วันจันทร์ที่ยี่สิบห้า...กุมภาพันธ์...


ตื่นนอนแต่เช้า...ผมปลุกทุกคนให้รีบไปวัด

เพราะวันนี้เป็นวันพระใหญ่..."วันมาฆบูชา"

เมื่อไปถึงวัด...ความรู้สึกอบอุ่นใจมากที่พบเห็นคนมากมายไปวัด

คงเป็นเพราะ...เป็น..."วันหยุด" และ "วันพระใหญ่"


เมื่อกลับจากวัด...ผมจัดการชีวิตประจำวันของผมและครอบครัว

ถึงแม้เป็นวันหยุด...แต่ก็ต้องทำงาน...เป็นหน้าที่ และมีความรักเจือในนั้นด้วย

ก่อนผมจะถึงอนามัย...ผมแวะเยี่ยมบ้านผู้ไข้เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดสมอง

คนๆ เดียว...ช่างถูกโรครุ่มเร้าหลายโรค...แต่ด้วยความคิดที่มีเครื่องหมายบวกรอบตัว

ทำให้ผู้ไข้ของผม...อยู่กับโรคเหล่านั้น...อย่างเป็น "มิตรสหาย"

แม้ขาซ้ายของคนไข้จะลากตามขาขวา...แต่ก็มาส่งผมที่หน้าบ้าน

ผมออกรถ...เหลือบมองไปกระจกหลัง...คนไข้ยังยิ้ม และโบกมือให้ผม

เป็น "ความสุข" ที่เงินจำนวนมากมายขนาดไหนคงซื้อไม่ได้


ผมมาถึงอนามัย...มีน้องสาวหมออนามัย...ขึ้นเวรวันหยุด...

ผมเคลียร์เอกสารบนโต๊ะที่รีบด่วน...ระหว่างนั่งและเขียนเอกสาร ร้องเรียกและขอร้องให้น้อง

จัดยา "ปฐมพยาบาล" เพราะผมจะไปเป็น "ครู" ที่ค่ายทหาร

ตำบลของผม "จัดค่ายเยาวชน" อยู่ที่นั้น


ผมขับรถไม่รีบร้อนก็ถึงค่ายทหาร ซึ่งห่างจากอนามัยประมาณสี่สิบกิโลเมตร

มีทีมต้อนรับน้องๆ เยาวชน ประมาณแปดสิบคน

เผลอหน่อยเดียว...ก็รับประทานอาหารเที่ยงกัน

บ่ายก็ต่อด้วยกิจกรรมเบาๆ สบายๆ ละลายพฤติกรรม

เผลอลืมเวลา..ก็เย็นทานข้าวเย็น...

ผมแอบมานั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดทหาร

อ่านบทกวี..."ลว. (ลาดตะเวน)...สุดท้ายก่อนกลับบ้าน"

คิดถึงหัวอกผู้เป็นแม่ของเหล่าทหารหาญ และชีวิตของทหาร

ความรักประดังประเดหลากไหลบ่าเจิ่งนองในกวีบทนั้น...


"ครูทหาร" ก็บูรณาการกิจกรรมด้วย ให้พวกเราและน้องๆ ร่วมไหว้พระ สวดมนต์ และเวียนเทียน

เนื่องในวัน "วันมาฆบูชา" ที่ทหารจัดกิจกรรมทางศาสนาภายในวัดประจำๆ

พระอาจารย์ และพระสงฆ์ ช่วยทำให้วันนี้มีความหมายอย่างยิ่ง

นอกจากบทสวดพระธรรมที่ก้องในหูอย่างไพเราะและกังวาน

ความรู้ที่ได้รับจากพระอาจารย์กับวันสำคัญทางศาสนาก็่ช่วยเติมเต็มกับที่มาของวันดังกล่าว


วันมาฆบูชา....

เหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมๆ กันถึง 4 ประการ อันได้แก่
1.วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์

2.มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

3.พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6

4.พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือ "เอหิภิกขุอุปสัมปทา"


พระอาจารย์เทศนาว่า...ความจริงแล้ว...การที่พระสงฆ์  1,250 รูป มาประชุมพร้อมกัน

ไม่ใช่เป็นเหตุบังเอิญ

แต่เป็นเพราะ "พระพุทธเจ้า" มีการสื่อสารอย่างชาญฉลาดต่างหาก

เพราะพระพุทธเจ้าตรัสล่วงหน้าเป็นๆ ว่า...จะไปจาริกในค่ำคืนนี้...แคว้นมคธ...เพื่อแสดงธรรมให้พระราชา

ลูกศิษย์ที่พระพุทธเจ้าบวชให้...1,250 รูป...ก็มีที่มา เช่น  ปัญจวัคคีย์ และท่านอื่นๆ จึงพร้อมใจมา 

ณ แห่งนี้...และวันนี้...


พระอาจารย์บอกอีกว่า "ไม่มีเหตุบังเอิญ" 

มีแต่ "เหตุที่จัดสรร" ไว้แล้ว...เหมือนพวกเรามารวมตัวอยู่ที่นี้

และมาทำเรื่องดีๆ...

เหตุบังเอิญ...ทำให้ไม่มีการเตรียมตัวเตรียมใจ

แต่ถ้าคิดว่า มีแต่เหตุที่จัดสรร

จะทำให้เราไม่ประมาท และก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีสติ

คำทิ้งท้ายของพระอาจารย์...ผมก็ยึดถือไว้ในการดำเนินชีวิตมาโดยตลอด


ค่ำคืนนี้ของผม...พระจันทร์สวยเหลือเกิน.....