.
สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง 'Mid-life optimism linked to healthier cholesterol'
= , ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
= , ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
- [ optimism ] > [ อ๊อพ__ถิ__หมิส__สึ่ม ] > http://www.thefreedictionary.com/optimism > noun = การมองโลกในแง่ร้าย (แนวโน้ม-นิสัย-สันดาน)
- [ optimist ] > [ อ๊อพ__ถิ__หมิส__st/สึถึ (เสียงพ่นลม_เบา_สั้น) ] > http://www.thefreedictionary.com/optimist > noun = คนมองโลกในแง่ดี
.
ศัพท์ตรงกันข้าม คือ 'pessimism' & 'pessimist'
- [ pessimism ] > [ เพ้ส__ซี__ หมิส__สึ่ม ] > http://www.thefreedictionary.com/pessimism > noun = การมองโลกในแง่ร้าย (แนวโน้ม-นิสัย-สันดาน)
- [ pessimist ] > [ เพ้ส _ ซี _ หมิส _ st/สึถึ (เสียงพ่นลม_เบา_สั้น) ] > http://www.thefreedictionary.com/pessimist > noun = คนมองโลกในแง่ดี
คำ 'pessimism' & 'pessimist' มาจากภาษาละติน = pessimus = worst = เลวที่สุด
.

.
ภาพที่ 1: แสดงตับ-ท่อน้ำดี > ตับอยู่ในช่องท้อง ด้านบน-ทางขวา
.
น้ำดีจากตับส่วนใหญ่จะถูกเก็บไว้ในถุงน้ำดี ทำให้มีความเข้มข้นสูงขึ้นก่อน และหลั่งผ่านท่อน้ำดี เข้าสู่ลำไส้เล็ก หลังคนเรากินอาหาร
.
น้ำดี (bile) มีโคเลสเตอรอลอยู่ภายใน 50% จะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือด นำกลับไปใช้ใหม่, อีก 50% จะถูกขับออกทางอุจจาระ (อึ)
.
เส้นใย หรือไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำที่มีมากในอาหารบางอย่าง เช่น ข้าวโอ๊ต แอปเปิ้ล ถั่ว ผักผลไม้ที่มีเมือกลื่น (เช่น กระเจี๊ยบ ฯลฯ) ฯลฯ จะช่วยดูดซับ หรือจับโคเลสเตอรอลไว้ ขับไปทางอุจจาระ (อึ) ทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้
.

.
ภาพที่ 2: แสดงทางเดินอาหาร > อาหารที่คนเรากินเข้าไปจะผ่านจากหลอดอาหารสู่กระเพาะอาหาร (stomach - อยู่ในช่องท้องด้านบนทางซ้าย) - ลำไส้เล็ก (small intestine) - ลำไส้ใหญ่ (colon) - ไส้ตรง (rectum) - ทวารหนัก (anus) ตามลำดับ [ wikipedia ]
.
ภาพนี้ไม่ได้แสดงตับที่อยู่ในช่องท้องด้านบนทางขวา
.

.
ภาพที่ 3: แสดงตับ-ทางเดินอาหาร [ wikipedia ]
.
ตับอยู่ในช่องท้องด้านบนทางขวา หลั่งน้ำดีเข้าพักในถุงน้ำดี เพื่อทำให้น้ำดีมีความเข้มข้นขึ้น
.
การกินอาหารจะกระตุ้นให้ถุงน้ำดีหดตัว หลั่งน้ำดีเข้าสู่ท่อน้ำดีรวม และลำไส้เล็กตามลำดับ
.

.
ภาพที่ 4: ภาพถุงน้ำดี มองจากภายนอกจะเห็นสีเขียวจากน้ำดี (สำหรับท่านที่สนใจอาการ 32)
.
ถ้าเทียบกับ 'อาการ 32' พิจารณาโดยความเป็นปฏิกูล, จะเห็นผิวหนัง (ตโจ), พังผืดบางๆ ใต้ผิวหนัง (กิโลมกัง / กิโลมะกัง), มันข้นหรือไขมันใต้ผิวหนัง (เมโท), ถุงน้ำดี (อวัยวะที่เป็นท่อ สงเคราะห์เป็นไส้ = อันตัง)
.
อวัยวะสีแดงใกล้ๆ ถุงน้ำดี คือ ตับ (ยะกะนัง / ยกนัง), อวัยวะคล้ายแผ่นสีซีดๆ ใต้ต่อถุงน้ำดีในภาพเป็นตับอ่อน, มันข้นหรือไขมันในช่องท้อง (เมโท) เป็นส่วนที่เกาะหนึบ ติดกับเยื่อยึดลำไส้ (อันตคุนัง; อันตะ = ไส้; คุนัง = สายรัด เครื่องรัด)
.
ลำไส้ (อันตัง) คนเรายาวหลายเมตร... ถ้าไม่มีเอ็นยึด (กิโลมะกัง / กิโลมกัง) ไว้กับผนังช่องท้อง, และไม่มีเยื่อยึดลำไส้ (อันตะคุนัง / อันตคุนัง), อาจเกิดโรคลำไส้พันกัน หรือกลืนกัน เกิดทางเดินอาหารอุดตันได้
.

.
ภาพที่ 4: ภาพถุงน้ำดี มองจากภายนอกจะเห็นสีเขียวจากน้ำดี (สำหรับท่านที่สนใจอาการ 32)
.
ถ้าเทียบกับ 'อาการ 32' พิจารณาโดยความเป็นปฏิกูล, จะเห็นผิวหนัง (ตโจ), พังผืดบางๆ ใต้ผิวหนัง (กิโลมกัง / กิโลมะกัง), มันข้นหรือไขมันใต้ผิวหนัง (เมโท), ถุงน้ำดี (อวัยวะที่เป็นท่อ สงเคราะห์เป็นไส้ = อันตัง)
.
อวัยวะสีแดงใกล้ๆ ถุงน้ำดี คือ ตับ (ยะกะนัง / ยกนัง), อวัยวะคล้ายแผ่นสีซีดๆ ใต้ต่อถุงน้ำดีในภาพเป็นตับอ่อน, มันข้นหรือไขมันในช่องท้อง (เมโท) เป็นส่วนที่เกาะหนึบ ติดกับเยื่อยึดลำไส้ (อันตคุนัง; อันตะ = ไส้; คุนัง = สายรัด เครื่องรัด)
.
ลำไส้ (อันตัง) คนเรายาวหลายเมตร... ถ้าไม่มีเอ็นยึด (กิโลมะกัง / กิโลมกัง) ไว้กับผนังช่องท้อง, และไม่มีเยื่อยึดลำไส้ (อันตะคุนัง / อันตคุนัง), อาจเกิดโรคลำไส้พันกัน หรือกลืนกัน เกิดทางเดินอาหารอุดตันได้

การศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บอสตัน สหรัฐฯทำในกลุ่มตัวอย่างอายุ 40-70 ปี, 990 คน
.
ผลการศึกษาพบว่า การมองโลกในแง่ดี (optimism) ทำให้โคเลสเตอรอล หรือไขมันในเลือด (blood lipids) ดีขึ้น
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ คนที่มีมองโลกในแง่ดี มีแนวโน้มจะควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่า น้ำหนักเกิน-อ้วนน้อยกว่า รู้จักเลือกกินอาหารสุขภาพมากกว่า
.
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า การมองโลกในแง่ดี ช่วยลดเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบกำเริบ
.
.
โคเลสเตอรอล หรือไขมันในเลือด สร้างที่ตับประมาณ 80%, ได้รับจากอาหารประมาณ 20%
.
ตับจะสร้างโคเลสเตอรอลชนิดร้ายมากหรือน้อยขึ้นกับพันธุกรรม สัดส่วนไขมันทรานส์ และไขมันอิ่มตัวในอาหาร
- ไขมันทรานส์ > มีมากในคุกกี้-เค้ก-เบเกอรี-ฟาสต์ฟูด-ขนมใส่ถุง
- ไขมันอิ่มตัว > มีมากในกะทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันสัตว์ เช่น น้ำมันหมู ฯลฯ, ไขมันสัตว์, ถ้าเป็นสัตว์ปีก จะมีมากที่หนัง, เนื้อสำเร็จรูปมักจะบดรวมไขมันสัตว์เข้าไปด้วย เพื่อให้รสชาติดี และต้นทุนถูกลง
.
โคเลสเตอรอลแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 3 กลุ่มได้แก่ ชนิดดี (HDL), ชนิดร้าย (LDL), และผู้ช่วยฝ่ายร้าย (triglycerides)
.
(1). โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)
.
HDL ทำหน้าที่เก็บกวาดคราบไขที่ผนังหลอดเลือด นำกลับมาที่ตับ ขับออกไปทางน้ำดี
.
(2). โคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL)
.
LDL ทำหน้าที่นำโคเลสเตอรอลจากตับไปยังเซลล์ทั่วร่างกาย และทิ้งคราบไขส่วนหนึ่งไว้ที่ผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้น
.
ต่อมาจะมีเม็ดเลือดขาวเข้าไปกินคราบไข ทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดการอักเสบ บวม ทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง อุดตันได้ง่ายขึ้น
.
(3). ไขมันไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides / TG)
.
TG ทำหน้าที่คล้าย "ผู้ช่วยฝ่ายร้าย" คือ ทำให้ LDL มีขนาดเล็กลง ซึมซาบจากกระแสเลือดไปยังผนังหลอดเลือดได้ง่ายขึ้น หลอดเลือดตีบตันเร็วขึ้น
.
.
การศึกษานี้พบว่า การมองโลกในแง่ดี ช่วยให้โคเลสเตอรอล หรือไขมันในเลือดเปลี่ยนไปดังนี้
- เพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)
- ลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ (TG) หรือผู้ช่วยฝ่ายร้าย
- ไม่มีผลต่อโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL)
กลุ่มตัวอย่างมีคะแนน "การมองโลกในแง่ดี" จาก 6-30 คะแนน หรือแบ่งเป็น 5 ช่วงๆ ละ 5 คะแนน จากคนที่มองโลกในแง่ดีน้อย ไปยังคนที่มองโลกในแง่ดีมาก
.
ถ้าคะแนนี้เพิ่มขึ้น 5 หน่วย จะทำให้โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) เพิ่มขึ้น 1 มก./ดล.
.
.
คนที่มีคะแนนเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดีได้ 5 หน่วย ลดเสี่ยงโรคหัวใจ = 3%
.
การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า คนที่ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ลดเสี่ยงโรคหัวใจ = 6%
.
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า โรคซึมเศร้า (เศร้า-เหงา-เซงนานๆ) เพิ่มเสี่ยงอาการโรคหัวใจกำเริบ (heart attack) และสโตรค (stroke = กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต สมองเสื่อมจากการขาดเลือด)
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

- Thank Reuters > http://www.reuters.com/article/2013/03/05/us-mid-life-optimism-idUSBRE92413X20130305 > SOURCE:The American Journal of Cardiology, online February 25, 2013.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 6 มีนาคม 56. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
>