ไปประชุมเปิดหัวจุลสาร TK Park เล่มประจำเดือนพฤศจิกายนไม่ทัน เพราะเขานัดตอน 4 โมงเย็น แต่กว่าจะปลีกจากที่ทำงานได้ก็ 5 โมงกว่าแล้ว เลยไม่รู้อารมณ์ของเล่มนี้ว่าเป็นอย่างไร รู้แค่เพียงต้องทำเรื่อง Creative Thinking

 ปกติผมได้รับหน้าที่เขียนคอลัมน์ IC TK เป็นประจำอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยหวั่นกับตีมหลักของเรื่องว่าจะต้องเปลี่ยนตามใจผู้ใหญ่แค่ไหน เพราะลำพังคอลัมน์ของผมเอง ที่ทุกเดือนจะมีคนมาคะยั้นคะยอถามว่าอยากเขียนเรื่องอะไร แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็กลับปฏิเสธเสียทุกครั้ง

ครั้งนึงผมเคยพูดในที่ประชุมแบบทีเล่นทีจริงว่า "จุลสารทำโดยเด็ก แต่ตรวจโดยผู้ใหญ่" เล่นเอาทุกคนนิ่งเงียบ ส่วนผมพูดเสร็จก็ขำก๊าก - เพราะมันคือความจริงครับ ความจริงที่ไม่มีใครยอมรับมันได้ต่างหาก

 

เกริ่นมาทั้งหมดนี้ เพื่อจะบอกว่า ปัญหาของการทำกิจกรรมของนักศึกษาอีกประเด็นหนึ่ง คือการไม่ผ่านผู้ใหญ่นั่นเอง เรามักจะกล่าวโทษทัศนคติและมุมมองของผู้ใหญ่เมื่อไม่ได้ทำตามอย่างที่เราต้องการ ในทางกลับกัน เราก็มักจะถูกผู้ใหญ่ตำหนิติติงถึงการทำงานโดยไร้ซึ่งการวางแผน

ครั้งนึง สมัยที่ผมก่อตั้งชมรมส่งเสริมงานอดิเรกที่ มศว ท่านรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตเป็นคนเสนอในที่ประชุมของทุกชมรมว่า เนื่องจากมหา'ลัยมีชมรมมากถึง 57 ชมรม แต่ละชมรมมีการบริหารจัดการได้ไม่ดี เพราะกำลังคนน้อย หากเรามายุบรวมกับ จัดหมวดหมู่ให้ดี ร่วมมือร่วมใจกันบริหารจะดีกว่าไหม

เท่านั้นแหละครับ เกือบทุกชมรมต่างยกมือแสดงความไม่เห็นด้วย อย่างที่เราๆ ก็ทราบกันดีว่า มันเป็นลักษณะพิเศษของคนไทยอย่างหนึ่งที่ไม่ชอบทำงานเป็นทีม - มีแต่ผม นายกองค์การนิสิต และอีกไม่กี่ชมรมที่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว

เพื่อนที่เป็นนายกองค์การฯ มีความคิดเห็นตรงกับผมว่า "เมื่อผู้ใหญ่สั่งมาเราจะไปขัดใจอะไรเขาได้ แต่เราเลือกที่จะนำมาประยุกต์ใช้ให้ตรงตามความต้องการทั้งเขาและเราได้"

 

 

คนที่ทำหน้าที่ดูแลบทความในจุลสารบอกว่าอย่าเพิ่งน้อยใจไปเลย ที่ถูกปฏิเสธมาหลายครั้ง ผมส่ายหน้าและตอบกลับไปว่า เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าผู้ใหญ่อยากได้เนื้อหาแบบไหนก็ให้บอกมา ก็ยินดีไปหาข้อมูลและภาพประกอบเพื่อเอามาเขียนให้ได้อยู่แล้ว แต่ที่เสียความรู้สึกคือ ต้องเปลืองแรง เปลืองสมองคิดหัวข้อเรื่องที่ไม่ตรงใจเขามากกว่า อีกหน่อยจะได้เก็บแรงไว้เขียนงานตามความต้องการของเขาเลย

เพราะการเรียนรู้บางครั้งก็เกิดจากการเดินตามทางที่ผู้ใหญ่ขีดเขียนไว้เหมือนกัน