บันทึกนี้ขอกล่าวถึงเบื้องหลังการถ่ายทำเรื่องเล่าสักหน่อยนะครับ  คือการมีมติของมวลนิสิต  ป. โท  สาขาวิชาพระพุทธศาสนา  ของ ม. มจร. วข. นครศรีธรรมราช  ในรายวิชาศึกษางานสำคัญทางพุทธศาสนา  ที่ผมรับผิดชอบสอนอยู่นั้น  ได้ตกลงจัดทำโครงการประกอบรายวิชานี้เพื่อเดินทางไปศึกษาดูงานนอกห้องเรียน  เดิมทีเราตั้งเป้าว่าจะไปดูงานต่างประเทศเน้นอินเดีย  แต่ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่างเราต้องพับโครงการนั้นไว้ก่อน 


พระธาตุพนม

  ในระหว่างการเรียนการสอนเราได้ร่วมกันตัดสินใจว่าไปที่ใด  มาเลเซีย  เขมร  ลาว  ภาคเหนือ  ภาคอีสาน และมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าต้องการไปเรียนรู้วิถีพุทธวัฒนธรรมอีสาน  ผมจึงวางแผนการเดินทางร่วมกับมวลนิสิตทันที  เพราะเรายังมีเวลาไม่มากนักแล้วสำหรับภาคเรียนนี้


  ได้ตกลงว่า  กำหนดการคร่าว ๆ คือ  วันเสาร์ที่  12 - 17 ม. ค. 2556  โดยวันที่ 12 เวลา 16 . น. ล้อหมุนจากหน้า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตนครศรีธรรมราช  เช้าวันที่ 13 เราเดินทางถึง มหาจุฬา ฯ อ. วังน้อย  จ. พระนครศรีอยุธยา  เวลา 11. 00 น. เราแวะพักฉันภัตตาหารเพลที่เขื่อนลำตะคลองแล้วยาวไปถึงที่พักแรมคืนนี้ที่วัดโพธิ์ชัย  บ้านสะพัง  ต. รามราช  อ. ท่าอุเทน  จ. นครพนมและเราไปถึงประมาณ 22. 00 น. เช้าวันที่ 14 เราข้ามไปยังประเทศลาวชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่นที่นั้นแล้ววกกลับเข้าไทยไปพักแรมคืนที่วิทยาลัยสงฆ์นครพนมอันเป็นสายของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ตั้งอยู่  ณ วัดพระธาตุพนมและเป็นยอดปรารถนาสูงสุดที่มวลนิสิตได้มาศึกษาดูงานวิถีพุทธวัฒนธรรมย้อนไปในอดีตสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรที่ยังเป็นวัตถุธรรมแห่งความเคารพศรัทธาของชาวพุทธไทย-ลาว และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนภาคอีสานทั้งมวล


พระธาตุศรีคุณ

  เช้าวันที่  15  เราเดินทางกลับไปไหว้พระธาตุศรีคุณที่ อ. นาแก แล้วเดินทางต่อไปยังเขตจังหวัดสกลนคร-กาฬสินธุ์ – มหาสารคาม และต้องการพักแรมคืน  ณ เมืองตักศิลาคือมหาสารคามนี้เอง  พอเช้าวันที่ 16 เรามุ่งตรงไปไหว้พระธาตุนาดูน อาณาจักรจำปาศรีแล้วตรงไปยัง อ. วังน้อย ไปพักค้างแรมคืนที่ มหาวิทยาลัยแม่ของเรา และ เช้าวันที่ 17  เราเดินทางล่องลงปักษ์ใต้ถึงที่พักของเราโดยสวัสดิ์ภาพ 


ชมแหล่งไดโนเสาร์  ที่เขตเมืองกาฬสินธุ์


 นั้นคือเส้นทางเดินดูวิถีพุทธ  วิถีวัฒนธรรม เป็นการเรียนนอกห้องเรียนของมวลนิสิตเรา


  บัดนี้เล่ามาถึงเมืองตักศิลาหรือมหาสารคาม  ผมปรารถนาให้มวลนิสิตได้มุมคิดวิเคราะห์งานทางด้านพุทธธรรมและวัฒนธรรมในอดีตอันเป็นผลงานที่สร้างสรรค์เคยได้ยินมาบ้างว่าคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามทำเรื่องเหล่านี้ไว้  ผมมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้ที่เป็นประตูเปิดทางให้คณะเราได้วิชาความรู้อันล้ำเลอค่า 


 ผมตัดสินใจสื่อสารถึงเพื่อให้เพื่อนรับทำหน้าที่บรรยายและได้รับการตอบรับด้วยความยินดียิ่งจนสำเร็จดังใจหมาย  จากจุดเล็ก ๆ ของเราที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทางเว็บ Gotoknow  ครับ  ต่อมาผมได้รับหนังสือเล่มเล็ก ๆ บาง ๆ ชื่อ  ในบางห้วงยามของความรัก  ด้านในเขียนว่า  คนบ้านเดียวกัน  หลายชีวิตคิดถึงบ้าน...ลงชื่อ...แผ่นดิน...ใช่แล้วครับผู้ที่ผมกล่าวถึงคืออาจารย์  พนัส  ปรีวาสนา  นามแฝงว่า..แผ่นดิน..คนดังของพวกเราชาวโกทูโนว์อีกคนหนึ่งนั้นเอง


คุณแผ่นดินกับยูมิ


  เมื่อรถพวกเราเข้าเขตเมืองมหาสารคามแล้วไม่รู้เส้นทางก็ถามทางไปวัดมหาชัยที่คุณแผ่นดินกำหนดและติดต่อจัดสถานที่ทุกอย่างพร้อมต้อนรับคณะของเราเป็นงานเป็นการใหญ่โต  มีท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธาจารย์  เจ้าคณะจังหวัดมาเป็นประธานสงฆ์  มีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามมาให้ความรู้ที่จับต้องได้สร้างความประทับใจให้มวลนิสิตที่ยากจะลืมและเป็นการกระตุกต่อมคิดถึงการเก็บรักษาคัมภีร์ใบลานของท้องถิ่นตนที่ร่วมกันคิดวิเคราะห์ตลอดการเดินทางกลับล่องลงปักษ์ใต้เลยทีเดียว  บุญกุศลใดที่เกิดขึ้นนี้ผมต้องขอมอบให้แด่คุณแผ่นดิน  ในถิ่นเมืองตักศิลานะครับ  เป็นอันว่า การพบกันในวัดมหาชัยเป็นการหลอมรวม  3  มหาวิทยาลัยมาเชื่อมโยงกันคือ 


มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  และมหาวิทยาลัยทักษิณเพราะผมสอนอยู่ ม. ทักษิณ  คุณแผ่นดินอยู่ ม. สารคาม และมวลพระนิสิตอยู่ ม. มหาจุฬา ฯ เรามาพบกันเชื่อมโยงกันผูกพันรักสามัคคีในวัดมหาชัยซึ่งเป็นวัดท่านเจ้าคณะจังหวัดและเป็นวัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นแหล่งที่คณะเราพบพระสัจธรรมตรงนี้นั้นเอง