
“คอมพิวเตอร์” เทคโนโลยีที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนในสังคม ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนชีวิตของคนเราดีขึ้นทั้งเรื่องของการเรียน การทำงาน หรือการติดต่อสื่อสารก็จริงแต่ว่าการที่เราเข้าไปคลุกคลีกับเจ้าคอมพิวเตอร์มากขึ้นเท่าไร สุขภาพร่างกายของเราก็ยิ่งทรุดโทรมเร็วมากขึ้นเท่านั้น อาจเรียกโรคที่เกิดขึ้นนี้ว่า “โรคจากคอมพิวเตอร์”
สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์วันละนานๆ มีสภาวะเสี่ยงกับโรคอะไรบ้าง ลองมาดูกันดีกว่า
1. ความผิดปกติจากการบาดเจ็บสะสม (Cumulative Trauma Disorders) เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นแล้วรุนแรง แต่จะค่อยเป็นค่อยไป มีทั้งปวดคอ ปวดไหล่ ข้อมือและหลัง เนื่องจากนั่งอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน
2. โรคที่เกิดจากการทำงานซ้ำๆ ส่วนใหญ่จะพบในผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน มักจะมีอาการชาข้อมือ หรือที่เรียกว่า กลุ่มอาการอุโมงค์ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ ที่บริเวณข้อมือทำให้เอ็นรอบๆข้อมือหนาตัวขึ้นแล้วไปกดเส้นประสาทที่วิ่งผ่าน ทำให้เกิดอาการชาและเจ็บได้
3. โรคทนรอไม่ได้ อาการนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากผู้ที่เล่นอินเตอร์เน็ตในหลายๆ ครั้งที่เว็บไซต์ที่เปิดโหลดช้า หรือการดาวน์โหลดต้องใช้เวลานาน อาจจะทำให้ผู้ใช้หงุดหงิด ใจร้อน กระวนกระวาย ถ้าเป็นบ่อยๆ หรืออาการหนักๆ อาจจะเป็นโรคประสาทได้
4. อาการท้องร่วงเพราะคีย์บอร์ด (Qwerty Tummy) ชื่อภาษาอังกฤษ Qwerty ของอาการนี้ เอามาจากตัวอักษรชุดแรกบนแป้นคีย์บอร์ดนั่นเอง สาเหตุที่คีย์บอร์ดทำให้เกิดอาการจู๊ดๆ คือ แป้นคีย์บอร์ดมักจะมีแบคทีเรียสะสมอยู่ แล้วหลายๆ คนมักจะรับประทานอาหารหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีคีย์บอร์ดตั้งอยู่ แบคทีเรียเหล่านั้นอาจจะปะปนในอาหารได้
5. กลุ่มอาการทางตาจากคอมพิวเตอร์ (Computer Vision Syndrome) เช่น อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนล้า อาการตาแห้ง การใช้คอมพิวเตอร์นานเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ตาขาดน้ำหล่อเลี้ยงเกิดอาการระคายเคืองได้ และอาการที่ตามมาคือ ตาพร่าและมองไม่เห็นชั่วคราว นอกจากนี้ยังอาจมีอาการไมเกรนพ่วงมาด้วย เพราะเมื่อตาเกิดความเครียด กล้ามเนื้อตาจะบีบรัดเลนส์ตาจนเมื่อยล้า
รักษาอย่างไร? ถ้าต้องใช้สายตาอยู่กับหน้าจอนานๆ ควรพักสายตาทุกๆ 10 นาที ด้วยการเปลี่ยนไปมองวัตถุที่อยู่ไกลออกไปสัก 20 ฟุต มองสัก 2 - 3 นาที แล้วค่อยทำงานต่อ
มีคำแนะนำในการจัดสัดส่วนงานคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องมาฝากกันด้วย คือ ปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ให้ต่ำกว่าระดับสายตาในแนวระนาบประมาณ 20 องศา ระยะในการมอง ควรอยู่ระหว่าง 50 - 70 ซม. เก้าอี้ปรับระดับได้ และ/หรือโต๊ะปรับระดับความสูงได้ นั่งหลังตรง หลังพิงพนักพิง และสำหรับผู้ที่อยากจะคลายความเหนื่อยล้าให้ตัวเอง ลองทำตามนี้
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จะช่วยให้ห่างไกลจากโรคคอมพ์ได้ดีที่สุดคือ การทำงานกับคอมพิวเตอร์ในระยะเวลาที่พอเหมาะ ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ และหาเวลาออกกำลังกายบ้าง
http://m.thaihealth.or.th/healthcontent/special_report/11637


ปวดข้อศอกที่ขณะนั่งหน้าจอนั่งเท้าคาง
ขอบคุณคะ ขอเรียนถามคุณหมอเรื่องโต๊ะคอมพิวเตอร์ ergonomic ที่ขายในท้องตลาด ช่วยป้องกันภาวะปวดไหล่ ปวดศอกได้จริงไหมคะ