คอลลาเจน ชื่อนี้ได้ยินกันบ่อยมากจากการโฆษณาอาหาร เครื่องดื่ม ซึ่งทำให้เราเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่กินเข้าไปแล้วทำให้ผิวพรรณแต่งตึง ลดรอยเหี่ยวย่น อ่อนกว่าวัย จากการทุ่มโฆษณาจากหลายๆ  สื่อ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ป้ายตามสถานที่ต่าง ๆ เช่นรถไฟฟ้า รถเมล์ สถานที่สาธารณะทั่วไป ทำให้ผู้บริโภคไม่น้อยที่เชื่อมั่นในคุณสมบัติที่กล่าวอ้างในโฆษณา ทำให้กลายเป็นค่านิยมที่จะใช้เป็นของขวัญในเทศกาลสำคัญต่าง ๆ อย่างเช่นปีใหม่เพราะถือเป็นของขวัญที่สื่อถึงการห่วงใยสุขภาพของผู้ที่ได้รับ   
      คอลลาเจน เป็นพังผืดยึดเหนื่ยว ที่มีความยืดหยุ่นของผิวหนังส่วนนอก และอวัยวะภายในร่างกาย เช่นพังผืด (Fassia), กระดูกออ่น (Cartilage), เส้นเอ็น (ligament), ข้อต่อ (tendons), กระดูก (bone)

ลักษณะของคอลลาเจน
      คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากสารโปรตีนโดยทั่วๆไปเช่นแดียวกับเอนไซม์ สายเส้นใยของคอลลาเจนถูกเรียกว่า คอลลาเจน ไฟเบอร์ (Collagen Fiber) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย โดยปกติทั่วไปผิวหนังที่มีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มากจึงมีแรงสปริงตัวและ ยืดหยุ่นได้ดีตามไปด้วย คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกายเอง ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน (cartilage), เส้นเอ็น (ligaments), ข้อต่อ (tendons),กระดูก (bone) สารคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน Keratin เคราติน Keratin, เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอยแห่งวัยขึ้นบนชั้นผิว, นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมทั้งยังเป็น

ตำแหน่งของคอลลาเจน

ลักษณะโครงสร้งคอลลาเจน

ภาพจาก http://tinyurl.com/buqg6gu

ส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย Hydrolyzed Collagen เองยังถูกใช้งานในแง่ของการลดน้ำหนักได้ด้วย เนื่องจากเป็นส่วนประกอบของโปรตีนจึงมีข้อดีในการช่วยเผาผลาญพลังงานลดไขมันส่วนเกิน
   
ประโยชน์ของคอลลาเจนด้านต่าง ๆ
      ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากคอลลาเจนอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารและยา เช่น เป็นวัตถุดิบในการผลิตไส้สังเคราะห์ (collagen casing) สําหรับไส้กรอก, ผลิตฟิล์มเคลือบอาหาร, ผลิตคอนแทกเลนส์ชนิดอ่อน, ฯลฯ ในวงการแพทย์ใช้ลดอาการอักเสบของผิวหนัง , ทำเป็นไหมละลายในการผ่าตัด, ใช้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ, ใช้เป็นสารบุร่องเหงือก ผ่าตัดตกแต่งผิวหนังและชะลอความแก่หรือลดรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง  ใช้ในเครื่องสำอางเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง โดยใช้คอลลาเจนจากวัวเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ ได้แก่ แชมพู, ครีมนวดผม, ครีม
อาบน้ำ, โลชั่น, ครีมล้างหรือทาหน้า, ครีมบำรุงผิว, ลิปสติก

ลักษณะเส้นใยคอลลาเจนในกล้ามเนื้อ ส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์

ภาพจาก : http://tinyurl.com/chk45b2

        คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเมื่อกินเข้าไปแล้วร่างกายจะย่อยเป็นกรดอะมิโน ร่างกายก็จะนำกรดอะมิโนเหล่านี้ไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตโปรตีนรูปแบบต่าง ๆ อาจเรียกว่าสารตั้งต้นของโปรตีนก็ได้ เพราะฉะนั้นคอลลาเจนจึงเป็นโปรตีนที่มีขนาดใหญ่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้โดยตรงไม่ว่าจะเป็นทางลำไส้โดยการกิน หรือการทาผิว
        คอลลาเจนจากแหล่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากหอยทะเลน้ำลึก จากปลาทะเลน้ำลึก หรือจากหนังหมู ก็ไม่ต่างกันเลย ร่างกายมนุษย์เมื่ออายุมากขึ้นระบบการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังก็เริ่มเสื่อมสภาพลง แม้แต่ในผู้สูงอายุที่ไม่ได้มีสภาวะขาดกรดอะมิโนเลยก็ตาม ดังนั้นการดื่มกิน หรือทาผิว ก็ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังขึ้นมาเลย เพราะร่างกายเสื่อมถดถอยไปตามอายุ

อ้างอิง
http://tinyurl.com/b5zu39f
http://en.wikipedia.org/wiki/Collogen
http://www.vcharkarn.com/varticle/42058
http://tinyurl.com/b3dxcg4

บทความโดย : ณัฐวัตร