ประโยคความซ้อน
ในภาษาอื่นๆ
ที่มีการใช้ประโยคความซ้อนแบบนี้ ที่ผมพอรู้จักก็คือ ภาษาบาลี และภาษาฮินดี
(ภาษาฮินดีอาจซ้อนกว่าภาษาสันสกฤตเสียอีก)
1. ลักษณะของประโยคความซ้อน
ขอให้พิจารณาประโยคต่อไปนี้
- ยํ ปรฺวตํ วยํ หฺโย’ปศฺยาม
โส’ตีว ตุงฺคะ ฯ (ยมฺ ปรฺวตมฺ วยมฺ หฺยสฺ อปศฺยาม, สสฺ อตีว ตุงฺคสฺ)
-
[อตีว(ไม่แจก) = อย่างยิ่ง, ตุงฺค =
สูง, หฺยสฺ (ไม่แจก) = เมื่อวาน]
- ภูเขาใด เราทั้งหลายได้เห็นแล้วเมื่อวาน, (ภูเขา)นั้น สูงอย่างยิ่ง
- แปลง่ายๆ ว่า ภูเขาที่เราเห็นเมื่อวานนั้นสูงอย่างยิ่ง
อาจเขียน "ส ปรฺวโต’ตีว ตุงฺคะ ยํ หฺโย’ปศฺยามฯ" ก็ได้ แปลเหมือนเดิม
คือ ศัพท์ ย- จะแปลว่า “-ใด” ศัพท์ ต จะแปลว่า “-นั้น”
เราอาจคุ้นกับพุทธพจน์ในภาษาบาลี เช่น
- โย ธมฺมํ ปสฺสติ, โส ม ํ ปสฺสติ.
- ผู้ใดเห็นธรรม, ผู้นั้นเห็นเรา
ผู้อ่านจะต้องพิจารณาว่า ย และ ต นั้นแทนสิ่งไหน, จึงเรียกกันง่ายๆ ว่า ประโยค ยะตะ
อีกตัวอย่าง
- ศิว อาทิรฺเยษำ เต เทวาะ (ศิวสฺ อาทิสฺ เยษามฺ, เต เทวาสฺ)
- พระศิวะเป็นใหญ่แห่ง...เหล่าใด,
เทวดาทั้งหลายเหล่านั้น
- = พระศิวะเป็นใหญ่แห่งพวกไหน เทวดาทั้งหลายก็พวกนั้นแหละ
- แปลอีกที พระศิวะเป็นใหญ่ในหมู่เทวดาทั้งหลาย
ประโยคนี้ แทนที่จะสร้างประโยคความเดียว
ก็ทำเป็นความซ้อน เยษามฺ สัมพันธ์กับ เทวาสฺ คือ พจน์เหมือนกัน แต่การก
ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน.
2. บางครั้งจะใช้ ศัพท์ไม่แจก แทนสรรพนาม เช่น
ยตฺร วเน (ในป่าที่ใด) ก็ใช้ว่า ยสฺมินฺวเน
3. การใช้ ยะ ตะ ซ้อนกัน
(ยะ กับ ยะ หรือ ยะ กับ ตะ) จะหมายถึง ใดๆ ใครๆ อะไรๆ แล้วแต่ศัพท์ เช่น
- ยทฺยเทษา กถยติ. (ยทฺ ยทฺ เอษา กถยติ). นางกล่าวสิ่งใดๆ
- โย ยสฺย ภาวะ สฺยาตฺ ความรู้สึกของใครๆ จะเป็นอะไรๆ ก็ตาม
4. สรรพนามใช้นาม บางครั้งก็ใช้กับ ยะ ตะ แสดงความไม่ชี้ชัด. และการใช้ ยะ ตะ กับศัพท์ไม่แจกบางตัว (เช่น จ, จน, จิทฺ, อปิ, วา) แสดงถึงความไม่ชี้ชัด (ใดๆ อะไรๆ) ตัวอย่างเช่น
ยสฺไม กสฺไม จิทฺ ยจฺฉติ. เขาให้แก่ใครบางคน. (ยสฺไม กสฺไม จิทฺ แปลรวบไปเลย)
ยสฺมาตฺกสฺมาจฺจินฺน ลภเต. (ยสฺมาตฺ กสฺมาตฺ จิทฺ น ลภเต.) เขาไม่ได้รับจากใครๆ เลย)
ศัพท์ (รอ)
ธาตุ
- √อาสฺ นั่ง.* [เหตุ.] อาสยติ วาง
- √ปา1 ดื่ม, [เหตุ.] ปายยติ ให้ดื่ม รดน้ำ
- √ปา2 คุ้มครอง. [เหตุ.] ปาลยติ คุ้มครอง, คำนี้อาจเป็นนามธาตุจากนาม ปาล. กริยาหลายตัวเราเรียนไปบ้างแล้วในบทก่อน
- √ปฺรี ชื่นชมยินดี, [เหตุ.] ปฺรีณยติ, ทำให้ยินดี เอาใจ
- √ภี กลัว. [เหตุ.] ภีษยเต, ภายยเต, ทำให้กลัว, ขู่, ทำให้ตกใจ เหมือน frighten ในภาษาอังกฤษเลย กริยาบอกเหตุหลายคำคล้ายๆ พวกเติม –en หลังกริยาภาษาอังกฤษ หรือกริยาพวกเติม ed inginterest, interesting อะไรพวกนั้น
- √วจฺ พูด เรียก [เหตุ.] วาจยติ
ทำให้(กระดาษ)พูด = อ่าน
- √สหฺ สหเต อดทน
- √สิธฺ สิธฺยติ สำเร็จ. [เหตุ.] สาธยติ กระทำ, ให้...สำเร็จ
- √หนฺ ฆ่า, ทำให้ตาย [เหตุ.] ฆาตยติ ให้..ฆ่า (ฆา กับ ฆ่า คล้ายกันมาก...)
- √หฺวา เรียก. [เหตุ.] หฺวายยติ ให้...เรียก
*ธาตุที่ไม่แจกรูปปัจจุบันกาล คือธาตุที่เรียนไปแล้ว(จึงไม่ต้องแจกให้ดู) หรือยังไม่ได้เรียน(จึงยังไม่แจกให้ดู) แต่เน้นเฉพาะกริยาบอกเหตุ.
นาม
- การฺย นปุ. งาน หน้าที่
- กฺฤษฺณ ปุ. พระกฤษณะ
- เกาสลฺยา ส. นางเกาสัลยา (ไทยใช้ เกาศัลยา)
- คติ ส.การเดิน, ที่พึ่ง
-
จรณ ปุ.นปุ. เท้า, ขา, ความประพฤติ
- ฉตฺร นปุ. ฉัตร, ร่ม
- ทุคฺฆ นปุ. น้ำนม
- เทวกี ส. นางเทวกี
- ปฺฤถฺวี ส.แผ่นดิน, โลก (บาลีใช้ ปฐวี)
- ศฺรี คำนำหน้าชื่อ(หญิงก็ได้ ชายก็ได้) หมายถึง ชื่อเสียง เกียรติยศ
- สหาย ปุ. เพื่อน ผู้ช่วย
คุณศัพท์
- อนฺย อื่น
- อิตร อื่น
- วิศฺว ทั้งหมด (ในภาษาพระเวท)
-
สรฺว ทั้งหมด (ทั้ง 4 คำ แจกแบบสรรพนาม หรือนามก็ได้)
-
สฺวาทุ หวาน
(sweet?) (คำนี้แจกแบบนามปกติ)
ศัพท์ไม่แจกรูป
- อปิ แม้ แต่ และ แม้กระทั่ง ถึงกับ ยัง ฯลฯ (คำนี้แปลได้หลายอย่าง ศึกษากันไป)
- วินา ปราศจาก (ใช้กับ กรณ หรือ กรรม การก, มักตามหลังศัพท์ที่ใช้)
แบบฝึก
1. แปลสันสกฤตเป็นไทย
สหาเยน วินา ไนว การฺยํ กิมปิ สิธฺยติ ฯ
เอเกน จรเณนาปิ คติะ กสฺย ปฺรวรฺตเต ฯ
<ol>
ส ปารฺถิว อุจฺยเตฯ
</ol>
2. แปลไทยเป็นสันสกฤต
1. สามี6 ของเกาศัลยา2 ใด5(สัมพันธ) พระราม3 ของนาง1(อธิกรณ) ถูกให้เกิดแล้ว4 ถูกเรียกว่า8 ทศรถ7.
(ประโยคนี้แปลกๆ หน่อย ลองแปลตามตัวเลข แล้วค่อยอธิบายอีกที)
2. ครู4 ยินดี3 กับท่าน1 เพราะความขยัน(อปาทาน)2
3. ทำไม (กสฺมาตฺ) ท่านพูดเช่นนั้น?
4. คนอื่้นๆ นอกจากเราทั้งหลาย ไม่พึงอดทนกะความทุกข์นี้
5. ครูสอนคัมภีร์ศรุติ และสมฤติทั้งหลาย แก่เราทั้งหลาย
6. พระเจ้าแผ่นดินทั้งหลาย2ทั้งปวง8เหล่านั้น7 เหล่้าใด1 คุ้มครอง6 ประชาชนทั้งหลาย5ด้วยธรรมะ3 จงมีชัย9
7. ผลไม้ทั้งหลายแห่งต้นไม้ทั้งหลายเหล่านั้นทั้งปวง มีรสหวาน
8. หญิงทั้งหลายเหล่าใดบูชาสามีทั้งหลาย เกียรติของเขาเหล่านั้นจงเพิ่มขึ้น
9. ในแผ่นดินนี้ การลงโทษของพระเจ้าแผ่นดิน ทำให้คนชั่วทั้งหลายกลัว
10. ผลไม้ใดของผลไม้ทั้งสอง(ที่)ท่านทั้งหลายปรารถนา?
11. บิดาของฉันให้ให้ทองแก่ฉันแล้ว ให้โคแก่ท่านแล้ว ไม่ให้สิ่งอื่นใดแก่พี่ชาย
อ๋อเหมือนพวก shorten lighten darken straighten
พออาจารย์อธิบายอย่างนี้ก็ทำให้เข้าใจเลยคะ
รู้อย่างนี้อาจารย์น่าจะพูดแต่แรก อิอิ
ฝรั่งก็เลยเรียนสันสกฤตได้ง่าย เพราะไวยากรณ์พอจะเทียบกันได้
แต่การสร้างกริยาจากธาตุ ไม่มีภาษาไหนเทียบได้เลย
(พอสูสีๆ ก็อาจเป็นภาษากรีก)
อาจารย์ค่ะ หนูเบื่อพวกคำที่ไม่เป็นไปตามกฎมาก ทำให้งงเวลาจะแยกสนธิแล้วแปล
เพราะสืบกลับไปลำบาก เฮ้ออ..
√ภี (ทำพฤทธิ์ที่สระท้าย ) --> ไภ + อย --> ภายฺ + อยเต = ภายยเต อันนี้พอเข้าใจ
แต่ไปเปิดดูกฎบางข้ออาจารย์บอกว่าต้องเติม ปฺ เฉพาะธาตุที่มีเสียงท้ายลงอิ อี และจะมีการเปลี่ยนแปลงเสียงเล็กน้อย เลยสับสนว่าที่จริงแล้วต้องอันไหนกันแน่ค่ะ
กับ ภีษยเต ทำอย่างไรถึงได้รูปนี้ออกมาค่ะ อาจารย์ช่วยแสดงวิธีทำให้ดูหน่อยคะ
ขอบคุณคะ ..
การเรียนภาษาสันสกฤตอย่าไปเคร่งกับกฎจนเกินไป
พยายามมองแบบมุมกว้าง และทบทวนบทที่เรียนมาแล้ว เพราะส่วนมากจะเชื่อมโยงกัน
สำหรับ ภีษยเต นี้ พูดไปแล้วในบทที่ 33 ว่า ธาตุนี้บางตำราว่ามาจาก นามธาตุ (ภีษ) แต่บางตำราว่า มาจากธาตุ √ภี
ดังนั้น จาก ภีษ เป็น ภีษยติ(ใช้ ภีษยเต ก็ได้) ก็จากการเติม อยะ นั่นเอง, แต่หากเรายึด ภี เป็น ภีษยเต ก็ต้องจำว่าเป็นรูปพิเศษ
รูปบอกเหตุของ ภี ใช้ได้หลายตัว คือ ภายยติ/ภายยเต, ภีษยติ/ภีษยเต, หรือ ภาปยเต ตามกฎเดิม ก็ได้ (จดไว้ให้หมดเลย)
ศัพท์ต่างๆ (เฉพาะสันสกฤตแบบแผน) มีรูปไม่หลากหลายมากนัก อ่านไปเรื่อยๆ ก็จะนึกออก ;) ตัวที่แทรกเข้ามา เช่น ย/ว ก็มักจะมาจากสระ อิ อี/อุ อู เป็นต้น, ต ที่แทรกมักจะเป็นกริยาพิเศษ, ป หรือ ย ก็เป็นกริยาอีกพวก, น/ณ ก็อีกพวก ก็ประมาณนี้เอง...
วันก่อนถามหา "ปกรณัมปรัมปรา" ใช่ไหมครับ
แพรวพิมพ์ซ้ำแล้วครับ
โอ้..ขอบพระคุณสำหรับข่าวหนังสือปกรณัมปรัมปราคะ
และก็คำตอบเรื่องธาตุ หนูเป็นคนยึดติดกับกฎเกณฑ์มากไปหน่อย ลืมไปว่าภาษามันยืดยุ่น ดิ้นได้
ซึ่งต่างกับคณิตศาสตร์ที่อาจารย์บอกคะ ^ - ^
อาจารย์หนูสงกะสัยอีกแล้วคะ .. อิอิ
√สหฺ เป็น สาหฺเต ได้ไหมค่ะ ( สระอะที่ตามมาด้วยพยัญชนะตัวเดียวให้ทำพฤทธิ์ )
√หฺวา เป็น หฺวาปยติ ได้ไหมค่ะ หฺวายยติ มายังไงอะคะ หนูลืม ฮ้าๆ
√หนฺ ทำไมเป็น ฆา ละค่ะ หรือเป็นหมวดอื่นยังไม่บอกให้จำไว้ก่อน
ขอบคุณคะ..
ฆา ไม่ต้องแล้วคะ ไปเปิดดูมาจากบทที่แล้ว นามธาตุ
ก็เหลือ สหฺ และ หฺวา ที่ยังสงสัยอยู่
อ้าว โทษทีคะ เพิ่งมาเห็นอาจารย์ตอบแล้ว
√สิทฺ ทำไมเป็น สาธยติ ละค่ะ
แล้วก็ ฆาตยติ อันนี้มันยืดเสียงอายังไงค่ะ อาจารย์อธิบายหน่อยคะ เอาทีละขั้นตอนเลย
ชอบคำอธิบาย √หนฺ ตามหลักภาษาศาสตร์ของอาจารย์มากคะๆ แลดูเป็นเหตุผลเป็นผลดี
ถ้าอันไหนมันไม่มีที่มาที่ไปหรืออธิบายไม่ได้หนูจะหงุดหงิดและพาลจำไม่ได้คะ ฮ้า นิสัยไม่ดีเลย
อาจารย์หมูรบกวนสักนิดนึงคะ ให้อาจารย์เข้าไปตามลิ้งที่ว่านี้ http://www.gonghoog.com/main/index.php/2012-11-10-06-30-24
แล้วดู ลลิตวิสตร อัธยายที่24 โศลกที่ 81-82 อะคะ
หนูว่าบางคำเขาตกพินทุไปหรือเปล่าค่ะ พออ่านแล้วแปลกๆ เช่น
ตุษฏสย ศรุตธรมสย ปศยตะ อสมิน เอตทไว สุขม
ไม่แน่ใจเลยมาถามอาจารย์นะค่ะ คือตกพินทุไปทำให้แปลตามภาษาไทยไม่ได้เลยคะ
หรือหนูอาจดูผิดไป
ขอบคุณคะ ..
สิธฺ ครับ เขียนผิด. สิธฺ ตัวนี้มีประวัติอีกแล้ว คือ มีสองรูป
สิฺธฺ และ สาธฺ แจก เหตุ. = เสธยติ และ สาธยติ.... มึนไหมครับ
ฆาต เป็น ฆาตยติ ไม่ต้องอธิบายเลย เป็นนามธาตุมาแน่นอน.. (ดูบทที่ 33 ประกอบ)
ลลิตวิสตระ เข้าไปดูแล้ว เขาตกพินทุ หมดเลย
เรื่องนี้น่าเพิ่งดู เพราะเป็นภาษาสันสกฤตแบบแผสม คือ สันสกฤตมั่ง บาลีมั่ง บางศัพท์ไม่แจกรูปก็มี
อ่านแล้วจะงงกันใหญ่
แนะนำให้รวมบทเรียนทั้งหมดไว้ในไฟล์เดียว เวลาค้นหาจะได้ง่ายครับ
अहं मन्दिरे धवजाचार्यं ह्योSपश्ये - เมื่อวานฉันเห็นอาจารย์ธวัชชัยที่วัด
ถูกไหมค่ะ อิอิ
อาจารย์ติดตามข่าวพระสันตะปาปาองค์ใหม่กับเขาไหมค่ะ หนูตามดูอยู่ไม่หลับไม่นอนเลย
แอบก็อบคำภาษาละตินตอนที่เขาจะประกาศชื่อท่านมาด้วยคะ อิอิ
เวลาประกาศชื่อพระสันตะปาปาใหม่จะประกาศเป็นภาษาลาติน ... ถ้าเป็นพวก "ปาปาบิลี" ชื่อจะขึ้นตามนี้ครับ (ศึกษาไว้ จะได้เดาชื่อได้เลยตอนประกาศ) ....
Angelum = "อันเจลุม" +อันเจโล่ สโคล่า (อิตาลี)
Odilonem Petrum = "โอดิโลเน็ท เปตรุม" +เปโดร เชเรอร์ (บราซิล)
Marcum = "มาร์กุม" +มาร์ก โอลล์เล็ต (แคนาดา)
Timotheum Michaëlem = "ทิโมเทอุม มิกาเอเล็ม" +ทิโมธี โดแลน (อเมริกา)
Christophorum = "คริสโตโฟรุม" +คริสโตฟ โชนบอร์น (ออสเตรีย)
อาจารย์พบทราบบ้างไหมค่ะ แล้วยากไหมเอ่ย ?
เขียนถูกแล้วครับ (ธวัชชัย น่าจะสะกด ध्वजजय..)
ชื่อละตินที่เขียน เข้าใจว่าเป็นวิภักติกรรม นะครับ
..
Singular
Plural
Nominative
angelus
angeli
Genitive
angeli
angelōrum
Dative
angelo
angelis
Accusative
angelum
angelos
Ablative
angelo
angelis
อาจารย์ค่ะ เคล็ดลับการจำศัพท์แบบประหยัดเวลาและรวดเร็วที่สุด น่าจะไปตามจำพวกนิบาตก่อนไหมค่ะ เพราะเห็นบ่อยและไม่แจกรูปมากนัก ไม่เหมือนพวกนามที่ก็เยอะแถมพอทำสนธิหน้าตาก็เปลี่ยนกันไปมาก
แต่ตอนนี้ก็จะพยายามท่องศัพท์ที่อาจารย์ให้มาทุกบททุกวันคะ เพราะมันสำคัญจริงๆพอเวลาไปเจอศัพท์ข้างนอกก็จำได้เลยว่าอาจารย์เคยให้ศัพท์ตัวนี้มา แต่ถ้าจำศัพท์พื้นฐานทั้งหมดที่อาจารย์ให้ไว้ในบทเรียนทั้งหมดได้นี่คงจะดีมากนะค่ะ อย่างน้อยๆก็คงครอบคลุมไปได้ส่วนหนึ่งด้วย
จะว่าไปประโยคความซ้อนของสันสกฤตเหมือนภาษาอังกฤษแบบนี้ไหมค่ะ
the man who can't be moved
จากตัวอย่างประโยคแรก
ยมฺ แทนภูเขา
วยมฺ แทน เราทั้งหลายเห็นแล้ว
สสฺ แทนภูเขาลูกนั้น
แบบนี้ก็เรียกประโยคหลังที่ตามมาเป็นส่วนขยายว่าอนุประโยคได้ไหมค่ะ หนูจำไม่ได้ว่าภาษาอังกฤษนั้นเขาเรียกว่าอะไร