ครั้งแรก ที่ผมมีโอกาสเข้าไปร่วมในกิจกรรมแบบนี้ เครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กแต่ละภาคเขาจัดกันมาหลายครั้งแล้ว เวทีนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารราวๆ ๕๐ ท่าน โดยมีสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกเป็นเจ้าภาพหลัก มีมูลนิธิแอ๊คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) สนับสนุนงบประมาณ เปิดเวที ณ โรงแรมสวนดุสิต กรุงเทพฯ

        ผู้บริหารแต่ละภาค มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ในอุดมการณ์ และคัดค้านการยุบเลิก ยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กมาโดยตลอด จะควบรวมกับโรงเรียนใหญ่ก็ไม่เอา  มีความตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพนักเรียนที่โรงเรียน ที่มีนักเรียนต่ำกว่า ๑๐๐ คน

         ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ สพฐ. และ ศธ ทำให้โรงเรียนขาดความเชื่อมั่น นโยบายไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนรัฐมนตรีก็เปลี่ยนใจเปลี่ยนหลักการ  สพฐ.พูดอะไรไว้ ก็กลับคำ เร่งรัดให้ไปเรียนรวมบ้าง ควบรวมบางชั้นบ้าง นโยบายเร่งรัด ณ เวลานี้ ส่อแววว่ามีนัยสำคัญ ที่โรงเรียนขนาดเล็กจะไว้ใจไม่ได้เลย ก็คือ การระดมทุนให้กับโรงเรียนดีศรีตำบลอย่างมากมาย ความพยายามที่จะจัดสรรรถตู้ และไม่บรรจุผู้บริหารให้โรงเรียนที่มีเด็กต่ำกว่า ๖๐ คน

          จากการแลกเปลี่ยนความคิด พบว่า โรงเรียนที่มีเด็กน้อย ประมาณว่าต่ำกว่า ๒๐ คนในบางภูมิภาค เขาไม่พร้อมที่จะบริหารจัดการ ซึ่งเขตพื้นที่ควรเข้าไปดำเนินการได้เลย แต่ก็มีนับหมื่นโรงเรียนที่มีเด็กไม่ถึง๖๐ คน ที่เขาพร้อมจะก้าวต่อไปทุกวิถีทาง เพื่อมุ่งสู่คุณภาพ โดยใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น จากภาคเอกชน ใช้การบริหารตามบริบท และจัดหลักสูตรเฉพาะ ที่มุ่งเน้นความรู้คู่คุณธรรม นำพาสู่ทักษะชีวิต และน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้

          ต้นสังกัดโรงเรียนเล็ก คือ สพฐ. พยายามจะอ้างอิง ผลประเมิน สมศ. และ ผลการสอบโอเน็ต ป.๖  แต่แล้วก็พูดไม่ออก ซึมและอึ้งไปพักหนึ่ง เมื่อพบว่าล่าสุด โรงเรียนขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ผ่านประเมินสมศ.ในเกณฑ์ ดี และ ค่าเฉลี่ย โอเน็ต ๘ สาระ ภาพรวมสูงกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ 

         ผมสังเกตว่าทุกท่านในที่ประชุม ขณะทำแผนพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อมุ่งสู่การปฏิรูปการเรียนรู้แนวใหม่ ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหาร ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ หลายคนจบปริญญาเอก บางคนกำลังเรียนปริญญาโท ปริญญาเอก เขาทั้งหลายพร้อมที่จะไปเติบโตที่อื่น แต่กลับทุ่มเทหัวใจให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก เขาทั้งหลายบอกว่า ต้องการความชอบธรรม ไม่ชอบการข่มเหงรังแกจากรัฐบาล ที่ชอบอ้างประชาธิปไตย แต่ตัวเองเผด็จการล้วนๆ และทุกคนที่มาอยากเห็นโรงเรียนเล็กๆอยู่คู่กับวัดและหมู่บ้าน เพื่อพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีฐานะยากจน

         ผมเอง ๗ ปีในโรงเรียนขนาดเล็ก เข้าใจเรื่องนี้ได้ไม่ยาก โดยส่วนตัวไม่กลัวการยุบโรงเรียน หรือควบรวม เพราะยังไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้สำเร็จ ได้โดยง่าย(เพราะรัฐบาลชุดนี้ มักจะคิด พูด ทำ อะไรที่เฟอะฟะอยู่เสมอ) ผมจะอยู่ที่นี่ไปตลอด แม้จะมีอุปสรรคและขาดแคลน แต่ถ้าทำงานด้วย หัวใจ ก็เชื่อว่าเอาอยู่ แต่โรงเรียนของเพื่อนในเครือข่ายกำลังจะลำบาก และดูเหมือนสถานการณ์จะบีบรัดมากขึ้น ผมจึงต้องร่วมเวทีด้วย และคิดว่าจะช่วยโรงเรียนเหล่านั้น ทั้งกำลังกายและกำลังสติปัญญา

       ก่อนลงจากเวที...ผมฝากข้อคิดไว้ด้วย

พอได้มาจึงได้เห็นเป็นได้รู้

ว่านักสู้มีอยู่จริงช่างยิ่งใหญ่

จะกล้ายุบโรงเรียนเล็กได้อย่างไร

ด้วยหัวใจเรายังรักจักก้าวเดิน

         เริ่มมีแผนปณิธานที่หาญกล้า

         อุดมการณ์พัฒนาน่าสรรเสริญ

         พันธกิจมุ่งมั่นใช่ฝันเกิน

         ยุทธศาสตร์ไม่ขัดเขินแต่ครบครัน

จุดประกายก่อการณ์เพื่อสานต่อ

เราไม่ท้อเพราะเห็นทางที่สร้างสรรค์

ทำเครือข่ายให้เข้มแข็งร่วมแบ่งปัน

จักคงมั่นโรงเรียนเล็กเพื่อเด็กไทย

         อย่ามายุ่งมายุบให้ย่อยยับ

         อย่ามาจับโยนทิ้งขึ้นหิ้งไหน

         อย่ามาคุ้ยมาควบรวมกับใคร

         อย่าผลักไสหันมาสนคนชั้นครู

บนเวทีได้แลกเปลี่ยนและเรียนลัด

ความจำกัดแต่เข้าใจได้ความรู้

เคยเงียบขรึมซึมเซาแค่เฝ้าดู

เปลี่ยนเป็นสู้กู่ก้องร้องด้วยคน

         กำลังใจให้สภาการศึกษา

         แอํคชั่นเอดให้เงินมาน่าหวังผล

         เมื่อกลับไปให้ราบรื่นชื่นกมล

         ครูสร้างคน..จงอย่าท้อ..ขอขอบคุณ