สมุดภาพอาหารการกินถิ่นใต้
ขอนำเสนอ
"เหนียวหลาม"

ภาพ : เหนียวหลาม หรือ ข้าวหลาม นั่นเอง
"ขนมจาก"
จากหนังสือ กินดี มีสุข1 ลักหยบไว้ ในขนมบ้านบ้าน หน้า 38 เขียนเล่าเรื่องและวิธีการทำไว้
ดังนี้ ... " ต้นฤดูฝนเดือนหก หลามเหนียวหัวพรรษา"
- ข้าวหลาม จะเลือกใช้ไม้ไผ่สีสุก เพราะ เจี๊ยหนา ( เจี๊ย = เยื่อไผ่ ส่วนที่ติดผิวข้าวเหนียวหลาม)
- ลำไผ่ที่พอดี คือ พอแตกใบขิง หมายถึงไม้ไผ่ที่แตกหน่อใหม่ในปีนั้นๆ
- หลังจากยืดลำเต็มที่แล้ว จะคลี่ใบ พอดีกับช่วงข้าวใหม่ออก
- ข้าวใหม่ ไผ่สดหอมเจี๊ยนุ่มพอเหมาะ
- นำมาตัดเป็นปล้องๆ ให้หัวท้ายยาวเท่า "ศอกกำ" (ศอกกำ คือ 1ศอกแล้วกำมือไว้)
- จากนั้นใช้คมพร้า ปาดตาไม้ไผ่ออก เพื่อไม่ให้เก้งก้างเวลาตั้งย่าง
- ภูมิปัญญาชาวบ้านกับการทำข้าวหลาม ...ก็เริ่มต้น
- เตรียมข้าวเหนียว 10 กิโลกรัม มะพร้าว 10 กิโลกรัม (ตวงเหนียวเท่าพร้าว)
- เรื่องเหนียวดำเหนียวขาว เหนียวดำจะล้วนๆจะแข็งร่วน
- ให้ปนเหนียวขาว 5ส่วน เหนียวดำ 3ส่วน เหนียวหลามจะอ่อนพอดี
- ล้างเหนียว 2-3 น้ำแล้วแช่ พอผุดหาด (แช่พอผุดหาด = น้ำที่แช่พอปริ่มๆข้าวเหนียว)
- จึงสงขึ้น วางพักให้สะเด็ดน้ำ
- คั้นกะทิด้วยน้ำอุ่น ใส่เกลือในกะทิ ชิมรสเค็มพอดี แล้วเติมอีก 1ช้อน คือปรุงให้เข้มข้นนั่นเอง
- กรอกข้าวเหนียวใส่กระบอก เหลือช่องว่าง ปากกระบอกไว้ 1คืบ
- แล้วเติมกะทอลงไปให้ท่วม สังเกต เวลาตะแคงกระบอกแล้วจะเห็นเม็ดข้าว
- อุดกระบอกด้วยใยมะพร้าว หรือทางสาคู รองใบตองสองชั้น ค่อยหมุนเข้าไปให้พอแตะกะทิ
- การหลาม
- ต้องดูถ่านไม่ให้ไฟลุก เขี่ยให้เป็นถ่าน นิยมใช้กะลามะพร้าว หรือเศษไม้เนื้อแข็ง
- ระวังอย่าให้ไฟไหม้ กระบอกข้าวหลาม คอยพลิกหมุน ให้โดนความร้อนทั่วๆ
- ให้ "พอหรามๆ" ("พอหรามๆ" คือ พอเริ่มมีรอยเกรียมนิดๆ) ทิ้งให้พออุ่นมือจับได้
- ลับมีด หรือ พร้าให้คม ปาดอุดปากกระบอกให้เรียบ
- ปอกและเหลาเปลือกให้เหลือบางๆ ขาวเกลี้ยงเกลา
- เก็บไว้ได้นาน สามสีวันไม่บูด
- บางครั้งน้ำไปอุ่นโดยย่างเตาถ่าน พกพาเดินทางไปเยี่ยมญาติ
<div><hr></div><ul><li>สรุปเนื้อหาจากเรื่องเล่าโดย ยายเหลื่อม ทองสุข อายุ 87 ปี หมู่ที่ 5 ตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง</li><li>ขอบคุณค่ะ </li></ul><div><hr></div><p></p>
นารี ชูเรืองสุข
วันที่ 27 มกราคม 2556
สวัสดีค่ะ
ชอบทานข้าวหลามแบบบ้านเรานะคะ ชนิดไม่ใส่น้ำตาลข้างในน่ะค่ะ
แต่เวลาทานชอบจะเอามาจิ้มนมข้นหวาน (ตอนเด็กๆ )
แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ทานค่ะ เพราะมันอ้วน
ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ :)
เหนียวหลามบ้านเรา รสชาติออกเค็มๆ กินกับแกงมั่สมั่น หรือ ไก่กอแหละ อร่อย :)
เห็นแล้วหิวขึ้นมาทันที คงอร่อยมากใช่มั้ยครับ
ข้าวหลาม -ไผ่
นิเวศวัฒนธรรมที่มหัศจรรย์ มากครับ
หนาวนี้ต้องชวนพี่น้องทำบ้างซะแล้ว...ชอบ ๆ สนุกดี
(อิ อิ เพราะจริง ๆ แรงงานหลักอยู่ที่ผู้ชาย....ตัดกระบอกไผ่)
สวัสดีค่ะ อาจารย์
สันติสุข สันติศาสนสุข
เหนียวหลามทางภาคใต้ รสชาติจะไม่หวานอย่างภาคกลาง ค่ะ :)
แห่งภูมิปัญญาของคนแต่แรกเชียวค่ะ
คนรุ่นหลังต้องช่วยกันรักษาให้คงไว้
ขอบคุณค่ะ
พี่แจ๋วยังไม่เคยคิดว่าอยากทำ อิอิ มันยากเกินกำลัง แค่คิดถึง ไม้ไผ่ ก็ลำบากมาเลย
เมื่อไหร่ที่ซื้อจะไม่ขอต่อรองราคาแม่ค้าเลย เพราะ กว่าจะเป็นข้าวหลาม แสนลำบากหนอ!
ขอบคุณค่ะ
ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้ทุกๆดอกจากทุกๆท่านนะคะ