คนที่ไม่ค่อยมีเวลาแต่รักที่จะทำการเกษตร ผมขอแนะนำให้ปลูกกระเจี๊ยบแดง เพราะว่าเป็นพืชที่ปลูกและดูแลรักษาง่าย ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลง ซึ่งผมมีประสบการณ์ที่พอจะแบ่งปันให้ผู้ที่สนใจปลูกระเจี๊ยบแดงได้เรียนรู้

ในฤดูกาลทำนาปีที่ผ่านมา ผมได้ปลูกกระเจี๊ยบแดงพันธุ์ซูดานไว้ตามคันนา โดยขุดหลุมปลูกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมซึ่งอาจจะล่าช้าไปบ้าง ความกว้างและความลึกของหลุมประมาณ 1 ฟุต ทิ้งไว้ 4 - 5 วัน ใส่ปุ๋ยคอกประมาณ 10 กำมือ คลุกให้เข้ากับดินในหลุม แล้วหยอดเมล็ดหลุมละ 3 เมล็ด กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชที่งอกได้เร็วมาก ถ้าดินมีความชื้นเพียงพอเมล็ดจะงอกภายใน 3 วัน

ในอดีตพื้นที่นาผืนนี้มีสภาพดินเป็นดินเค็ม ซึ่งคนในพื้นที่เรียกว่า ดินเอือด ปัจจุบันยังมีปรากฏให้เห็นบ้างเป็นบางจุดแต่ไม่เด่นชัดเหมือนในอดีต

คันนาที่ปลูกกระเจี๊ยบแดง นอกจากจะมีสภาพเป็นดินเค็มแล้ว พื้นดินยังเต็มไปด้วยรากมะพร้าวที่สานกับแน่น ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชอื่น นอกเหนือจากหญ้าประเภทต่างๆ แต่ข้อเท็จจริงพบว่า กระเจี๊ยบแดงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพพื้นดินบริเวณนี้

กระเจี๊ยบแดง เป็นพืชไวแสงเช่นเดียวกับข้าวหอมมะลิ แต่ออกดอกช้ากว่าข้าวหอมมะลิ ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนหลังเก็บเกี่ยวข้าว กระเจี๊ยบแดงจะให้ผลผลิตได้เต็มที่

กระเจี๊ยบแดง สามารถปลูกเป็นพืชแซมในสวนผลไม้ต่างๆ ได้ เช่น สวนมะพร้าว จากภาพด้านบนแสดงให้เห็นว่าสภาพพื้นที่ที่เต็มไปด้วยรากของต้นมะพร้าวไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของกระเจี๊ยบแดง

ระยะที่เหมาะสมในการเก็บผลผลิต คือ หลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ หรือประมาณต้นเดือนธันวาคม ถึง กลางเดือนธันวาคม ข้อดี คือ เป็นระยะที่กระเจี๊ยบแดงแก่จัด และได้เมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกในฤดูกาลต่อไป

จะเห็นได้ว่า การปลูกระเจี๊ยบแดง เป็นกิจกรรมการเกษตรที่ช่วยแก้ไขอุปสรรคในด้านเวลา และเป็นการจัดการทรัพยากร คือ การใช้พื้นที่ว่างตามคันนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการประกอบอาชีพเกษตร

สถานที่ บ้านแกงเลี้ยว ตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_01.htm

http://ittm.dtam.moph.go.th/product_champion/herb2.htm