สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน วันนี้ผมขึ้นหัวข้อว่า เมืองไทยวันนี้มีอะไรกัน แต่จะกำหนดขอบเขตลงไปเฉพาะเรื่องการศึกษาของประเทศเรานะครับ
        วันนี้มีเรื่องแปลก ๆ จากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเราว่า จะให้นักเรียนไว้ผมรองทรง อย่าให้การบ้านเด็กนักเรียนมากไปนะ กลัวเด็กจะเครียด เรื่องเหล่านี้ ผมว่าพวกเราที่อยู่ในวงการศึกษาด้วยกันคงมีความเห็นคล้ายกันคือ .......สาระ  ขอให้ทุกท่านเติมกันเองนะครับ ส่วนหน้าหนังสือพิมพ์ก็มักโจมตีว่าการศึกษาไทยของเราตกต่ำ ทั้งที่มีงบประมาณให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก เวลาที่ทางหนังสือพิมพ์ลงที่ไร เป็นภาพลบมากกว่าภาพบวกครับ ผมรู้สึกเห็นใจครูไทย และผู้บริหารสถานศึกษา ทุกท่านครับ ที่เห็นใจเพราะว่า ยังไม่มีผู้ใหญ่ท่านใด รู้ปัญหาที่แท้จริง ว่าทำไมการศึกษาของประเทศไทยเรา จึงมีผลสัมฤทธิ์ด้อยกว่าประเทศอื่น เช่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และจีน (ฮ่องกง)  

         ลองมาฟังบางเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังนะครับ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน  ผมได้มีโอกาสไปต้อนรับ ผู้บริหารและครู ที่มาจากฮ่องกง มาเยี่ยมโรงเรียนวัดเฉลิมพระเกียรติ (ระดับประถมศึกษา) จังหวัดนนทบุรี ผมทำหน้าที่กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ทางผู้บริหารของโรงเรียนและคณะครู พร้อมนักเรียนได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ได้พาคณะจากฮ่องกงเข้าเยี่ยมชม กิจการต่าง ๆ ของโรงเรียน ดูโครงสร้าง การบริหารงาน 4 งาน การทำหน้าที่สอนของครู และกิจกรรมต่าง ๆ ของเด็กนักเรียน คณะจากฮ่องกงชื่นชมมากครับ ได้ชมดนตรีไทย ที่มีเด็กนักเรียนที่นี้เล่นดนตรีไทยให้ชมกันอย่างสนุก มีกิจกรรมมวยไทย กิจกรรมอาหารไทย(ส้มตำ) ที่มีเด็กนักเรียนผู้หญิงแต่งตัวน่ารัก แสดงวัฒนธรรมประเพณีไทยให้คณะจากฮ่องกงได้ชม มีกิจกรรมนวดแผนไทย กิจกรรม   T V school ของโรงรียน และกิจกรรมของเด็กนักเรียนอื่น ๆ อีกหลายกิจกรรมที่ทำให้คณะจากฮ่องกงชื่นชมมากครับ  แต่พอคณะฮ่องกงได้มารู้งานที่ผู้บริหารและครูไทยที่ต้องทำหน้าที่ที่สำคัญอีกหน้าที่หนึ่่งด้วย คือ การจัดทำบัญชี งบดุล งบรายได้และค่าใช้จ่าย การทำหน้าที่ในด้านร่างสัญญา เพื่อทำการจัดซื้อจัดจ้างของโรงเรียน ซึ่ง ผู้บริหารและคณะครูของคณะที่มาจากฮ่องกงต่างแปลกใจว่า นอกจาการทำหน้าที่การสอนของครูไทยแล้ว ทำไมต้องทำงานในด้านการจัดทำบัญชีอีกด้วย ทั้ง ๆ ที่ ครูไทยไม่มีวุฒิทางการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ครูไทยจึงมีภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานสอนมากกว่าครูของประเทศเขา เรื่องที่ผมเล่าให้ฟังมานี้บางคนไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง คอยคิดสักแต่ว่า ครูไทยมัวแต่ทำผลงานทางวิชาการเพื่อ ทำวิทยฐานะของตนเอง จึงไม่มีเวลาสอนเด็กนักเรียน ผมคิดว่าความคิดนั้นอาจจะคลาดเคลื่อนไป เพราะหากให้คุณครูไทยได้แสดงความคิดเห็นบ้าง ว่าภาระหน้าที่ของครูไทยเป็นอย่างไร มีภาระงานใดบ้างที่ท่านคิดว่าไม่ควรให้ครูไทยต้องรับผิดชอบ เพื่อท่านจะได้ทำหน้าที่เรื่องการเรียนสอนเด็กได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็กไทยมีผลสัมฤทธิ์การเรียนที่ดี เป็นเด็กไทยที่น่ารัก สมดังเป้าหมายของนโยบายการศึกษา คือ เป็นเด็กดี เก่ง และมีสุขอย่างแท้จริงครับ