ดร. ธวัชชัย ได้ตอบกระทู้เรื่อง ปฏิจจสมุปบาท ของผม ความตอนหนึ่งว่า....เรื่องหลักปฏิจสมุปบาทนั้นทำให้นึกถึงคำถามที่ผมยังไม่เคยมีคำตอบได้สักทีว่า "being conscious นี่มันบุญหรือกรรมของมนุษย์" ครับ ดูเหมือนศาสนาต่างๆ ก็พยายามให้คำตอบเรื่อง consciousness นี่เอง ตีความและให้ทางเลือกต่างๆ กันไป แล้วใครถูกใครผิด ฯลฯ
ผมขอร่วมเสวนาดังนี้ครับ
คำว่า consciousness หรือ awareness นี้น่าจะตรงกับภาษาไทยเราว่า มีสติสัมปชัญญะ (ไม่ใช่มีสติอย่างเดียว แต่มีสัมปชัญญะด้วย)
ศาสนาหลายหลาก สอนให้มีสติเพียงอย่างเดียว เช่นให้กำหนดรู้ในอะไรสักอย่างอย่างมั่นคง นั่นก็เป็นทางรอดของเขาแล้ว
แต่ถ้าเป็นแบบนี้ศาสนาพุทธอาจเห็นว่าเข้าข่าย มิจฉาสติ มิจฉาสมาธิไปแล้ว (ตามมรรค ๘) เพราะเป็นสติที่ไม่มีปัญญา (สัมปชัญญะ) ทำหน้าที่กำกับ ก็อาจพาเข้ารกเข้าพงได้ อุปมาดังโจรก็มีสติตั้งมั่นในการปล้น ทำให้ทำการปล้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่าปกติ แต่ไม่มีปัญญากำกับว่าการปล้นผู้อื่นเป็นสิ่งไม่ดีเป็นต้น
คำว่า consciousness นั้น มรรค ๘ ยังมีคำขยายว่า right consciousness ด้วยนะครับ
คำว่า สัมมาสติ ผมอยากแปลว่า rightfocus มากกว่า ส่วนฝรั่งส่วนใหญ่แปลกันว่า right mindfulness หรือ right concentration
ส่วนสัมมาสมาธินั้น อยากแปลว่า right analysis ซึ่งฝรั่งส่วนใหญ่แปลกันว่า right consciousness หรือ right awareness
อุปมาดังเราฝึกฝนสร้างเลนส์ขึ้นมารวมแสง (focus) ให้เป็นจุด เกิดความร้อนเข้มข้นจนเผาหญ้าให้ไหม้เป็นจุลได้ แล้วเราก็วิเคราะห์ (analysis) ให้เห็นว่าหญ้านั้นเป็นทุกข์ เป็นอนิจจา และ เป็นอนัตตา ก็เกิดความรู้ หมดอวิชชา หมดจิต หมดสังขาร นั่นแล
ท้ายสุด ภาษิตฝรั่งอันหนึ่งมีว่า Ignorance is bliss (ความไม่รู้ (อวิชชา) คือ ความสุขอย่างยิ่ง) ...ซึ่งเป็นภาษิตเสียดสียอดนิยมอันหนึ่งของผมทีเดียว
...คนถางทาง (๑๙ กพ ๒๕๕๖)
ถ้าเรามี consciousness แล้ว การมี right consciousness จึงเป็นทางรอดในการจัดการกับ consciousness ที่เรามี แต่ถ้าเราไม่มี consciousness เราก็ไม่ต้องเรียนรู้ที่จะมี right consciousness
แต่การมี consciousness คือการได้มีโอกาสมี right consciousness (เป็นบุญ) แต่ก็ทำให้เรามี wrong consciousness ด้วย (เป็นบาป) แล้วโดยธรรมชาติ consciousness จะไปในทาง wrong consciousness เสียมากกว่า เพราะ right consciousness นั้นต้องเกิดจากการเรียนรู้
มีประเด็นที่น่าคิดว่า "ต้องเรียนรู้" นี่ "ต้อง" แค่ไหน
เรื่องสมาธิก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งครับ ผมคิดว่าโดยศัพท์แล้ว meditation นั้นแปลว่า "วิปัสสนาสมาธิ" ตรงกันอย่างมากครับ ส่วนสมาธิแบบอื่นนั้นจะเป็น contemplation มากกว่าครับ เราอาจฝึกสมถสมาธิจนถึงสภาวะญาณ (Jhana) ต่างๆ แต่อาจจะไม่มี right consciousness ก็ได้ไหมครับ ผมไปอ่านหนังสือของฮินดูที่เขารวมวิธีการฝึกสมาธิหลายร้อยแบบเลยได้เห็นว่ามิจฉาสมาธินี่มีเยอะจริงๆ ครับ
แต่กลับเข้าประเด็น no consciousness equals no need for meditation, no good?
..การปฏิบัติบูชา เป็นการบูชาอย่างสูงสุด..ปฏิบัติอะไร?จึงจะเป็นการบูชา..ตอบว่า ปฏิบัติ 1.ทาน 2.ศีล 3.ภาวนา..ปฏิบัติอย่างไร?..ปฏิบัติด้วย กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม..จะปฏิบัติวิธีไหนล่ะ?..ก็ลองปฏิบัติตามอย่างที่ บรมศาสดา บรมครู บุรพาจารย์สั่งสอน แนะ นำ ทำให้เห็นเป็นแบบอย่างนั่นแหละ..ง่ายดี..ถ้าพิจารณาตามนี้แค่ผิวเผิน.. คนบางคนว่า ถูกหลักกาลามสูตรบ้าง..ผิดหลักกาลามสูตรบ้าง..ซึ่งคนเหล่านั้นไม่เคยปฏิบัติบูชาจริงจัง เอาแต่ พยายามคิดพยายามอ่าน พยายามตีความ..โดยมิได้นั่งลง ปฏิบัติสมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน หรือเดินจงกรม..เลย..ครูเรานี่(พระพุทธองค์)ท่านดีมาก..ท่านท้าให้ลองเหย็งๆ..แต่ลูกศิษย์หัวดื้อ ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี..น่าขำจริงๆ..จนเมื่อเห็นกงจักร เป็น กงจักร นั่นแหละ ซึ่งก็ มักจะสายทุกที..สาธุ..
ท่าน ธ ครับ ผมอาจจะเบลอแต่แรกที่ไปแปล consciousness ว่า สมาธิ โดยทั่วไปแล้วศัพท์นี้มักแปลกันว่า "วิญญาณ" (ความระลึกรู้ตัว) ส่วน สมาธิ ส่วนใหญ่ก็ Meditation แหละครับ
ประเด็น no consciousness equals no need for meditation, no good? นั้ัน ถ้าจะให้ผมตอบแบบศรีธนญชัยก็อาจตอบว่า คนที่บรรลุธรรมแล้ว หมดตัวตนแล้ว (อนัตตา) ก็ไม่มีจิตด้วย ก็เท่ากับว่า no conฯ นั่นเอง ก็ไม่ต้อง meditate แล้ว หรือในทางกลับกันถ้าเอาพื้นๆ ผู้ทีอ้างว่า no conฯ กลับเป็นคนที่มี conฯ (จิต) มากที่สุุด คือมีอวิชชาเต็มๆ นั่นเอง นี่่ว่าตามหลักห่วงโซ่ของปฏิจจฯ นะครับ
"Adam and his wife were both naked, and they felt no shame." (Genesis 2:25)
แต่หลังจากกินผลไม้จาก Tree of Knowledge แล้วก็เป็นได้อายม้วนหาเสื้อผ้ามาปิดตัวกันเชียว (ผมชอบคำสอนที่มาในลักษณะเรื่องเล่าเช่น Genesis หรือภควัทคีตา ผมว่ามันเป็นการนำเสนอที่สวยชวนให้ตีความดีครับ)
หมายถึง consciousness หรือ awareness นี่เป็นเหตุแห่งทุกข์ ถ้าเราไม่มีเสียตั้งแต่ต้นก็ไม่มีทุกข์นั้นหรือครับ?
แต่เมื่อเรามี consciousness แล้ว เราก็ต้องหาทางจัดการกับมันเพื่อไม่ให้ทุกข์ (วิธีที่ดีแล้วได้ผลก็กลายเป็นศาสนาต่างๆ)
แต่การมี consciousness ก็มีด้านดีเพราะทำให้เรารู้จักทุกข์และสามารถจัดการกับทุกข์ได้ ปัญหาคือ ได้จริงหรือเปล่า?
ตกลงมี consciousness นี้เป็นสิ่งที่ดีหรือเป็นสิ่งที่ไม่ดีครับ?
ผมก็ยังขอยืนกระต่ายขาเดียวครับว่า ถ้าเป็น right conฯ ก็น่าจะดีครับ เพราะทำให้พ้นทุกข์ ไม่ว่าจะแก้หรือนุ่งผ้าก็ตาม อดัม อีฟ แต่เดิมอาจมีจิตบริสุทธิ์ แต่พอไปกินแอปเปิ้ลแ่ห่งอวิชชา ก็เลยเกิดสังขาร (คิด) รู้จักอาย ก็เข้าวงจร ปฏิจจฯ