ปลุกเร้าพลังแห่งรัก

คือน้ำผึ้ง คือน้ำตา คือยาพิษ

คือหยาดน้ำอำมฤตอันชื่นชุ่ม

คือเกสรดอกไม้คือไฟรุม

คือความกลุ้มคือความฝันนั่นแหละรัก

ที่จริงความรักอันบริสุทธิ์นั้นไม่ได้เจือด้วยน้ำตาหรือยาพิษที่เป็นอันตรายต่อเจ้าของหรอกค่ะ เพราะสิ่งปนเปื้อนเหล่านั้นเป็นอารมณ์ที่คอยผสมผเสให้เสียการ และทำให้เสื่อมศรัทธาในความรักกันไปก็มาก เคยไหมคะว่าเวลาเรารักสิ่งใดก็ตามแต่เมื่อแรกพบนั้น มันประทับใจ อบอุ่นแววตาเราจะสดใส ชื่นชมปรารถนาดีมากๆ สามารถทำอะไรให้ได้มากมาย บางครั้งความรักทำให้ยอมรับอันตรายหรือตายแทนกันได้ด้วย เชื่อหรือไม่

   แต่เมื่อเวลาผ่านไป จิตเดิมก็ถูกครอบงำตามสิ่งที่เราได้รับการสั่งสอนหรือตามแบบอย่างของสังคมที่เราอยู่เราเห็นทุกเมื่อเชื่อวัน จนยอมรับด้วยใจ และปฏิบัติสืบต่อกันมาเรื่อยๆจนลืมวันคืนแห่งรักบริสุทธิ์ไปเสียได้ แล้วนิยามความรักของพวกเราก็เต็มไปด้วยความหมายมั่นครอบครอง การต้องตอบแทนซึ่งกันและกัน มีความเร่าร้อนใจเป็นปกติ เมื่อสิ่งที่รักมิได้เป็นไปตามที่ใจเราบงการ เมื่อหวังก็ต้องมีผิดหวัง กระทบกันเป็นลูกโซ่เรื่อยไป

  ถามว่าที่จริงเราเคยรักใครแบบไม่มีเงื่อนไขบ้างไหม รู้สึกเมตตาอยากช่วยเหลือทั้งๆที่ไม่ใช่คนในครอบครัว หรือผู้นั้นดูจะทดแทนอะไรให้เราบ้างยังไม่ได้เลย บางคนยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เกิดสันติสุขกับใครที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนเลยก็มี หรือจะให้แคบเข้ามาอีกสักหน่อยเราเคยรักใครแบบยินดีทำให้คนที่รักมีสุขแบบปิดทองหลังพระ คือเมื่อใดเขาก็ไม่รู้ว่าสุขนั้น เป็นเราเป็นผู้หยิบยื่นให้เอง เคยหรือไม่

  ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าไม่มีสิ่งใดมาครอบงำใจเราเวลานี้ ทุกคนต้องตอบว่าเคยทำเพื่อคนอื่นมาแล้วทั้งนั้นแหละ และยังเก็บความสุขใจนั้นมาตราบเท่าทุกวันนี้

  ความรักเป็นสภาวะธรรมของมนุษย์ ที่เหมาะแก่การเจริญมหาสติ เพราะขณะที่เกิดความรู้สึกรักอันบริสุทธิ์นั้นเป็นสภาวะเหนือกาลเวลา ไม่มีอนาคต ไม่มีอดีตมีแต่ปัจจุบัน และจิตจะจดจ่อเป็นพิเศษเพื่อดำเนินการถ่ายทอดความรักและปรารถนาดีต่อกัน ยิ่งคนที่รักใครได้แบบตายแทนได้ถือเป็นสภาะเจริญสุดๆของจิตใจ เพราะนั่นหมายถึงความรักนั้นผ่านการรักตนเองมาจนถึงจุดรักผู้อื่นได้แล้วเช่น รักของพ่อแม่เป็นต้น 

  แต่ความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาของโลกเรามีเกิดขึ้น แล้วก็จะคอยๆหมดพลังไปที่สุด แต่ถ้าเราทำช่องให้ปัจจุบันขณะแคบเข้ามาเรื่อยๆความรักของเราก็จะต่อเนื่องเหมือนเราเห็นแสงสว่างจากดวงไฟ ที่เจิดจ้าจนมองไม่รู้ว่า ดวงไฟฟ้านั้นกำลังเกิดดับตลอดเวลา

  กับวันเวลาที่กำลังจะพาชีวิตเราล่วงเลยจากไป อย่าลืมเก็บเอาความรักที่แท้จริงของเรากลับไปด้วย เพื่อชีวิตหน้าจะได้มีความทรงจำรักอันผ่องใสบริสุทธิ์และปลุกพลังแห่งรักกันอีกต่อๆไป