ผู้เขียนตื่นแต่เช้าทุกวัน ถ้ามีโอกาสตอนเช้าจะไปปั่นจักรยานออกกำกลังกาย ปกติแล้วผู้เขียนจะมีสอนตอนเช้าประมาณ 8 โมงเช้าไม่อย่างนั้นก็สอนเวลา 8.30 น. แต่ละเช้าท้องฟ้าไม่เหมือนกันเลยนะครับ ผู้เขียนถ่ายแค่สองเช้า วันแรกพระอาทิตย์สีสดใส วันที่สองมีหมอกลงด้วย แต่ส่วนมากถ่ายภาพครั้งไหนก็มักจะติดน้องนกไปด้วยตลอด... เสมอๆเฮ้อ...

ตอนเช้านัด วศิน ไว้ ปกติผู้เขียนจะต้องไปสอนที่โรงเรียนบ้านรางมูกตอนบ่าย อ่านได้จากบันทึกนี้ แต่ตอนบ่าย วศินมีธุระที่บ้านเราทั้งสองคนเลยไปตอนเช้า ขอแลกตารางสอนกับคุณครูที่โรงเรียนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่พวกเรามาสอนกันที่โรงเรียน...
เมื่อวานผู้เขียนไปขอความอนุเคราะห์กับพี่มณฑา วงศ์มณีโรจน์รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนากำแพงแสนเพื่อขอหน่อกล้วยหอมทองเอาไปให้โรงเรียนปลูก พี่มณฑา ใจดีให้เจ้าหน้าที่ไปขุดมาจากแปลงทีเดียว
วศินและผู้เขียนเลยเอาหน่อกล้วยมาฝากโรงเรียน เป็นกล้วยหอมพันธุ์ที่ส่งไปขายญี่ปุ่น เช้าวันนี้มาถึงโรงเรียนแต่เช้าก่อน 8.30 น.ผู้เขียนให้นักเรียนเขียนคำศัพท์และเล่นเกมภาษาอังกฤษ วันนี้ตอนมาถึงได้ยินเสียงนักเรียนตะโกนว่า เย้ๆ คุณครูมาแล้ว ผู้เขียนคิดเอาเองว่าสงสัยนักเรียนอยากเรียนจริงๆ
ผู้เขียนพบว่านักเรียนมีความตั้งใจดี แต่ว่ามีคำศัพท์พื้นฐานที่จะใช้สื่อสารค่อนข้างน้อย วันนี้ลองเอาชั้นประถมศึกษาปีที่ 5และ6 มารวมกันจัดกิจกรรม (ปกติครูที่โรงเรียนนี้ขาด มักจัดการเรียนการสอนรวมอยู่แล้ว)
ทุกวันศุกร์นักเรียนจะใส่ชุดสีขาว ครั้งแรกผู้เขียนคิดว่านักเรียนไปปฏิบัติธรรมมาเสียอีก มีนักเรียนตัวใหญ่มาก อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรียนได้ค่อนข้างช้า วศินเลยช่วยดูแล แต่เป็นเด็กอารมณ์ดี สามรถเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนได้
มีนักเรียนคนหนึ่งตัวเล็กๆ เห็นภาพแล้วทำให้คิดถึงเรื่อง สัญญาหน้าเสาธง ที่คุณแผ่นดินให้ดูในการอบรมที่ในบันทึกนี้ เข้าใจว่าชื่อเล่นว่าน้องผึ้ง เพื่อนชอบรุมแกล้งเสมอ แต่ผู้เขียนคิดว่านักเรียนคนนี้เป็นเด็กฉลาด แต่คิดอะไร ทำอะไรได้ช้ากว่าเพื่อนๆสักหน่อย
ก่อนกลับมามหาวิทยาลัย ผู้เขียนตั้งใจแวะไปหาลุงเบี้ยวชาวบ้านข้างโรงเรียนที่อยู่กับภรรยา ลุงเบี้ยวอายุประมาณ 77 ปี เป็นคนแข็งแรง ผู้เขียนแวะเยี่ยมลุงเบี้ยวเพราะว่าตั้งใจว่าจะเอาต้นกล้วยหอมทองไปฝากลุงเบี้ยว นอกจากนี้ยังตั้งใจว่า จะให้ลุงเบี้ยวมาเป็นวิทยากรในท้องถิ่นสอนนักเรียนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
ลุงเบี้ยวมีบ้านติดโรงเรียน ใช้จอบขุดพื้นที่รอบๆเพื่อปลูกผัก ลุงเบี้ยวเป็นตัวอย่างของคนสู้ชีวิตและคนขยัน ลุงปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก ในสวนแกมีแปลงผักที่นักเรียนสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้เลย
ผู้เขียนชอบแกปลูกหัวไชเท้า ถึงแม้นว่า หัวไชเท้าไม่งาม แกกินไม่หมด ลุงเบี้ยวก็เอามาตากแห้ง ทำหัวไชเท้าเค็มหรือหวานต่อไป
แม้แต่ถ่านลุงเบี้ยวก็เผาถ่านเองนะครับ ฝีมือเผาถ่านดีมาก ถ่านก้อนใหญ่ เข้าใจว่าใช้ไม้เนื้อแข็ง
ผู้เขียนเองชอบบ้านหลังเล็กของแก เหมือนเป็นบ้านเอนกประสงค์ที่เก็บฟืน หุงข้าว ทำอาหารเล็กๆน้อยๆ
ต่อไปในอนาคต เข้าใจว่า ถ้าโรงเรียนปลูกผัก ปลอดสารพิษนักเรียนก็จะมีอาหาร ผัก ที่ปลอดสารพิษกินดูแล้วเด็กๆคงมีความสุขแบบในภาพ ผู้อ่านคิดอย่างไรครับ…ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…
สวัสดีครับท่านอาจารย์ เป็นกิจกรรมที่ดีมากๆเลยครับ จะศึกษาการทำงานของท่านอาจารย์ต่อไปครับ
ขอบคุณคุณสามารถมากครับ พี่มณฑาให้กล้วยไปปลุกที่โรงเรียนด้วยครับ
มีโอกาสจะพาไปเที่ยวโรงเรียนไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไรเลยครับ
ดีจังค่ะผักปลอดสารพิษ ลุงเบี้ยวก็ดูแข็งแรงมาก เพราะได้อยู่กับธรรมชาติ น่าอิจฉาจังเลย
มีความสุขกับเด็กๆและลุงเบี้ยวด้วยค่ะ..
ขอบคุณ คุณ tuknarak ลุงเบี้ยวแข็งแรงมากๆๆ ขุดดินตลอดลุงบอกว่า ถ้าหยุดแล้วร่างกายจะไม่แข็งแรงครับ
ขอบคุณพี่ใหญ่มากครับ ลุงเบี้ยวและเด็กๆอยู่ใกล้กัน แต่ไม่ค่อยได้คุยกันครับ
พี่ใหญ่สบายดีนะครับ
ขอบคุณดร.ธวัชชัยและพี่บุษยมาศมากครับที่มาให้ดอกไม้ ดร.ธวัชชัยต้องชอบสวนลุงเบี้ยวแน่ๆเลยใช่ไหมครับ
แวะมาทักทายและยินดีกับกิจกรรมการเรียนรู้ชีวิตที่มีความสุข...ส่งความสุขและความรักให้พี่ชายครับผม
ขอบคุณน้องดร.Pop มากครับ ขอให้มีความสุขเช่นกัน
...... เป็นระบบ เศรษฐกิจ พอเพียง & เพียงพอจริงๆ นะคะ ท่านขจิต ..... ขอบคุณบทความคุณภาพนี้ค่ะ
ขอบคุณพี่เปิ้น ตรุษย์จีนนี้พี่เปิ้นและคุณหมอไปเที่ยวไหนครับ
มาเยี่ยมมาเยือนเพื่อนเก่า...สุขสันต์วันตรุษจีนนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์.."อยากได้จิตอาสาเจ้าค่ะ"...ช่วงเดือนมีนานี้...ยายธีจะมาต่อเติม"บ้านดิน"ที่ยังไม่เสร็จของ"ยายวิ"ที่อินทร์บุรี...มีรายการ..ทำห้องน้ำ..ระบบนำน้ำเสียไปใช้บำบัดด้วยพืชน้ำ(แต่ยังขาด..ผู้ชำนาญ..ทางทฤษฎีและปฏิบัติ..และยายธีเสนอแนะวิธีการเทคนิคการปั้น(ดิน)การทำสี..โครงสร้าง(ดิน)ทำภายในด้วยดิน..ระยะเวลา..ทั้งเดือนมีนา..".ที่บ้านยายวิแก"..ปลูกผักปลูกเห็ด..กินเอง...(จะติดต่อหลังไมค์..ทำไงคะ..อยาก..พบหนู"กล้วยไข่"และอาจารย์ เรียนเชิญ..).".ยายวิทำงานช่วยเหลือสังคมเป็นงานอดิเรกและช่วยเหลือหมาแก่หรือพิการอยู่กลางทุ่งนา..อินทร์บุรี"..สถานที่เป็นโรงหมูเก่า..เนื้อที่สิบไร่..จ้ะ..ปากทางเข้าซอยโรงหมูเก่า..ทางไปกรุงเทพสามแยกอินทร์บุรี..ก่อนถึงจะมีป้ายร้านน้องเปิ้น..ตัวใหญ่เป็นที่สังเกตุ..ปั้มเชลล์..และปากซอยมี ร้าน..รูปปั้น..หมูหมากาไก่ให้เห็น..เข้าซอยมา..เกือบสุดกำแพงสูงด้านขวาเลี้ยวซ้ายไปเรื่อยๆตามทางจนถึงกำแพงมีประตูเหล็กและหน้าบ้านเป็น"นาข้าว"และที่ทำการ อบต.
"ผู้สนใจเรื่องของดิน(ปั้น)ปลูกผักกินเองมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน..เรียนฝากอาจารย์ประชาสัมพันธ์มา ณ. ที่นี้..เจ้าค่ะ"...ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด...ยายธีค่ะ...
ลุงเบี้ยวเป็นครูสอนเศรษฐกิจพอเพียงได้เลยนะค่ะเนี่ย
แวะมาเยี่ยมเยียนผลงานน่าภาคภูมิใจยิ่งค่ะกำลังสนใจการปลูกฝักปลอดสารพิษพอดี..ขอขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีๆสู่กันนะคะ
ชอบบรรยากาศบ้านลุงเบี้ยวจัง เรียบ ง่าย มีความสุข สมถะ ให้นึกถึงบ้านของคุณมะเดื่อสมัยเด็ก ๆ ก็แบบนี้ แต่ก็มีความสุขล้นเหลือ
คุณครูก็จิตอาสานะคะ
สวัสดีค่ะ ดร.ขจิต
กลับมาแล้วค่ะ ขอรายงานตัว จิตอาสายั่งยืนนะคะ
สุขสันต์วันตรุษจีน รวยๆ สุขภาพแข็งแรง โชคดีตลอดไปนะคะ
ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีแรงทำเรื่องดีๆ ขอเป็นแรงใจ และขออาศัยเป็นพลังเติมเต็มใจให้ชุ่มชื่น ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณพี่นุชมากครับ พี่นุชหายไปนานมากๆ ทางอุดรฯสบายดีไหมครับ