เรื่องเล่าจากห้องครัววันนี้ 


นำวิธีการตุ๋นขาหมู ที่ปรุงด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน 

การนำมะพร้าวน้ำหอมมาตุ๋นขาหมู จะช่วยเพิ่มรสชาติและความกลมกล่อมให้กับขาหมูตุ๋น ซึ่งรสชาติจะแตกต่างจาการตุ๋นแบบใช้น้ำธรรมดา




ส่วนประกอบของเมนูขาหมูตุ๋นมะพร้าวอ่อน

ประกอบด้วย

  • ขาหมูขาหน้า 1 ขา 

  • มะพร้าวอ่อน 1ผล ทั้งน้ำและเนื้อมะพร้าว

  • ผงพะโล้ 2 ช้อนชา 

  • หอมแดง และกระเทียมสับ อย่างละ 1ช้อนโต๊ะ

  • ปรุงรสด้วย น้ำตาลปึก 1ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซอสหอยนางรม  

วิธีทำ 
  • (1)นำขาหมูไปย่างไฟก่อน จนหนังเกรียมแล้วนำลงแช่น้ำเย็นทันที ใช้มีดขูดผิวออกให้สะอาดดังภาพแรกค่ะ

  • (2)ใส่น้ำมันพืชประมาณ 1ช้อนโตีะ เจียวหอมแดง และกระเทียมให้หอม

  • (3)จึงลดไปอ่อนลง ปรุงรสด้วย น้ำตาลปึก 1ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซอสหอยนางรม

  • (4)ใส่ผงพะโล้ (ระวังอย่าให้ผงพะโล้มีกลิ่นไหม้นะคะ จะไม่อร่อย)

  • (5)เทใส่ลงในหม้อน้ำมะพร้าว ใส่ขาหมู เติมน้ำให้พอท่วม

  • (6)ตั้งไฟแรงจนกระทั่งเดือด ช้อนฟองออก

  • (7)จากนั้นลดไปอ่อนปานกลางเคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง

  • (8)ชิมรสให้กลมกล่อม ไม่ต้องเข้มข้นมาก เผื่อไว้น้ำแห้งอีกนิดจะ อร่อยพอดี

  • (9)จึงลดไฟอ่อน ๆ เคี่ยวต่ออีก 2-3 ชั่วโมง

  • ลักษณะ ขาหมูตุ๋น เนื้อจะนิ่มพอดี น้ำจะเป็นสีน้ำตาลไหม้ ข้นขลุกขลิก 



  • ขาหมูต๋นมะพร้าวอ่อน พร้อมเสริฟค่ะ 



เมนูขาหมูตุ๋น นั้นหลายคนคงถอยออกห่าง และคงบอกว่าไม่ใช่อาหารเพื่อสุขภาพ ที่ควรบริโภค


แต่เมนูขาหมูตุ๋นนั้น มีส่วนประกอบ ของคอลลาเจนธรรมชาติ ที่ช่วยให้ผิวพรรณไม่เหี่ยวย่น ไม่ต้องซื้อหาคอลลาเจนสกัดในราคาแสนแพง ขาหมูตุ๋น ไม่ได้มีส่วนของไขมันอย่างเดียวที่เข้าใจนะคะ 
เราทราบได้อย่างไร? ว่า 
  • ส่วนไหน คือ คอลลาเจน 
  • ส่วนไหน คือ ไขมันหรือน้ำมัน 
ค่ะส่วนที่ลอยผิวหน้าคือไขมัน ส่วนที่จมอยู่ด้านล่างคือคอลลาเจน เจลใสๆคล้ายวุ้น 


เรามาทำความรู้จักกับคอลลาเจนกันเล็กน้อย


(1) "คอลลาเจน (Callagen)

  เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง (scleroprotien) ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของ เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน อยู่ในรูปของไฟเบอร์ที่ประกอบด้วยสายไขมัน (peptide chain) 3 สาย ทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น ยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปความยืดหยุ่นที่เคยมีก็เสื่อมลง คงไว้แต่ความเหนียวที่เพิ่มมากขึ้น แต่อุ้มน้ำได้น้อยลง ผิวจึงแห้งเหี่ยวยับย่น และด้วยคุณสมบัติเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิวหนังนี่เอง เครื่องดื่มเสริมคอลลาเจนจึงถือกำเนิดขึ้นมา พร้อมคำบรรยายสรรพคุณที่ว่าช่วยให้ผิวพรรณสวยงาม เต่งตึง แลดูอ่อนกว่าวัย

  แท้จริงแล้วคอลลาเจนในเครื่องดื่มนั้นไม่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง ต้องผ่านกระบวนการย่อยเป็นโปรตีนก่อนนำไปใช้ประโยชน์ ฉะนั้นสิ่งที่จะได้รับจากเครื่องดื่มผสมคอลลาเจนจึงเป็นโปรตีนไม่ใช่คอลลาเจนอย่างที่เข้าใจ

  หากอยากเพิ่มคอลลาเจนแก่ผิวแนะนำให้กินอาหารจำพวกหนังสัตว์ เช่น ขาหมู หมูพะโล้ หมูหนาว อาหารเหล่านี้หากนำไปแช่แข็งให้แยกตัวจะเห็นส่วนที่เป็นหนัง ไขมัน และชั้นวุ้นใสๆ ชัดเจน และชั้นวุ้นใสนี่เองที่เรียกว่าคอลลาเจน นอกจากนี้ควรรับประทานผักผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซีซึ่งเป็นสารตั้งต้นการสังเคราะห์คอลลาเจน เช่น ฝรั่ง ส้ม เบอร์รี่และผลไม้รสเปรี้ยวทั้งหลาย เพียงเท่านี้ผิวพรรณร่างกายก็ดูสดใสสมวัยแล้ว"

ข้อความบางตอนจากบทความนี้ค่ะ

http://www.healthandcuisine.com/health.aspx?cId=7&aId=1158 ขอบคุณค่ะ




(2)วิธีป้องกันการเสื่อมสลาย ของคอลลาเจน ง่าย ๆ คือ หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ตัวการของความแก่

คนที่ไม่อยากแก่เร็วอย่ากินแป้งและน้ำตาลเยอะ หลีกเลี่ยงแสงยูวี เพราะจะทำให้คอลลาเจนรวน จับกันสะเปะสะปะ แทนที่จะยืดหยุ่นก็เป็นเสมือนยางที่เสื่อมสภาพ ทำให้เปราะและเหี่ยวง่าย ที่สำคัญควรรับประทานอาหารเติมคอลลาเจนให้กับร่างกาย สำหรับอาหารที่มีคอลลาเจน เช่น ปลาทะเลน้ำ ลึก ปลาทู ปลากระเบน กระดูกปลาฉลาม ซึ่งคอลลาเจนจะพบในกระดูกของปลา หรือ พบบริเวณตาปลา มีลักษณะเป็นเหมือนวุ้น ๆ ใส ๆ หรือจะเอากระดูกอ่อนไก่ และหมูมาต้มน้ำซุปก็จะได้คอลลาเจนเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าเวลาต้มขาหมู หรือต้มกระดูกหมู ข้น ๆ พอทิ้งไว้นาน ๆ จะกลายเป็นวุ้น นั่นแหละคือคอลลาเจน

ข้อความบางตอนจากบทความนี้ค่ะ

http://www.collagen.in.th/eat-of-collagen.html ขอบคุณค่ะ




<p>ปิดบันทึกด้วยคำขอบคุณ </p><p>•ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามอ่านบันทึกนะคะ</p><p> …. สวัสดีค่ะ  :)</p>
<p>นารี ชูเรืองสุข </p><p>22 กุมภาพันธ์ 2556</p>…