ที่ประเทศไทย บริการทางเพศถูกกว่าความรู้

ในที่สุด Amazon Kindle Paperwhite 6" ที่ผมสั่งซื้อเพื่อมาใช้แทน Amazon Kindle DX ที่ใช้อยู่ก็มาถึง ราคารวมค่าส่งผ่าน forwarder แล้วก็ทะลุหกพันบาท แถมมาเจอภาษีอีกสามพันกว่าบาทอีกต่างหาก แต่ผมยอมกัดฟันซื้อไปเพราะถ้าจะอ่านหนังสือยาวๆ หลายๆ หน้าแล้วอ่านจากจอ iPad นั้นไม่สบายตาเท่ากับอ่านจาก ebook reader ที่ใช้เทคโนโลยี e-ink อย่าง Kindle ครับ

สิ่งที่ไม่เข้าใจคือภาษีทำไมต้องเก็บแพงนัก ภาษีเท่ากับราคาอุปกรณ์ทีเดียวนะครับ 100% เต็มๆ เลย

ก่อนหน้านี้เราจะสามารถสั่งซื้อ Kindle ให้ส่งถึงเมืองไทยได้โดยตรงจาก Amazon แต่ตอนนี้ Amazon เลิกขายอย่างนั้นแล้วเพราะว่าไม่คุ้มต้นทุนบริหารจัดการของเขา ดังนั้นถ้าจะซื้อรุ่นใหม่ๆ ตอนนี้ก็ต้องซื้อผ่าน forwarder อย่างเดียวเท่านั้น ผมใช้ Kindle DX อยู่ แต่อยากได้ Kindle Paperwhite เพราะมันเล็กกระทัดรัดดีและตัวอักษรที่อ่านคมชัดกว่า

สรุปว่าผมจ่ายเงินเกือบหมื่นกว่าบาทเพื่อซื้ออุปกรณ์ที่ชาวอเมริกันสามารถซื้อได้ในราคาสามพันกว่าบาท เป็นการดิ้นรนของคนไทยเพื่อให้ได้อ่านหนังสือดีๆ ที่ขายใน Amazon Kindle Store ซึ่งไม่ได้อ่านฟรี แต่ต้องเสียเงินซื้ออีก แต่ก็ซื้อได้ในราคาเดียวกันกับคนอเมริกัน เรียกได้ว่าไม่เสียเปรียบมากนัก เพราะหนังสือเหล่านั้นถ้าจะหาซื้อในเมืองไทยนั้นเป็นไปไม่ได้โดยเฉพาะในหาดใหญ่ และหากจะซื้อเป็นเล่มให้ส่งตรงจากอเมริกาก็ยิ่งแพงกันไปใหญ่

การดิ้นรนเพื่อให้ได้ Kindle Paperwhite นี่สำหรับผมถือว่าคุ้ม เพราะความรู้ที่ได้จากหนังสือเหล่านั้นมูลค่าแพงกว่าเงินที่ผมจ่ายไปมหาศาล ผมถือว่าหนังสือดีถ้าซื้อแล้วได้อ่านนั้นคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์

ทำให้ผมเกิดความคิดขึ้นมาว่า เมื่อคนไทยต้องดิ้นรนขนาดนี้เพื่อให้ได้อ่านหนังสือจากอเมริกา แล้วมีอะไรที่คนอเมริกันต้องดิ้นรนให้ได้จากประเทศไทยบ้างไหม?

สิ่งที่ผมนึกออกทันทีในแว้ปแรกของความคิดคือ "บริการทางเพศ"

ประเทศเราพยายามปฎิเสธปิดหูปิดตาไม่รู้ไม่เห็นถึงความโด่งดังด้านธุรกิจบริการทางเพศของประเทศไทย เรียกว่าเป็นสิ่งที่ไม่พูด พูดไม่ได้ และไม่มีใครพยายามรับรู้เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง แต่คนที่ได้มีชีวิตอยู่ในต่างประเทศแล้วได้คลุกคลีกับผู้คนจากต่างประเทศจริงๆ คงไม่มีใครกล้าปฎิเสธถึง "ชื่อเสีย(ง)ระดับโลก" ของไทยในเรื่องนี้

ที่จริงแล้วผมเองก็ไม่อยากพูด แต่วันนี้อารมณ์บูดกับภาษีที่เจอกับ Kindle ขอพูดเสียหน่อย เพราะเงินที่ผมจ่ายไปเกือบหนึ่งหมื่นบาทเป็นภาษีเสียสามพันกว่าบาท

น่าคิดว่าหนึ่งหมื่นบาทแปลงแล้วคือประมาณ 300 ดอลลาร์อเมริกันนั้น ซื้อบริการทางเพศอะไรได้ในอเมริกา แล้วซื้อบริการทางเพศอะไรได้ในประเทศไทย? ผู้รู้ช่วยบอกผมทีได้ไหมครับ

[update] ข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 56 หรือยี่สิบวันหลังจากผมสั่งซื้อ Amazon Kindle Paperwhite 6" (และสองวันหลังจากผมเขียนบันทึกนี้) ก็คือ Amazon Kindle Paperwhite now shipping to over 175 countries แล้วนะครับ หมายความว่าผมซื้อเร็วไปเลยต้องจ่ายเงินมากขึ้นไปสองเท่า..... โธ่!!

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พอไหว พอดี



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ผมไม่อาจตอบคำถามท้ายโพสต์ของอาจารย์ได้ ด้วยหลายเหตุผล แต่ที่แน่ๆ ไม่มีประสบการณ์จะตอบ

ขอพูดเรื่อง platform ของ Amazon ผมเห็นด้วยว่า ebook กำลังมา และก็ต้องมา แต่ผมไม่ไว้ใจ business model ของ Amazon ที่ก็คือเราเช่าสิทธิ์การเข้าถึงเอกสารที่เราซื้อแล้ว (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด) มันเหมือนกับเราไปซื้อของเขาไว้ แล้วก็ฝากของไว้กับร้านนั่นแหละ จะใช้เมื่อไรค่อยไปเอามา ยังไงยังงั้น  ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้า แม้แต่บริษัทหลายพันล้านอย่างอเมซอนก็ตาม ดังนั้นต่อให้เครื่องของเขาดีอย่างไร ผมก็ไม่พิจารณาเลยครับ

ย้อนกลับมาเรื่องซื้อของพวกเทคโนโลยีในเมืองด้อยพัฒนาอย่างไทยแพงกว่าในอเมริกานั้น ต้องปลงครับ เหมือนกับว่า เราเข้าป่าลึก ขึ้นดอยไป ต้องการจะไปซื้อของ ซื้อน้ำมัน ราคาก็ต้องสูงเป็นธรรมดา มันขึ้นกับหลักอุปสงค์และอุปทาน ของเมืองไทยเรา บางอย่าง อุปทานมีมาก ของก็เลยราคาถูก ของบางอย่างอุปสงค์มีน้อย ก็เลยราคาแพง อะไรแบบนี้

 

เป็นประเด็นน่าคิดมากเลยครับ หนังสือที่ขายได้ใน Kindle Store ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือที่อ่านครั้งเดียวแล้วทิ้งครับ (พวกนิยายต่างๆ) แต่เมื่อไหร่เป็นหนังสือที่ต้องมีการเก็บไว้อ้างอิงแล้ว ซื้ออ่านผ่าน Kindle น่าจะไม้คุ้มจริงๆ ด้วยครับ ผมไม่ค่อยได้อ่านนิยายเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะใช้ Kindle อ่านพวก trade books ครับ แต่หนังสือ trade book บางเล่มก็น่าซื้อเก็บไว้ กลายเป็นว่าถ้าซื้อต้องซื้อสองต่อครับ

ซื้อ Kindle แพงกว่าในอเมริกาเพราะมีค่าส่งเพิ่มขึ้นนั้นพอทำใจได้ครับ แต่เจอภาษี 100% นี่หนักใจจริงๆ ครับ