เมื่อหลายวันก่อนผมได้เจอกับครอบครัวนี้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของบันทึกนี้ แต่เพราะการประชุมทำให้เราได้พบและเรียนรู้เรื่องราวของกลุ่มคนที่มากกว่าทำงานด้านดนตรี จนสุดท้ายผมเองได้เห็นมุมมองที่น่าประทับใจทางด้านการศึกษา ที่ผมค้นหาและเชื่อมั่นว่านี่คือการศึกษาทางรอด ที่สังคมกำลังต้องการเพื่อสร้างคนคุณภาพ อย่างมีสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ

"ผักกาด" สาวน้อยที่เชื่อว่าใครเห็นก็ต้องหลงรัก นักเรียนโครงกาารโฮมสคูล อะไรคือคำว่าโฮมสคูล คำถามนี้เหมือนเคยได้ยินคำตอบแต่ก็เหมือนนานมาแล้ว และละเลยไปวันหนึ่งจึงได้มีโอกาสได้ไปพบกับคนในเรื่องที่ศึกษาทางเลือก ศึกษาด้วยตนเอง ศึกษาตามภูมิปัญญาของครอบครัว เสมือนการเรียนจากรุ่นสู่รุ่น จากคนสู่คน เพื่อนำสิ่งที่มีค่าที่สุดของสายตระกูล ส่งต่อถึงลูกหลาน วันนี้ผมมีโอกาสได้เข้าไปชิมกาแฟน้องผักกาด "อื่ม อร่อยมากเลย" แต่อาจจะไม่ได้กินกาแฟมานานเลยรู้สึกว่าฟองมันหนามัก ๆ แต่สิ่งที่ประทับใจกว่านั้นคือบรรยากาศ การต้อนรับ และสิ่งที่ได้เห็นคือการสรุปบทเรียนของคำว่า โฮมสคูล (home school) ครอบครัวนี้หลังจากลูกเรียนจบชั้น ป.6 ก็ให้เรียนต่อที่โรงเรียนเดิมเหมือนกับเด็กทั่วไป แต่เมื่อเรียนไปสักระยะ ก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่ทางที่ต้องก้าว จึงหันกับกลับมาต้านแรงของสังคมเพื่อนำความเชื่อมาสู่ความจริง การถ่ายทอดความรู้ทางด้านวิชาชีวิต ให้แก่ลูกสาวที่ในตอนท้ายของการทำวิดีทัศน์สรุปบทเรียน โฮมสคูล ว่า "การเรียนการสอนที่จัดให้น้องเรียนอาจอ่อนด้านวิชาการ แต่เชื่อว่าวิชาการสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมในอนาคตได้ และสิ่งที่สำคัญคือการให้ประสบการณ์ได้เรียนรู้" อาจโคทคำพูดได้ไม่ตรงนัก แต่ผมเชื่อว่านี่คือใจความสำคัญ หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่า การศึกษาปัจจุบันไม่ใช่ทางออกของสังคม เสมือนหนึ่งการเอาเด็กนักเรียนไปขังไว้ที่โรงเรียน อยู่กับเพื่อน-ฝูง ถึงเวลาก็นั่งฟัง ได้เวลาก็กิน เที่ยว กลับ สิ่งที่ได้อย่างน้อยที่สุดที่พูดกันก็คือประสบการณ์ ประสบการณ์นั้นเองที่เป็นสิ่งที่เหลืออยู่ แล้วทำไมเล่า ประสบการณ์เหล่านั้นจึงไม่ใช่ประสบการณ์ที่เกิดจากพ่อแม่ ประสบการณ์ที่ใช้ประโยชน์ได้ หรือเป็นประสบการณ์พ่อ แม่ ต้องรับผิดชอบและถ่ายทอดให้แก่ลูก เสมือนหนึ่งเป็นหน้าที่สำคัญ ที่คนส่วนใหญ่กลับตอบเหตุผลด้วยคำพูดสั้นๆ ว่า "ไม่มีเวลา"
โฮมสคูล อาจไม่ใช่ยาวิเศษ หรือคำตอบในทุกคำถามของสังคม แต่เป็นเสมือนแนวทางการศึกษาหนึ่ง ซึ่งเราจำเป็นจะต้องจัดรูปแบบการเรียนรู้ให้หลากหลาย เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ นั่นแสดงว่าการศึกษาผ่านห้องสี่เหลี่ยม ไม่ใช่ตำตอบอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ท้าทายที่เป็นคำถามเกิดขึ้นต่อในใจ คือ แล้วเราที่เป็นผู้ปกครอง จะจัดการเรียนรู้อย่างไร นั่นเป็นปัญหาใหญ่ภายใน และยังไม่ต้องคิดถืงปัญหาใหญ่ภายนอกจากสังคม ว่าทำไมไม่??? ทำไมไม่??? ซึ่งผมเองต้องแสวงหาคำตอบจากทั้งพี่น้องกลุ่มนี้ และจากประสบการณ์ชีวิตที่ต้องเผชิญอย่างแน่นอน และต้องสร้างโอกาสไปพูดคุยกับครอบครัวนี้อีกสักครั้ง

การเรียนรู้ในอดีตก็เป็นการศึกษาแบบโฮมสคูล จากรุ่นสู่รุ่น ความลับทางสายวิชาถูกเก็บไว้เพื่อให้ลูกสืบให้หลาน แต่การเรียนรู้แบบตะวันตกในยุคสมัยหนึ่งเท่านั้นที่เข้ามาครอบงำและทำให้รู้สึกว่าการศึกษาวิชาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษล้าสมัย ซ้ำร้ายสังคมพ่อแม่กลับผลักไสลูกให้ห่างไกลจากรากเหง้าเดิมของชีวิต ผักกาด อาจเป็นผลผลิตที่งดงามจากโฮมสคูล ที่มีความเข้มแข็งทางชีวิตที่พร้อมจะเรียนรู้ในทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแข้แข็งต่อไป
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะท่าน