กระเทียม เป็นพืชล้มลุกที่มีหัวอยู่ใต้ดินหัวมีกลีบซ้อนกัน 4-15 กลีบ เส้นผ่านศุนย์กลาง 2-4 ซม. บางพันธุ์จะมีกลีบเดียวเรียกว่า กระเทียมโทน กระเทียมมีชื่อเรียกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น ปะเซ้วา(กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน)  หอมขาว(อุดรธานี) หอมเทียม(เหนือ)  หัวเทียม(ใต้)  สารที่ทำให้กระเทียมมีกลิ่นฉุนรสชาติเผ็ดร้อนหรือเอนไซม์อัลลิเนส (Allinase) ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนกำมะถันอัลลิอิน (Alliin) ให้เป็นน้ำมันหอมระเหยอัลลิอิน (Allicin) มีสารอาหารสำคัญหลายชนิดเช่น กรดไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล กรดอะมิโน เหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี ฯลฯ   
   เป็นที่รู้กันดีว่ากระเทียมเป็นสมุนไพรที่เข้าส่วนประกอบอาหารไทยนานับชนิดมีกลิ่นแรง หัวสดมีกลิ่นฉุนรุนแรง เมื่อเจียวกับน้ำมันจะให้กลิ่นหอม ปรุงประกอบอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติอาหารหลายชนิดใช้กระเทียมเจียวโรยหน้า แกงหลายอย่างส้มตำ น้ำพริก น้ำจิ้มรสเด็ด ล้วนมีส่วนประกอบของกระเทียมทั้งสิ้นมีกระเทียมเป็นส่วนประกอบนอกจากลิ่นฉุนรุนแรงของกระเทียมแล้วยังมีมีประโยชน์มหาศาลซ่อนอยู่ กลิ่นของกระเทียมมีสารประกอบกำมะถันจึงให้กลิ่นฉุนออกมา

สารต่าง ๆ ที่มีสรรพคุณต่อสุขภาพ
   อัลลิอิน (allicin) กระเทียมมีสารยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์หลายชนิดนั่นคือสารอัลลิอิน เป็นสารที่ทำให้เกิดกลิ่นในกระเทียม มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดวัณโรค คอตีบ ปอดบวม อักเสบ และทางการแพทย์ให้การยอมรับว่ามีผลในการลดคอเลสเตอรอลในเลือด รวมถึงป้องกันการอุดตันของเสันเลือดอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ด้วยเหตุนี้กระเทียมจึงเป็นที่กล่าวขานถึงสรรพคุณที่มีอย่างมากมายต่อสุขภาพ
   ไฟโตอเล็กซิน (Phytoalexin) เป็นสารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้นหลังการติดเชื้อสารชนิดนี้ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระฤทธิ์แรง มีผลต่อทั้งต้านอาการอักเสบ ต้านแบคทีเรีย สามารถยับยั้งสารก่อมะเร็ง เช่นอะฟลาทอกซิน ไม่ให้ทำอันตรายต่อร่างกายของเราในระดับของดีเอ็นเอ จึงสามารถกล่าวได้ว่ากระเทียมช่วยป้องกันมะเร็งได้


วิธีการใช้ประโยชน์จากกระเทียม
   คนที่ระดับโคเลสเตอรอลสูง ให้รับประทาน กระเทียมสดครั้งละ 5 กรัม วันละ 3 ครั้ง พร้อมอาหารหรือหลังอาหาร เป็นเวลา 1 เดือน ปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือดจะลดลง เมื่อไขมันอยู่ในระดับปกติแล้วให้รับประทานกระเทียมต่อไปวันละ 5 กรัม ก็จะสามารถรักษาระดับโคเลสเตอรอลให้ปกติได้ หากไม่ชอบรับประทานกระเทียมสดอาจรับประทานกระเทียมผงหรือนํ้ามันกระเทียมแทนก็ได้ โดยรับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3 เวลา หลังอาหาร
   คนที่เป็นโรคเส้นเลือดอุดตัน หลอดเลือดหัวใจอุดตัน, ความดันโลหิตสูงและกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน ให้รับประทานกระเทียมสดครั้งละ 5 กรัม วันละ 3 เวลา พร้อมอาหารหรือหลังอาหาร
   รักษาโรคกลาก ใช้หัวกระเทียมสดฝานทาบริเวณที่เป็นอย่างสม่ำเสมอจนกว่าจะหาย

ข้อควรระวังในการบริโภคกระเทียม
   -ควรบริโภคกระเทียมสด  เพราะเมื่อเก็บไว้นานสารสำคัญที่มีคุณประโยชน์ต่าง ๆ มีประสิทธิภาพลดลง
   กระเทียมดองจะรักษาคุณค่า ของสารที่มีคุณประโยชน์ไว้ได้ดีกว่ากระเทียมแห้งที่เก็บไว้นาน   
   -การปรุงอาหารด้วยความร้อน ทำให้ประสิทธิภาพของกระเทียมลดลงบ้างดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับรับประทานสด   
   -คนที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร เมื่อทานกระเทียมตอนท้องว่างหรือปริมาณมากเกินไปทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้เพราะสาร “อัลลิซิน” ไปกระตุ้นน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติทำให้คลื่นไส้ ปวดท้อง จึงควรรับประทานให้น้อยลงและพร้อมกับอาหารชนิดอื่นควบคู่กันไป
   -สำหรับกระเทียมแคปซูลหรือกระเทียมสกัด ที่มีขายในท้องตลาดมักจะผ่านกระบวนการความร้อน หม้ออบความดันทำให้สารสำคัญสลายตัวส่งผลให้คุณภาพในการรักษาโรคลดลงไปด้วย

เผยแพร่อีกที่ : http://www.anut.smfnew.com

บทความโดย : ณัฐวัตร