไร 9 แสนล้านบาท แล้วอย่าลืม 320 ล้านหุ้น บวกกับที่ซื้อเพิ่มอีก เป็น 700 ล้านหุ้น ตีง่ายๆ กำไร 9 แสนล้านบาท ฝรั่งหัวดำได้ไป 300,000 ล้านบาท นี่คือคำตอบว่าทำไมน้ำมันบ้านเราถึงแพง เพราะมันต้องทำทุกอย่างให้แพง เพื่อให้ ปตท. กำไรมากขึ้น แล้วเข้ากระเป๋าตัวเอง

 นอกจากนี้ ปตท. มีบริษัทลูก แล้ววิธีการคือ ปตท.จะไปถือหุ้นในบริษัทย่อย สมมติมันถือ 30 เปอร์เซ็นต์ อีก 70 เปอร์เซ็นต์ของใคร อีก 70 เปอร์เซ็นต์ก็เอาเข้าตลาดหลักทรัพย์ขายให้พวกฝรั่งหัวดำ เท่ากับพวกที่ถือหุ้นอยู่ 320 ล้านหุ้น หรือ 700 ล้านหุ้นมาถือตรงนี้ด้วย แล้วทีนี้มันก็ผ่องกำไร สมมติว่าราคาที่ต้องจ้างบริษัทย่อย 10 บาท มันก็จ่ายเป็นค่าจ้าง 100 บาทแทน ให้มันแพงขึ้น เพื่อให้งบของ ปตท. ที่เป็นส่วนที่ได้จากบริษัทย่อยมันน้อยลง แต่ให้กำไรมาปูดที่บริษัทย่อย แล้วพวกมันก็กินที่บริษัทย่อย เป็นการรวยซ้ำรวยซาก

 นายสนธิ กล่าวต่อด้วยว่า มันเถียงตัวเลขไม่ออก เงินบาทเเข็งขึ้นเรื่อยๆแต่ทำไมน้ำมันเราแพงขึ้นเรื่อยๆ แล้วจากการซึ่งส่วนต่างของน้ำมันสมัยที่อัตราแลกเปลี่ยน 37-38 บาท เงินส่วนต่างระหว่างอัตราน้ำมันของสิงคโปร์กับเมืองไทยต่างกันแค่ลิตรละ 10 บาท แต่พอมาปี 2555 อัตราแลกเปลี่ยนเรา 31 บาท แต่ส่วนต่างของน้ำมันเราเพิ่มขึ้นเป็น 21 บาท เอาแค่ตัวเลขนี้ก็รู้แล้วว่ามันไปกินกันตรงบริษัทลูกเพื่อให้ปตท.ตัวแม่กำไรน้อยลง เพราะเคยพลาดโดนโจมตีเรื่องกำไรแสนกว่าล้าน เลยโยกบัญชีลงมาข้างล่าง เพราะไอ้พวกฝรั่งหัวดำมันอยู่ข้างล่างด้วย

 แต่ว่านโยบายพลังงานแห่งชาติมันเป็นการสมรู้ร่วมคิดกัน ระหว่างข้าราชการประจำที่ไม่ต้องการจะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ บางคนเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม แล้วมานั่งปลัดกระทรวงพลังงาน มานั่ง ปตท. มานั่งอยู่คณะกรรมการกำหนดราคา และไปนั่งอยู่คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ คือทั้หมดพวกเดียวกันในการกำหนดนโยบายกำหนดราคา

 ปัญญาที่ใหญ่กว่านี้คืออะไร อย่าไปดูที่พลังงานไทยอย่างเดียว ต้องดูพม่า เขมร มันเชื่อมกัน นั่นคือทำไมถึงเกิดทวาย และ ปตท. กำลังจะกลายเป็นมาเฟียที่ใครเข้าไปคุมแล้วสามารถคุมประเทศไทยได้ เพราะบางคนในขณะนี้แอบทำธุรกิจกับ ปตท. ในฐานะเป็นนักการเมืองที่เคยคุม ปตท. อยู่ กรณีแก๊สโซฮอล์ ซึ่งทำจากเอทานอล มีเอกชนซึ่งเป็นของนักการเมืองที่เคยคุม ปตท.ทำให้ ปตท.ต้องมาลงทุนกับบริษัทตัวเองที่ทำเอทานอลและขายให้ ปตท.ในราคาแพง โครงการ ปตท. ไม่มีอันไหนต่ำกว่า 1,000-2,000 ล้านบาท ขี้หมูราขี้หมาแห้งก็ 5,000-6,000 ล้าน แล้วคิดว่าใครได้ บริษัทนักการเมืองทั้งนั้น โดยมันได้กันโดยวิธีที่ปตท.ผูกขาดการสั่งน้ำมันเข้าในประเทศไทยแต่ผู้เดียว ผูกขาดการใช้ท่อแก๊ส มันมันมีเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว สั่งเท่าไหร่ก็ตามเงินเปอร์เซ็นต์ที่จ่ายให้ไปพักไว้ที่บัญชีเมืองนอก ไม่ได้มาปรากฏในงบของ ปตท. แล้วงบบัญชีเมืองนอกก็จ่ายให้นักการเมือง