เรื่องนั้นไม่ว่าจะจบแบบไหน แต่จบตามความเป้นจริง เราก็จะยอมรับและวางได้แน่นอน

  หลายวันมานี้ ต้นไม้ในซอยเข้าบ้่าน เกิดอาการใบ ก้าน ร่วงอย่างมากมาย ผู้เขียนมองแล้วก็นึกไปว่า เมื่อคืนลมถ้าจะแรงละมัง จึงพัดใบและก้านใบร่วงหล่นเป็นกองอย่างนี้



 เวลาผ่านไปอีกวัน วันนี้ไม่มีลม ไม่มีฝนในเวลากลางคืนแน่นอน แต่ใบไม้สดก็ยังร่วงทับถมไบไม้แห้งเช่นเดิม เอ...หรือต้นไม้นี้ถ้าจะหมดอายุแล้วละมัง

 ภายในสัปดาห์นั้น ผู้เขียนก็มีอันที่ไม่ได้สังเกตไม้ต้นนี้อีก เพราะต้องกลับบ้านมืดๆติดๆกัน เนื่องไปเยี่ยมน้องที่โรงพยาบาล

 แต่เช้าวันต้นต้นสัปดาห์ ผู้เขียนยังเห็นปรากฎการใบไม้ร่วงต่อเนื่อง แต่คราวนี้ มองดูกิ่งไม้โกร๋นไปหลายกิ่ง ผู้เขียนแปลกใจตรงที่แม้ใบที่ยังไม่เหลือง ก็พากันร่วงราวกับไม่สามารถจะอยู่บนต้นนี้ได้ต่อไป

 ความคิดจากการเห็นขาดๆตอนๆอย่างนี้ ทำให้มีข้อสันนิษฐานมากมาย และจินตนการไปพร้อมหาจุดจบให้เนื้อเรื่องเกือบจะสมบูรณ์ คือต้นไม้นี้ ใบร่วงอย่างผิดสังเกต คงเป็นโรคร้าย ที่ทำให้ไม่สามารถที่จะอยู่ยืนต้นต่อไป น่าเสียดาย ต้นก็ใหญ่พอสมควร เคยเห็นนก กระรอก กระถิก ปีนเกาะเล่นเสมอๆ คราวนี้ก็คงแยกย้ายไปต้นอื่น



 ผู้เขียนคิดว่าตนเองคิดเรื่องต้นไม้จบไปแล้ว และไม่ได้สนใจ แม้บางวันยังเหยีบไปบนใบไม้ที่ร่วงเต็มทางเหมือนเดิม ก็เดาเรื่องจบไปแล้วนี่ แต่ที่จริงในใจผู้เขียนยังคิดไม่จบ ยังเก็บเรื่องนี้เอาไว้ในส่วนลึก จนกระทั่งวันหนึ่งที่เดินผ่านแล้วเห็นว่าไม่ค่อยมีใบไม้สดแล้ว ดังนั้นความสนใจจึงกลับมาอีก พอเงยหน้ามองต้นไม้ ก็ต้องพบกับเหตุผลที่ไม่ได้เฉียดความคิดของผู้เขียนเลย นั่นคือเห็นใบอ่อนแตกปริเต็มต้นราวกับเสกขึ้นมาในคืนเดียว ที่แท้ใบไม้เก่าต้องร่วงจนหมด เพื่อให้ใบใหม่แตกยอดออกมานั่นเอง เพราะอะไรผู้เขียนก็ไม่มีความรู้เรื่องต้นไม้สักเท่าไหร่



 รู้แต่ว่า การที่เราคิดอะไรไม่จบ ไม่ทำความจริงให้แจ้งนั้น มันทำให้ความคิดของเราหลงทางไปไกล และสรุปเรื่องราวไปตั้งหลายครั้ง บางทีก็ห่างไปจากเรื่องจริงมากเหมือนกัน

  และยังพบว่า ความคิดที่เราคิดตามและเห็นความจริงจนหายสงสัยนั้น มันทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ ใจเราก็โล่งเบา ไม่เอากลับมาสนเท่ห์อีกต่อไป

 มิน่า เขาถึงบอกว่า ให้ค่อยๆจำแนกเรื่องราวในสองของเรา แล้วคิดไปทีละเรื่องให้จบ ใจเราจะได้ไม่ติดค้าง และวางเรื่องนั้นลงได้ ภาระของในใจก็น้อยลง ไม่ต้องแบกหามให้หนักใจ

 แค่เรื่องนอกกายที่มีผลกระทบกับเราน้อยมากเช่น ใบไม้ร่วงนี้ ผู้เขียนยังตามความคิดไม่ค่อยจะทันเลย รู้เลยว่า ชอบเอาประสบการณฺ์ ความเคยเห็น เคยชินมาแต่งเรื่องราวไปด้วย ที่จริงแค่ค่อยๆคิดพิจารณาทุกวัน ผู้เขียนคงมีข้อสังเกตได้มากกว่านี้ เช่นต้นไม้ยังสดใส แข็งแรงไม่ผุกร่อน และไม่ลงความเห็นว่าต้นไม้กำลังจะตาย

ทุกการสูญเสีย ไม่ได้แปลว่าเป็นผลไปในทางลบเสมอไป ดังนั้นหากจะค้ดเรื่องมาคิดเพื่อจำหน่ายนั้น อาจเอาเรื่องที่กวนใจเรามากที่สุดก่อนก็ได้ ตามดูไปเรื่อยๆ แล้วจะเห็นความเป็นจริงของเรื่องนั้น ไม่ว่าจะจบแบบไหน แต่จบตามความเป็นจริง เราก็จะยอมรับและวางได้แน่นอนค่ะ