ผมฝึกอ่านหนังสือ แล้วตีความออกเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ ออกสู่ cyber space และค้นพบว่า นี่คือวิธีการหนึ่งในการฝึกตนเองให้เรียนรู้แบบ “รู้จริง” และแล้ว ผมก็บอกตัวเองว่า วิธีการดังกล่าวได้ผลเพียง “พอรู้” ไม่ใช่รู้จริง เพราะจะรู้จริงได้ ต้องผ่านการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ผมแก่เกินไปที่จะลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองเสียแล้ว ผมจึงต้องยอมรับความเป็น “เณรน้อย” ตลอดชีวิต

ชีวิตที่พอเพียง  : 1741. ชีวิตนักเรียน

“แก่แล้ว ทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่สังคมได้บ้าง ก็จงทำเถิด  ดีกว่าอยู่เปล่าๆ”  คือคำที่ผมให้พรตัวเองในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๖ 

ว่าแล้วผมก็ลองประเมินชีวิตของตนเองใน ๑ ปีที่ผ่านมา คือปี พ.ศ.​ ๒๕๕๕ 

ผมสรุปว่า ผมเป็น “นักเรียนชรา” คนหนึ่ง  ที่สนุกกับการเรียน

เมื่อกว่า ๑๐ ปีมาแล้ว ระหว่างวิ่งออกกำลังกาย ผมถามตัวเองว่า ผมเป็นเด็กไม่รู้จักโตหรือเปล่า  ที่ตั้งหน้าตั้งตาเรียน เรียนรู้อย่างไม่รู้จบ 

บัดนี้ผมได้คำตอบ เป็นคำตอบจาก “ปฏิเวธ” ของตนเอง  ว่าการเป็น “เด็กไม่รู้จักโต” ในเรื่องการเรียนรู้  เป็นคนที่ไม่เคยอิ่ม ในเรื่องการเรียนรู้  มีคุณต่อชีวิตของผมอย่างยิ่ง   ทำให้มีชีวิตที่สนุกสนาน และมีคุณค่า   ได้ดำเนินชีวิตเข้าไปในขอบฟ้ากว้างที่ไม่เคยรู้จัก และไม่เคยคิดว่าจะเข้าไป

ผมเป็น “novice” ในเรื่องต่างๆ  อย่างสนุกสนาน  โดยที่คนอื่นๆ จำนวนหนึ่งยกย่องว่าผมเป็น “ผู้รู้”  แต่ผมบอกตัวเองว่า ผมเป็นแค่ “ผู้เรียน”   

ผมต้องคอยกำกับสติตนเอง อย่าให้เหลิงไปตามการยกย่อง 

ผมเสียดาย คนที่ถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะ บางคนที่ผมยกย่องอัจฉริยภาพของเขา  แต่เขาหลงอัจฉริยภาพของตนเอง  จึงเหลิง  และนำตนเองไปสู่ความเสื่อม 

ผมตั้งตัวเป็น “เณรน้อย” (novice) ในเรื่องต่างๆ  แต่งตั้ง “ขรัวตา” ของตนเอง  เอาไว้สอนตนเอง  โดยที่ “ขรัวตา” ทำหน้าที่สอน “เณรวิจารณ์” โดยเขาไม่รู้ตัว  เมียและลูกๆ ของผม ก็โดนผมแต่งตั้งให้เป็น “ขรัวตา” ด้วย  รวมทั้งสุนัข ๒ ตัวที่บ้านลูกสาว ที่อยู่ติดกันด้วย

มีหมาเป็นครู  เท่อย่าบอกใคร

คิดเตลิดต่อไปว่า  หากผมทำพิธีไหว้ครู คงต้องทำหุ่นหัวหมาขึ้นหิ้งบูชาด้วย  นอกเหนือจากชื่อคนมากมายหลายร้อยหลายพัน  ทำให้คิดต่อว่า ไหว้ครูหมาแบบนี้เป็นการทำตามวิธีคิดของคน  จะให้เป็นการรู้คุณหมาจริงๆ ต้องไหว้แล้วหมาปิติ  คงต้องไหว้ด้วยกระดูกเป็ดที่เขาชอบมาก  ซึ่งผมก็เซ่นไหว้เขาบ่อยๆ อยู่แล้ว  และเพราะให้กระดูกเขานี่แหละ เขาจึงมีพฤติกรรมที่สอนใจผม 

ผมฝึกอ่านหนังสือ แล้วตีความออกเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ ออกสู่ cyber space  และค้นพบว่า นี่คือวิธีการหนึ่งในการฝึกตนเองให้เรียนรู้แบบ “รู้จริง” 

และแล้ว ผมก็บอกตัวเองว่า วิธีการดังกล่าวได้ผลเพียง “พอรู้” ไม่ใช่รู้จริง  เพราะจะรู้จริงได้ ต้องผ่านการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง  ผมแก่เกินไปที่จะลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองเสียแล้ว  ผมจึงต้องยอมรับความเป็น “เณรน้อย” ตลอดชีวิต 

คิดไปคิดมา จึงค้นพบว่า คนแก่เป็นคนไม่รู้จริง  

วิจารณ์ พานิช

๑ ม.ค. ๕๖