.jpg?1361815156)
เมืองโบราณที่กรมศิลปากรกำลังขุดแต่งอยู่ที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีจากร่องรอยหลักฐานที่พบเชื่อว่าบริเวณแถบนี้คือศูนย์กลางของอาณาจักรลังกาสุกะซึ่งเจริญมาก่อนอาณาจักรศรีวิชัยและเป็นเมืองท่าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคโบราณ ชาวจีน
เรียก"หลาง หย่า ซุ่ย"ร่องรอยทางโบราณคดี ชี้ให้เห็นว่ามีลักษณะเป็นเมืองเรียงกันถึง 3 เมืองด้วยกัน ที่กำลังขุดอยู่เป็นศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนาทั้งพบคำจารึกภาษาปัลลวะอินเดียโบราณและภาษาสันสกฤตด้วยบ่งบอกอย่างเด่นชัดแรกเริ่มนั้นชาวลังกาสุกะนับถือศาสนาพราหมณ์เปลี่ยนมาถือพุทธแล้วเปลี่ยนมาเป็นอิสลามตามลำดับชี้ให้เห็นว่าดินแดนแถบนี้ในอดีตพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก่อนและจากร่องรอยจะเห็นว่าพุทธศาสนาได้เข้ามาในดินแดนนี้ไม่น้อยกว่า 1800 ปีมาแล้ว มีการขุดพบพระพทธรูปที่ถูกสร้างในพุทธศตวรรษที่7ที่เมืองโบราณยะรัง(หากไปดูที่ยะรังลำบากก็ไปดูที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสงขลาก็ได้นะมีเอามาตั้งแสดง) ส่วนปัตตานีในยุคปัจจุบันคือเป็นเมืองที่ตั้งมาภายหลังเพราะมีหลักฐานทางธรณีวิทยาว่าปัตตานีวันนี้คือดินแดนเกิดใหม่เมื่อทะเลถอยห่างฝั่งออกไปทุกทีลังกาสุกะเลยกลายเป็นเมืองภายในแผ่นดินอยู่ห่างชายฝั่งทะเลในวันนี้เกือบ 25 กม.ชายฝั่งบริเวณท่าเรือใหญ่ครั้งโน้นปัจจุบันนี้คือคลองปาเละหมู่บ้านกาแลบูซา (ท่าเรือใหญ่) หมู่บ้านเทียระยา (หมู่บ้านเสากระโดงเรือ) ต.ตันหยงลูโละ อ.เมือง ปัตตานี ดังนั้นก่อนที่ปัตตานีจะเป็นอิสลามดินแดนแถบนี้จึงเป็นพุทธมาก่อน มีหลักฐานพบว่าปัตตานีเป็นพุทธติดต่อกันมายาวนานนับแล้วมากกว่า 1500 ปีในประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่าระหว่างปีพ.ศ.1804-1821เจ้าเมืองเป็นมลายูแต่ได้รับพระราชทานนามว่า"ราชาฤทธิเทวา"ซึ่งท่านก็เป็นพุทธมามกะตั้งมั่นอยู่ในพระรัตนตรัยจนกระทั่งสวรรคตซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองนครนับถือพระพุทธศาสนาองค์สุดท้ายต่อมาปี พ.ศ 2022เจ้าผู้ครองนครองค์ใหม่นามว่า"เจ้าอินทิรา"ได้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามทำให้ประชาชนพลเมืองพากันถือตามตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาปัตตานีและดินแดนใกล้เคียงกลายเป็นรัฐอิสลาม สรุปว่าปัตตานีเป็นพุทธมาตั้งแต่อาณาจักรลังกาสุกะประมาณ 1500ปี เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามได้ประมาณ 500 ปีมานี้เอง จากนั้นได้เกิดการเคลื่อนย้ายผู้คนจากถิ่นอื่นเช่นจากเกาะชวา จากอินเดีย จากอาหรับและจากดินแดนมลายูตามเข้ามาอยู่ในพืนที่ปัตตานีต่อมาได้ผสมผสานกลมกลืนทางด้านศาสนาและชาติพันธุ์จนกลายเป็นคนส่วนใหญ่ในสามจังหวัดภาคใต้ทุกวันนี้เหตุที่คนมลายูรุกคืบเข้าครอบครองอย่างง่ายดายเพราะไม่มีระบบ"ตรวจคนเข้าเมือง"ใครจะไปใครจะมาเป็นความสมัครใจของผู้คนในแถบนั้น คำถามต่อมาแล้วคนไทยพุทธที่อยู่สามจังหวัดละพวกเขามาจากไหนพวกเขาเป็นสิ่งแปลกปลอมในพื้นที่นี้จริงหรือคำตอบคือไม่ใช่คะแต่ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์แล้วพวกเขาคือคนถิ่นฐานดั่งเดิมลูกหลานมหานครรัฐลังกาสุกะเหมือนกันหรือจะเรียกอีกอย่างว่าพวกเขาคือเจ้าของบ้านดั่งเดิมเแท้จริงเช่นกันคะ
ชาวพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้พวกเขามาจากไหนกันและพวกเขาเป็นสิ่งแปลกปลอมในพื้นที่ที่สมควรถูกขับออกจากพื้นที่จริงหรือ?
4 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นางสาว นลินนิภา รัตนภู · 25 ก.พ. 2556
น้อย น้ำพอง · 25 ก.พ. 2556
นางสาว วิภัททา ชูสังข์ · 25 ก.พ. 2556
นาย ธรรมรส ราชบุตร · 25 ก.พ. 2556
anupongw-pcctrg · 25 ก.พ. 2556
วุฒิภัทร ช่วยชู · 25 ก.พ. 2556