บุคคลที่สามตัวร้ายสลายรัก

เป็นเรื่องจริงแท้ทีเดียวที่บุคคลที่สามเข้ามาแทรกแซงในครอบครัวแล้วทำให้ความรักที่มีต่อกันหมดไปอย่างรวดเร็ว 


ตั้งแต่เริ่มแรกครอบครัวที่พวกเขามีความเอ็นดูเราเป็นพิเศษ  เพราะเราเรียนเก่ง  มีความสามารถ  พวกเขานิยมอย่างนี้  แต่เรามีนิสัยที่ไม่ดีอยู่อย่างหนึ่งคือ  ถ้าไม่ผิดแล้วไม่ยอมเด็ดขาด  สิ่งที่ดีที่มีในตัวเรามันคงยังติดอยู่กับตัวเราไม่มีวันสลาย  ไม่ว่าใครจะมาทำลาย   


แต่เรื่องของความรักในครอบครัวมันคนละเรื่อง  หัวหน้าครอบครัวคือฝ่ายสามี   ต้องรักและเข้าในสถานภาพของฝ่ายหญิงคือภรรยาเป็นอย่างดี  เข้าใจถึงความต้องการ  เสียสละ  นิสัยที่ดีของเราคือ  ชอบช่วยตัวเอง  ไม่หนักหนาสาหัสอะไรจะเพียรพยายามด้วยตนเอง  แต่สำหรับเขาอะไรทำไม่ได้  หรือไม่ยากจะทำ  หวังพึ่งพาบารมีของพ่อแม่เสมอ 


มีหลายเรื่องที่จะยกตัวอย่างในเรื่องครอบครัวของเรา  ถึงแม้เราจะเป็นผู้หญิง  อยากอยู่อย่างครอบครัวจริงๆ  ไม่อยากให้ใครมาบงการตลอดเวลา  เรามีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้  เราอยากมีชีวิต  พ่อแม่ลูก  ที่พูดคุยสนุกสนาน ดูทีวีด้วยกัน  จนป่านนี้เรายังนึกภาพไม่ออกเลยว่า  เราเคยดูทีวีกับเขาบ้างหรือเปล่า  แต่จำได้ว่าเขาปล่อยให้เราเลี้ยงลูกคนเดียว  แล้วเขาไปนอนที่บ้านพ่อแม่  แม้แต่ในตอนเช้าที่ไปทำงานต้องเดินไปขึ้นรถประจำทางที่หน้าปากซอย เขายังปล่อยให้เราเดินไปเองทั้งๆที่ท้องแก่ 

 

ในยามที่เราไปคลอดมีความต้องการให้พ่อของเด็กอยู่ใกล้ๆ  เขายังไปกินข้าวกับแม่ของเขา  ปล่อยให้เราอยู่คนเดียว  ลุกจากเตียงเดินรอบเตียงคนเดียว  ไม่มีใครคอยพยุง  ไม่มีสามีอยู่ใกล้ๆแบบภรรยาคนอื่น  


เวลาจะไปทำงานโดยใช้รถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์   เราต้องไปทำใบขับขี่โดยสอบด้วยตนเอง  แต่เขากลับบอกให้เราไปขอให้แม่เขาไปทำให้เพราะแม่เขาเป็นเจ้าหนี้ตำรวจทั้งโรงพัก 

 

เวลาแม่เขาไม่สบาย  นอกจากเราจะต้องดูแลลูก  ไปหาก็ยากเขาไม่เคยที่จะพาเราไป  พอแม่เขาป่วยหนัก  พี่สาวของเขาก็เขียนจดหมายด่าเรา  เราอ่านแล้วรู้สึกเลยว่า  เราไม่น่าย้ายตามเขามาเลย  น่าจะอยู่กรุงเทพฯต่อไป  ย้ายตามมาแล้วลำบากที่จะตัดสินใจทำอะไร  แต่เราก็ตัดสินใจไปแล้ว  


บุคคลที่สามของเรามีจำนวนมาก  พร้อมที่จะรังแกลุกล้ำเราได้เสมอ  ตั้งแต่วาจาและการกระทำ  ความดีที่เขาจะทำให้แต่ละครั้งก็เคลือบแฝงไปด้วยการเอารัดเอาเปรียบ  เช่น  วางแผนให้ลูกเราคนเล็กไปอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยให้ปู่เป็นคนเลี้ยง  แต่เด็กที่เราเอามาจากโรงเรียนเมื่อจบชั้น ป.6  เขาเอามาเลี้ยงหลานยายของเขา  พอเราพูดเรื่องนี้  เขาก็บอกว่า  เราไล่เด็กคนนี้ออกแล้ว  เขาเลยเอาเองว่าจ้างเอง   


เราไล่จริงยอมรับ  ก็เธอไม่ทำงานให้เราเลย สิ้นเดือนมาขอเงิน  เราก็บอกไปขอคนที่เธอทำงานให้สิ  เท่าันี้เอง  เกิดเรื่อง  ใจคอเขาจะให้เราเสียเปรียบตลอดเวลา  แล้วเ็ด็กคนนี้  พอมาอยู่กับเราเขาฉลาดที่จะโผไปหาเจ้าของบ้าน  เขารู้ว่าใครเสียงดังในบ้าน  เรายอมไม่ได้จึงเขียนจดหมายไปเล่าให้พ่อของเด็กได้รู้  พอกลับมาจดหมายเเหล่านี้ถูกแกะอ่าน  เกิดเรื่องใหญ่  


ปู่ย่าของเด็กเห็นเราทะเลาะกันบ่อย  ไม่อยากรับรู้อะไร  เลยแยกเราออกจากบ้านใหญ่  ให้ไปอยู่บ้านหลังใหญ่  ไกลออกจากตัวเมือง  น้ำประปายังไม่มี  ต้องสูบน้ำจากลำคลอง  กิ้งกือน่าเกลียดก็มากมาย  หน้าตาผิวพรรณเราเสียในตอนนี้นี่เอง  


เราก็พยายามอดทนเลี้ยงดูลูก  เมื่ลูกเข้าโรงเรียน  พ่อของเด็กก็มีรถ  แต่เป็นรถมอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัยที่จะให้นั่งไปกับพ่อ  เราเลยว่าจ้างรถตู้ของครูที่โรงเรียน  เราต้องจ่ายเงินค่ารถตู้เอง  พ่อของเด็กไม่เคยช่วยเหลือเรื่องเงินทอง   การอยู่การกิน  มีหลายครั้งที่ปู่ย่าของเด็กเข้าช่วยเหลือ  เราก็ัรับความช่วยเหลือเหล่านั้น  แต่กลับกลายมาเป็นการทวงบุญคุณในโอกาสต่อไป  


ชีวิตความเป็นอยู่ไม่ได้มีความสุขเลย  เพื่อนมาจากกรุงเทพฯ  จะโทรมาหา  มาถามเรื่องเพื่อน  จะรวมตัวพบปะกัน  ไม่เคยได้พบปะเพื่อน  กลับจะมาหาว่า  เป็นผู้ชายมาหาจนน่าเกลียด  


รายละเอียดมากมายที่บุคคลที่สามมาเป็นตัวการ  หากพ่อของเด็ก หรือคนที่เป็นสามีใจคอหนักแน่น  ฟังเราบ้างก็จะไม่มีปัญหา  เขาไม่มีความรับผิดชอบ  ติดการเที่ยวเตร่  ใช้เงินทองมากมาย  ขู่เอาเงินจากเราก็บ่อย  ติดผู้หญิง  พาผู้หญิงมาบ้าน  เวลาที่เราพาลูกเข้ากรุงเทพฯมาเยี่ยมคุณตาคุณยาย  เพื่อนบ้านจะเข้าใจเรื่องนี้ดี  เวลาทะเลาะกันทีไร  เพื่อนบ้านเขาจะได้ยิน  และพูดคุยกับเรา  เรายังได้พูดลาพวกเขา  เขาเสียใจ  เสียดายที่เราจะต้องหย่าขาดจากกัน

 

บุคคลที่สามอีกจำพวกหนึ่งคือ  คนที่เช่าบ้านอยู่ในบริเวณบ้าน  นำเรื่องที่เราทะเลาะกันไปเล่าให้ปู่ย่าฟัง   ใส่สีใส่ไข่  ทุกวันจนเรางง  พอเรื่องแดงขึ้น  ก็เพิ่งจะรู้ว่ามาจากปากคนที่อยู่ใกล้ในบ้านนี่เอง  เช่น  เพื่อนครูผู้ชายมาเยี่ยมเวลาเราป่วย  เอาสิ่งของมาเยี่ยม  ใส่ไข่จนเสียหาย  พวกเขาจะไม่ยอมให้เรามีเพื่อนเลยหรือไร  


ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของบุคคลที่สาม  ที่มีที่ไหนในครอบครัวสลายแทบทุกครอบครัว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูสิริพรกับบันทึก



ความเห็น (14)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณกับเรื่องราวดีดี ..... บุคคลที่สามนี้ .... "ต้องระวัง" .... นะคะ

เขียนเมื่อ 

มาให้กำลังใจครูอ้อยค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอรำพึงรำพันตามประสาคนไม่มีประสบการณ์นะคะ..อ่านแล้วรู้สึกเลยว่าความรักและชีวิตครอบครัวนี่มักเต็มไปด้วยความคาดหวังหลายหลากอย่างเหลือเกินนะคะครูอ้อย  คนยิ่งมากเรื่องยิ่งแยะจริงๆ ถ้าเห็นอกเห็นใจกันการมีชีวิตคู่ก็คงเหมือนกับการขยายพื้นที่แต่ถ้าเกิดเจอญาติฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ไม่ค่อยเข้าใจหรือมีเมตตาต่อกันแล้ว..ชีวิตคู่นี่ชวนอึดอัดน่าดู..แตถึงอย่างไรก็ยังคงเป็นกำลังใจให้ครูอ้อยค่ะ

เขียนเมื่อ 

อ่านบันทึกของคุณครูอ้อยแล้ว คิดถึงคุณครูคิม ไม่เหมือนกัน  แต่ก็มีทุกข์เหมือนกัน  ภรรยาผมก็คิดเหมือนครูอ้อย ไม่อยากจะบุคคลที่สามมาเกี่ยวข้อง  แต่ในความเป็นจริง มันก็ต้องยอมรับญาติพี่น้อง จะมาอยู่สองคนผัวเมียเหมือนในหนังได้อย่างไร ภรรยาไล่ผมออกจากบ้านเสมอๆเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว  แต่พอตอนนี้ ผมพร้อมที่จะออก ภรรยากลับไม่ยอมเป็นเสียอย่างงั้นไป  ของผมมันกลับกันภรรยาเป็นฝ่ายแข็งแรง  ประกาศศึกก่อนเป็นประจำ

ขอบคุณ อาจารย์น้องชาย  ธวัชชัย มากๆค่ะ

ขอบคุณ คุณ  seangja มากๆค่ะ

ขอบคุณ อาจารย์น้องชาย  ชยพร แอคะรัจน์ มากๆค่ะ

ขอบคุณ  พี่ใหญ่  นาง นงนาท สนธิสุวรรณ มากๆค่ะ

ขอบคุณ อาจารย์ตึ๋ง  โสภณ เปียสนิท  มากๆค่ะ

ขอบคุณ คนบ้านไกล มากๆค่ะ

ขอบคุณ  pench  มากๆค่ะ

ขอบคุณ  ครูทิพย์  มากๆค่ะ

ขอบคุณ Pundit มากๆค่ะ

ขอบคุณน้องชาย อักขณิช มากๆค่ะ