การพัฒนาศักยภาพของนิสิตสู่การเป็นผู้นำ
หรือภาวะผู้นำ
ถือเป็นกระบวนการอันสำคัญอย่างยิ่งยวดในการผลิตบัณฑิตออกสู่สังคม บนพื้นฐานหลักของการเป็นบุคคลที่ “กล้าคิด กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ” เพราะหากสังคมมีผู้นำที่มีคุณภาพ
ย่อมหมายถึงการสร้างสรรค์สังคมสู่การเป็นสังคมสุขภาวะ “อยู่ดี มีสุข” โดยคำนึงถึงกรอบแนวคิดของการพัฒนาภาวะผู้นำแก่นิสิตในประเด็นสำคัญ
ๆ ดังต่อไปนี้
1.เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ความเป็นผู้นำด้วยแนวคิดของการเป็น “ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning) โดยปลูกฝังให้นิสิตมีทัศนคติสร้างสรรค์ในเรื่องการเติบโตของชีวิตและสังคมผ่านการแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการเชื่อและศรัทธาว่า “ไม่มีที่ใดปราศจากความรู้-ไม่มีที่ใดปราศจากการเรียนรู้” ซึ่งการเป็นผู้นำที่ดีย่อมสามารถเรียนรู้ได้ด้วยกระบวนการอันหลากหลาย อาทิ
· เรียนรู้ด้วยตนเอง (Learning by Self-studying)
· เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง / เรียนรู้ด้วยการลงมือทำ (Learning by Doing)
· เรียนรู้จากผู้คนรอบข้าง (Learning by Others)
2.เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ความเป็นผู้นำด้วยแนวคิดของการเป็น “ผู้มีความรู้” (Knowledge) ทั้งในมิติของวิชาชีพและทักษะชีวิตในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีจิตสาธารณะในลักษณะของ
“เก่ง ดี มีความสุข”
3.เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ความเป็นผู้นำด้วยแนวคิด “หัวใจแห่งการให้ 3 ประการ” คือ
· ให้ใจ : จริงจังและจริงใจกับทีมงาน เป็นแบบอย่าง ร่วมสร้างและร่วมแก้ไข
· ให้งาน (ให้โอกาส) : รักและดูแลทุกคนเสมอภาค แบ่งสรรปันงานอย่างเท่าเทียมและสอดรับกับความถนัดของบุคคล ฝึกฝนให้แต่ละคนเรียนรู้อย่างมีพัฒนาการ
· ให้อภัย : ให้อภัยต่อคนอื่นๆ เฉกเช่นกับการที่เราให้อภัยกับตัวเอง แต่ต้องสอนให้รู้ว่าไม่ควรกระทำผิดในเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก
4.เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ความเป็นผู้นำด้วยแนวคิด “ทักษะ 8 ประการ” คือ
· การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
· การบริหารแบบมีส่วนร่วม
· การบริหารความขัดแย้ง ด้วยการชี้นำและพัฒนาคน
· การกล้าคิด กล้าตัดสินใจ และยอมรับกับผลพวงของการทำงาน
· การศรัทธาต่อตนเองและเชื่อมั่นต่อความเป็นทีม
· การรู้จักการให้อภัย
· การมีอารมณ์ขัน และมีความยืดหยุ่น
· การสื่อสารสร้างสุข
5.เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ความเป็นผู้นำด้วยแนวคิดการเป็น “คนต้นแบบ” โดยมุ่งให้นิสิตตระหนักในความเป็นจริงของการเติบโตผ่านการเรียนรู้จากเพื่อนสู่เพื่อน (Peer Assist) หรือเพื่อนร่วมงานในระดับเดียวกัน (Peer Reviewing) เรียนรู้จากความสำเร็จ (Best Practice) อันเป็นต้นแบบทั้งจากบุคคล (Guru) หรืออื่นๆ เพื่อพัฒนาตนเองให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่มีภาวะผู้นำ และมีจิตสำนึกที่ดีงามต่อการรับผิดชอบตนเองและสังคม
6.เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ความเป็นผู้นำด้วยแนวคิดการ “สอนงานสร้างทีม” โดยมุ่งให้นิสิตตระหนักในความสำคัญของการบริหารจัดการองค์กรในมิติของการสอนงาน (Coaching)
เพื่อให้สมาชิกในองค์กรสามารถทำงานในความเป็นปัจจุบันและเตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้
การบริหารจัดการองค์กรด้วยแนวคิดสอนงานสร้างทีม จึงเป็นการเรียนรู้ร่วมกันของคนในองค์กร มีลักษณะร่วมของการจัดการความรู้ในองค์กร (Knowledge Management) ผ่านการให้คำแนะนำ เติมเต็ม
และหนุนเสริมกันอย่างเป็นระบบ
มีการสลับบทบาทหน้าที่กันทำงานบ้างตามโอกาสและกาละ (Job Mobilizing) เพื่อก่อเกิดประสบการณ์ใหม่ที่หลากหลาย โดยหากผู้นำมีการเปลี่ยนแปลงตามวาระ หรือมีเหตุฉุกเฉินในการต้องยุติบทบาทของการเป็นผู้นำในองค์กรก่อนเวลาอันควร
บุคลากรที่เหลือก็ย่อมมีความพร้อมที่จะเติบโตขึ้นมารับช่วงภารกิจเหล่านั้นแทน เพราะการสอนงานสร้างทีม
เป็นเสมือนการหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการเป็นผู้นำไว้ในองค์กร สอดรับกับหลักคิด “ผู้นำที่ดี ย่อมสร้างผู้นำ ไม่ใช่สร้างแต่เฉพาะผู้ตาม”
7.เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ความเป็นผู้นำด้วยแนวคิด “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” ได้แก่ การมุ่งเสริมสร้างกระบวนการให้นิสิตเรียนรู้การเป็นผู้นำที่ตระหนักตามวาทกรรมของไอน์สไตน์ที่ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” (Imagination is more important than
knowledge) ซึ่งในที่นี้หมายถึงการหลีกหลบไปเรียนรู้ผ่านบริบทและวิธีการใหม่ๆ
ไม่ซ้ำซากด้วยวิธี หรือกระบวนการเดิมๆ
ที่ซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่นิสิตต้องกล้าที่จะแหวกขนบไปเรียนรู้ภายใต้กลไกและกระบวนการที่หลากหลายรูปแบบ เฉกเช่นกับไอน์สไตน์
ได้ค้นพบทฤษฎีความเร็วของแสงจาก “นอกห้องเรียน” หรือ “นอกห้องทดลอง”
ดังนั้นการเรียนรู้ที่หลากหลาย
ทั้งในกรอบและนอกกรอบ
จึงควรเป็นคุณลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของการเป็นผู้นำที่นิสิตไม่ควรละเลยที่จะเรียนรู้และบ่มเพาะให้เกิดเป็นทักษะ
หรือเป็นส่วนหนึ่งในภาวะผู้นำของตนเอง
8.เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ความเป็นผู้นำด้วยแนวคิด “ผิดเป็นครู” เพราะผู้นำที่ดีต้องมีทักษะในการสะท้อนบทเรียน (Reflection) หรือถอดบทเรียน (lesson learned) กับเรื่องราวชีวิตและการทำงานจากช่วงที่ผ่านมา เพื่อก่อให้เกิดชุดบทเรียนในแบบของ “ชีวิตสอนชีวิต-งานสอนงาน” เพื่อป้องกันมิให้ความผิดพลาดเดิมๆ วนเวียนกลับมาเกิดซ้ำราวกับพายเรือวนอยู่ในห้วงมหาสมุทรที่ไม่สามารถมองเห็นแม้กระทั่งฝั่ง เสมือนการทำงานในหลักคิด “ปัญหาเก่าห้ามเกิด ปัญหาใหม่ไม่ว่ากัน” แต่ทั้งนี้ยังต้องครอบคลุมถึงการทำงานในทัศนะของการต่อยอดในสิ่งที่เป็นความสำเร็จด้วยเช่นกัน สิ่งเหล่านี้จะก่อเกิดเป็นภาวะผู้นำที่ดี ผ่านการเรียนรู้อย่างเป็นระบบจากวงจรการเรียนรู้ (Learning Cycle) เนื่องจากเป็นประสบการเรียนรู้ (Experience) ที่หล่อหลอมมาจากบริบทของการปฏิบัติ (Action Learning)
หมายเหตุ :
เรื่องราวในบันทึกนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการใช้ประกอบการเรียนการสอนวิชา "พัฒนานิสิต" ว่าด้วยเรื่อง "ภาวะผู้นำ"
ขอขอบคุณ บันทึกต้นแบบค่ะ
ดีนะผิดเป็นครูไม่ได้เป็นอาจารย์ 555
มาชื่นชมการทำงาน งานนิสิตสามารถพัฒนาเป็นงานต่อไปในอนาคตได้เมื่อเขาไปทำงานครับ
ผมเห็นด้วยโดยประการทั้งปวงครับ
ตามที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้กล่าวไว้ว่า...
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ "Imagination is more important than knowledge"
..... การนำความรูปจากงาน .... จากการทำงาน .... มาพัฒนา ... มาแบ่งปัน นะคะ เป็นการให้ การแบ่งปันแก่กัน
ขอบคุณบทความดีดีนี้ค่ะ
ขอบคุณมากครับ ;)...
ความรู้ชั้นดี ความดีชั้นครู
หัวใจของการให้ (ให้ใจ ให้งาน ให้อภัย) เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะอาจารย์ ขอบคุณบทความดีๆ ค่ะ
"กระบวนการ" สร้างอะไรได้มากมายครับ แต่ส่วนมากมักละเลยหรือไม่ใส่ใจกับคำว่า "กระบวนการ" แต่ให้ความสำคัญที่ "ผลสัมฤทธิ์มากเกินไป ของคุณที่ยังช่วยชี้ให้เห็นว่ากระบวนการคือสิ่งที่เป็นหัวใจของทุกสิ่ง จะพยายามสร้างกระบวนการให้เกิดขึ้นครับ
มาให้กำลังใจคนดีของสังคมจ้ะ
มาให้กำลังใจ คนดีของสังคมค่ะ
ต้นแบบทางความคิด และต้นแบบการใช้ชีวิต
ขอบคุณค่ะคุณครู ^.^
ดีค่ะ...ยายธี