<p>วันหยุดยาวช่วงวันมาฆบูชาสร้างความตื่นเต้นให้พวกเราพอควร  ไม่ใช่ข่าวระเบิดใน 3 จังหวัดภาคใต้หรอกนะ  ไม่ใช่ข่าวก่อกวนของคนใจร้ายทำให้พื้นที่เมืองหาดใหญ่เมืองสงขลาทำให้นักท่องเที่ยวซบเซาลงหรอกนะ  เอ..แล้วความตื่นเต้นอะไรละ  อยากรู้ตามมาอ่านเลย…</p>

เมื่อวานเราไปทานอาหารกลางวันในร้านริมทะเลแถวหาดสมิหลาเมืองสงขลา  สภาพอยู่ใกล้ดินทรายมีร่มไม้ดูวิวสวย ๆ จู่ ๆ ก็เกิดลมฝนพัดกระหน่ำลงมากลุ่มคนที่ไปนั่งทานอาหารต้องย้ายกลับเข้าที่กำบัง  เจ้าลูกชายคนเล็กวางเสื้อคลุมไว้บนเก้าอี้  เมื่อทานเสร็จเจ้าตัวเล็กก็สวมเสื้อคลุมตัวนั้นแล้วเรากลับมายังเมืองหาดใหญ่เข้าไปเที่ยวในตัวเมืองเกือบ 2 ชั่วโมงก่อนกลับถึงบ้านพักเจ้าตัวเล็กก็นอนหลับไปตื่นเอาเกือบหกโมงเย็น

พอเจ้าตัวเล็กลุกจากเตียงผ้านุ่มคุณแม่ก็เข้าไปนั่งและบอกว่าไม่รู้มีตัวอะไรไต่หลังหาดูไม่เจอต่อมาประมาณ 30 นาที พวกเราออกกำลังกายส่ายฮูราฮูบบ้าง  เต้นตามเพลงบ้างพอครบเวลาถึงทีพักผ่อน  เจ้าลูกชายคนเล็กจะไปนั่งเตียงผ้าตัวนั้นอีก ..! ? คุณพ่อ..ไม่รู้ตัวอะไร..ดำ ๆ ทุกคนตื่นเต้น เงียบ.. ว้าว..ตะขาบยาวประมาณ 5 นิ้วได้  คนที่กลัวที่สุดกลับเป็นคุณแม่ของลูก ๆ นั้นเอง

ใช้ทฤษฎีอริยสัจจ์ 4 มาจับได้โดยสาวไปหาเหตุผลได้ความว่า

1 . เมื่อฝนกำลังจะตก  บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ต่างหนีน้ำขึ้นสู่ที่สูงเช่นบนเก้าอี้แล้วหลบภัยในเสื้อคลุมที่วางไว้แล้วเด็กน้อยสวมใส่มาถึงบ้านพัก

2 . มันออกมาซ่อนตัวอยู่ใต้ที่เตียงนั่งแล้วขึ้นสู่เสื้อคุณแม่เกือบหาเจอแต่มันหลบไปอยู่ในเตียงผ้าได้อีก

3 . ตาเด็กซุกซนจึงมองเห็นมันแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

4 . การค้นหาความจริงเกิดจากการพิจารณาไต่ตรองมองหลักจนเห็นแจ้งแล้วสืบย่านสาวโยดเห็นครบกระบวนการมาของตะขาบนั้นแล

เรื่องนี้ได้ข้อคิด

1 . พึงระวังในทุกที่ล้วนมีอันตรายสำหรับผู้ไม่ระมัดระวัง

2 . อย่าวางเสื้อผ้าสิ่งของในที่ใกล้ป่ารกเคยมีคนวางถุงไว้แล้วงูเลื้อยเข้าไปอยู่คนนั้นหอบถุงใส่รถกลับบ้านคิดดูจะเกิดอะไรขึ้น

3 .  ก่อนออกจากที่ใด ๆ ควรตรวจตราให้รอบคอบมีสติมาปัญญาเกิดนั้นแล.

</span>