<p>ศาสนาคือคำสั่งและคำสอน  ที่ว่าคำสั่งคือวินัยคือกฎหมายคือข้อปฏิบัติที่ต้องกระทำตามไม่กระทำตามถือว่ามีความผิดต้องลงโทษตามความผิดนั้น ๆ  ที่ว่าคำสอนคือคำชี้แนะชี้ชวนควรประพฤติปฏิบัติตามคำกล่าวอย่างนั้นซึ่งผู้ฟังจะทำตามหรือไม่ทำตามก็แล้วแต่การตัดสินใจเลือกของผู้ฟังคำสอนเอง</p>

  พระพุทธศาสนา คือคำสั่งสอนของท่านผู้รู้  ท่านผู้ตื่น  ท่านผู้เบิกบานด้วยธรรม  คำว่ารู้คือรู้แจ้งเห็นจริงรู้อย่างทะลุปรุโปร่ง  รู้อย่างแทงตลอดรู้อย่างไม่มีข้อสงสัยใด ๆ อีกแล้ว  พระพุทธศาสนาเน้นที่เจตนาในการกระทำกรรมใด ๆ ไว้ย่อมมีเหตุมีผลได้รับความเที่ยงแท้ยุติธรรมเสมอ 

  พระพุทธศาสนามองโหราศาสตร์อย่างไร..?  ตอบได้ว่า  โหราศาสตร์เป็นเรื่องของการทำนายทายทักคาดหวังในสิ่งที่อยากได้ใคร่ดี  โหราศาสตร์มองผ่านแว่นธรรมทางพุทธได้ในหลักธรรมนิยาม 5  ประการ

1 . อุตุนิยาม  เป็นเรื่องปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ  ฝนตก  หนาวร้อนตามฤดูกาลต่าง ๆ ที่ทำนายได้

2 . พืชนิยาม  เป็นกฎเกี่ยวกับธรรมชาติกับการสืบเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ

3 . จิตตนิยาม  เป็นกฎธรรมชาติเกี่ยวกับการทำงานของจิตใจ

4 . กรรมนิยาม  เป็นกฎแห่งกรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนและสัตว์

5 . ธรรมนิยาม  เป็นกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติที่อิงอาศัยล้วนเชื่อมโยงอิงอาศัยกันและกัน

ชาวพุทธไทยเรามีความเชื่อในกฎแห่งกรรมด้วยและมีความเชื่อในโหราศาสตร์หรือความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย  คำว่าโหราศาสตร์  หรือโหรจึงอยู่ในความเชื่อของชาวพุทธไทยมีทั้งโหรหลวงและโหรราษฎร์หรือโหรชาวบ้านที่เรียกว่าหมอดู  เป็นที่พึ่งเป็นผู้ให้กำลังใจผ่อนคลายความกังวลของชาวบ้านได้ดี นั้นคือคนเรามีความเชื่อในศาสนาและมีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์อัน เป็นความเชื่อที่ผสมกลมกลืนกันไปอิงอาศัยกันไป  ชาวพุทธไทยไปวัดไหว้พระสวดมนต์และเชื่อในการทรงเจ้าเข้าผี  ถือว่ามีความเชื่อที่คละเคล้ากันไป  เพราะถือว่าพระพุทธศาสนาสอนเรื่องกรรมก็เชื่อและเชื่อในการบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย

พระพุทธศาสนาไม่ปฏิเสธเรื่องโหราศาสตร์ระดับชาวโลกคุณเชื่อคุณก็กระทำตามได้  แต่พระพุทธศาสนาระดับเหนือโลกจะปฏิเสธโหราศาสตร์เพราะผู้เดินทางไปพ้นโลกเหนือโลกต้องเดินตามเส้นทางดับทุกข์โดยไม่เหลือสิ่งใด ๆ  แต่คนเดินทางในระดับชาวโลกยังคงคละเคล้าไปด้วยพุทธศาสตร์และโหราศาสตร์อยู่อย่างนี้ 

การทำบุญของชาวพุทธไทยต้องพึ่งโหราศาสตร์ดูวันเดือนปีอันไหนเป็นมงคลดูฤกษ์ดูยามและประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาพร้อมกันไปด้วย  ซึ่งผมว่าคงจะเป็นเช่นนี้ไปตลอดกาลนิรันดร์

</span>