ในยุคปัจบันนี้ การศึกษาและการแนะแนวเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้อย่างมาก ถ้าคนโบราณเมื่อล้านปีก่อนกลับชาติมาเกิดในยุคนี้เขาคงแปลกใจมากที่งานธณรมดาอันเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ใหญ่ซึ่งใครๆก็ทำได้กลายเป็นวิชาที่ยุ้งยาก สมัยนี้คนที่อยากมีความรู้สูงๆก็ต้องไปที่ โรงเรียน วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย ถ้าไม่ไปเช่นที่กล่าวมา ความเชื่อที่เคยเชื่อกันว่าจะไม่เกิดการศึกษาขึ้นเลย การอยู่ร่วมกันอยู่ร่วมกันชี้ให้เห็นถึงการเอารัดเอาเปรียบ การเห็นแก่ตัวเองผู้ประกอบอาชีพ ซึ้งผู้ประกอบอาชีพแต่ละอาชีพก็จะกว่าวถึงความของตัวเองเช่น ครูบอกชาวบ้านว่าต้องให้บุตรหลานของท่านมาโณงเรียนนะมิฉนั้นแล้วบุตรหลานของท่านจะไม่รู้หนังสือ หรือหอมกล่าวว่าท่านต้องหมั่นมาตรวจสุขภาพบ่อยๆนะเพื่อจะได้มีสุขภาพที่ดี หรือชาวนาบอกว่าการทำนาปลูกข้าวเป็นสิ่งที่จำเป็น หากชาวนาไม่ได้ปลูกข้าวแล้วเราจะไม่มีอะไรกินกัน เป็นต้น ซึ้งแค่ละคนก็อ้างถึงความลำบากของตนย่อมบอกให้คนเข้ามาขอรับการบริการแต่ทว่าการกระทำดั่งกล่าวนั้น บางครั้งบางทีก็เป็นสาเหตุหรือเป็นที่มาของคำว่าเห็นแก่ตัว
ทุกวันนี้ทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะครูอาจารย์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา มักจะทำงานในลักษณะอาชีพมากกว่า คือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวมโดยจะมุ่งการทำงานให้ตนเองเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรียนการสอน โดยเด็กหรือลูกศิษย์เป็นเพียงผู้ถูกกระทำที่มีส่วนให้อาชีพนั้นคงอยู่ได้ ความหวังดี ความจริงใจ ความใส่ใจ ถ้าจะมีก็คงไม่มาก ส่วนมากครูผู้สอนก็จะมาโรงเรียนตามเวลา สอนตามตาราง ทุกวินาทีก็จะคิดแต่เรื่องของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็อาจมีบ้างบางที่ที่ใช้เวลาส่วนหนึ่งคิดที่จะแก้ปัญหา หรือพัฒนาความรู้ ทักษะกิจกรรมการสอนเพื่อให้ลูกศิษย์ให้ได้ความรู้อย่างเต็มที่และก้าวทันโลกที่เกิดขึ้น ครูอาจารย์เป็นผู้ที่สำคัญที่สุดในการจัดการชีวิตเด็ก หมายถึงผุ้ที่จะจัดการให้ความรู้ให้ประสบการณ์กับเด็กเพื่อจะให้เขาอยู่ได้ในสังคม
ซึ้งตอนนี้เป็นช่วงที่จะก้าวสู่ ศตวรรษที่ 21 เป็นศตวรรษแห่งการหลอมรวมวัฒนธรรม ประชาคมโลกจะสร้างความร่วมมือในทุกระดับภูมิภาคเพื่อขยายฐานอำนาจและเพิ่มพลังการต่อรองระหว่างกัน ในปีที่ผ่านมานาๆประเทศได้มีการพัฒนาคนเพื่อรับต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก วัฒนธรรมที่เคยปฏิบัติอยู่ก็จะถูกทดแทนด้วยสิ่งใหม่อาจเป็นเทคโนโลยีอุตสาหกรรมก็ได้ ค่านิยมเก่าจะถูกล้มล้างแล้วครอบงำด้วยค่านิยมใหม่ การศึกษาแบบดั้งเดิมย่อมถูกเปรียบเทียบโดยนวัตกรรมทางการศึกษาซึ่งเป็นสิ่งที่จะมาทดแทนระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ก็เมื่อโลกกำลังจะก้าวสู่ความเป็นหนึ่งเดียว และวัฒนธรรมเดียวเช่นนี้
รูปแบบและวิธีการจัดการศึกษาแบบเก่าก็ยากที่จะดำเนินการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและเหตุผลประการหนึ่ง ที่ทำให้การศึกษาในศตวรรษที่ 20 ต้องขยับขยายและปรับตัวอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ก็อาจจะเป็นเพราะเยาวชนปัจจุบัน มีโลกทัศน์และชีวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก นักการศึกษาและผู้เกี่ยวข้องคงจะต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่า เยาวชนที่เป็นผู้เรียนในปัจจุบันมิใช่ผู้เรียนที่เราเคยรู้จักหรือที่ “เราเคยเป็น” อีกต่อไปแล้ว การกล่าวเช่นนี้มิได้หมายความว่า ผู้เรียนปัจจุบันมีระดับสติปัญญาลดลงหรือสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่ออดีต
แต่ต้องการจะแสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนปัจจุบันมีความคิด ความเชื่อและค่านิยม ที่หล่อหลอมขึ้นจากกระแสโลกาภิวัตน์และสังคมทุน ในช่วงรอยต่อแห่งการก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งโน้มน้าวให้ผู้เรียนของเรายอมรับความเป็นวัฒนธรรมเดียวกับผู้เรียนในสังคมอื่นๆ ทั่วโลก จึงไม่น่าแปลกใจว่า เหตุใดผู้เรียนไทยกับผู้เรียนในประเทศอื่นๆ จึงมีความคิดและพฤติกรรมคล้ายกัน กล่าวคือ นิยมการรับและเสพข้อมูลดิจิตอล ซึ่งปัจจุบันภัยที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับเยาวชนในปัจุบันคือ สื่อสังคมออนไลน์ (social network)
ที่มา คณิต ธราพร (2555:4) พึ่งตนเองสาร โรงเรียนพึ่งตนเอง