ผมห่างหายจากการเขียนบันทึกในโกทูโนว์มาพักหนึ่ง...ความรู้สึกห่างหายนั้น...มันเนิ่นนานยิ่งนัก
เพราะเมื่อก่อน...ผมเขียนบันทึกอย่างน้อยวันละหนึ่งบันทึก
ความห่างหายนั้น....ทำให้ผมตระหนักตัวรู้เสมอว่า....
ความรู้สึกของผมก็ห่างหายไปกับการสนทนากับตนเองเช่นกัน...
ชีวิตของตนเองในช่วงที่ห่างหายไป...เหมือนการหลบหนี...พรางตัว...หรือซ่อนตัวเพื่อให้ตนเองได้พักเหนื่อย
หรือความรู้สึกว่า...ผมเองไม่มีอะไรในใจที่จะเขียนบันทึกแล้ว
แต่นั้นแหละ...ความรู้เหล่านี้...ทำให้ผมเองยิ่งเหนื่อยและทรมาน
และกระวนกระวายอย่างที่สุด...
และเช่นกันผมยิ่งตระหนักและเข้าใจตนเองว่า...ผมชอบเขียนบันทึก....เขียนไปเรื่อยเปื่อย
แต่การเรื่อยเปื่อยในการเขียนนั้น....ทำให้ผมได้สนทนากับตนเอง
และเข้าใจตนเองมากที่สุด
ผมคงหลงรักโกทูโนว์จนโงหัวไม่ขึ้นซะแล้ว....
ช่วงห่างไปนานนานกับเทศกาลปีใหม่...
ผมวุ่นวายอยู่กับการงานมากมายที่ประดังประเดไม่รู้จบและสิ้นสุด
งานหนึ่งเสร็จ...งานหนึ่งก็รอ...หรือทับซ้อนเข้ามา...
บางครั้งผมอยากจะไปหายตัวได้เสียจริง
แต่นั้นแหละ...มันไม่เป็นการแก้ปัญหาแต่เป็นการสร้างภูเขาแห่งปัญหาให้โตขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อผมหันมาทำงานให้เสร็จ...
ผมต่างหากที่ได้ประโยชน์...
แอบเหนื่อยพร้อมกับรอยยิ้มและใจที่มีความสุข
ปีใหม่ผมได้รับคำอวยพรปีใหม่มากมายจาก...
คนที่รู้จักที่มาให้พรตรงหน้าผมเลย...
ข้อความในโทรศัพท์มือถือ...
การ์ดที่ส่งมาให้ทางอีเมลล์...
ผมพยายามส่งพรปีใหม่ให้กับทุกคนเท่าที่ผมทำให้แด่ทุกๆ คนที่มอบให้ผม
รวมถึงการส่งข้อความทางมือถือที่ผมไม่คุ้นเคยมากๆ
และทำให้น้อยมาก...จนเลือกโทรศัพท์ต่อสายคุยกันเลย
มีบางข้อความที่ผม...ไม่สามารถติดต่อกลับไปได้
เพราะไม่ทราบชื่อและที่อยู่ของผู้ส่งมา...
ผมเลือกที่อวยพรกลับไปทาง "สายลม" ผ่าน "ท้องฟ้า"
นอกจากนั้น...ผมก็ได้รับการ์ด หรือ ส.ค.ส.
ที่ส่งมาทางไปรษณีย์....
ซึ่งปีใหม่นี้...ผมได้รับน้อยลงมาก เพียงห้าใบ...จนทำให้อดนึดถึงว่า...
ต่อไปข้างหน้ารูปแบบอวยพรด้วย ส.ค.ส. คงหายไปจากโลก "ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทันสมัย"
ปกติผมชอบเขียน ส.ค.ส. มาก อย่างน้อยสามสิบใบขึ้นไป
แต่ปีใหม่ปีนี้...ผมไม่ได้เขียน ส.ค.ส.สักแผ่น
เพราะช่วงนั้นวุ่นวายไปกับการเดินทาง...
ส.ค.ส. ทั้งห้าแผ่นของผม...ที่เดินทางมาก่อนวันปีใหม่เสียอีกนั้น...
ผู้ส่งมาให้ คือ ประกันชีวิต ประกันรถ ธนาคาร และร้านค้าที่ผมเป็นสมาชิกในการซื้อสินค้า
ผมรู้สึกขอบพระคุณที่ได้รับ...แต่ในใจหนึ่ง...กลับมองว่า
ส.ค.ส. เหล่านั้น...ก็เป็นเพียงแค่เศษกระดาษ...
มีรูปภาพ...ข้อความอวยพรสามสีประโยค
ประทับตราลายมือชื่อ และชื่อ ที่อยู่ ด้วยตรายาง
จนอดนึกไปว่า...ส.ค.ส. เหล่านั้นส่งมาเพื่อเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
ไม่ได้ส่งมาหาผม ด้วย "ใจ" ที่แท้จริง....
แต่ก่อนที่ความรู้สึกนั้น...จะเข้ามาสิ่งสู่ในใจของผม
ราวประมาณสิบกว่าวันหลังจากปีใหม่....
มี ส.ค.ส. แผ่นหนึ่งเดินทางมาหาผมที่ทำงาน....
ผมมองมันไปผ่านมา...กับการเงยหัวทำงานบ้าง....เดินออกไปทำงานบ้าง...
ผมอย่างให้คงสภาพนั้น...ไม่อยากแกะออกดู...กลัวซองจะยับเยิน
และอยู่ในสภาพที่ประทับแสตมป์อย่างเดิมที่ดูสวยงามดี
เพราะแกะออกแล้วคงเป็นเหมือน ส.ค.ส. ที่ผมได้รับมาทั้งห้าแผ่น
แต่เมื่อนั่งว่างๆ แกะดู...ผมแทบตกตะลึง...
เพราะผู้ให้ใช้เวลาสำหรับ ส.ค.ส. และความเพียรพยายามในการทำ
ตั้งแต่ไปเอารูปของผมเอง....
ถ้าใครที่คบผมมานาน จะรู้ว่า...ผมชอบหนังสือ และต้นไม้
รูปนี้เพื่อนๆ ของผม tag มาให้ใน Facebook ของผม....
และถ้อยคำที่ประดิดประดอยด้วยลายมือชื่อ
ทำให้ผมอดที่จะติดต่อกลับคืน...และกล่าวถ้อยคำมากมายแทนความขอบคุณ
ส.ค.ส.ใบนี้...ทำให้ผมมุมมองชีวิตของผมเปลี่ยนไป
ส.ค.ส. ไม่ได้เป็นแค่ "กระดาษใบหนึ่ง"
และปีใหม่ข้างหน้า...ผมจะเริ่มทำ และเขียนคำอวยพร
และส่งแด่ทุกท่านที่ผมรัก และเคารพ...
ชดเชยกับปีใหม่นี้...ที่ผมไม่ได้เขียน ส.ค.ส. เลยสักแผ่นเดียว
ขอบพระคุณมากมายกับ ส.ค.ส. แผ่นนี้....ที่ปลุกชีวิต
มีหลายอย่างที่เราพยายามผ่านเลย
ด้วยการตัดสินใจตามสถานการณ์กำลังเผชิญอยู่
แต่แท้จริงยังมีความละเอียดอ่อนที่หลายๆคนตั้งใจทำให้เราซ่อนอยู่
ปรับใจให้มองสิ่งต่างๆให้ละเอียดอ่อนเช่นกัน
นี่คือข้อคิดที่จะได้สอนตัวเองหลังอ่านบันทึกจบค่ะ
.....ในกระดาษมี .... ความละเอียดอ่อน & ความใส่ใจ & ความตั้งใจ & ความรัก & ความผูกพันธ์ & ความห่วงหา & ความอาทร & ฯลฯ ..... ตรงนี้ ... ประเมินด้วยสายตา .... "ไม่ได้...ไม่ออกและไม่่ละเอียดพอ....นะคะ "เป็นมากกว่ากระดาษ" .... นะคะ
ขอบคุณบทความดีดีนี้ค่ะ
มากมาย และเติมเต็มค่ะ กับคุณค่าของสิ่งที่เค้าตั้งใจให้ค่ะ
รออ่านบันทึกดีๆของคุรหมออยุ่ครับ