คำพังเพยไทยมีหลายหลาก เป็นมรดกล้ำค่า ที่บรรพชนท่านผูกมาให้คิด .... ถ้าคิดให้ดี ตีให้แตก อาจกลายเป็นสะพานเชื่อมไปสู่อะไรที่ดีๆได้มากหลาย
พังเพยเชิงบวก ก็ว่ากันไป เช่น “รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ” (แต่วันนี้เขารักสั้น ...ก็ต่อสัญญาประชานิยมกันอยู่นั่นแหละ เมื่อไหร่จะบั่นกันเสียทีหนอ)
“รักเรือให้ผูก รักลูกให้ตี” ...แต่วันนี้เขาเห่อฝรั่งจนห้ามตีลูกหรือลูกศิษย์กันไปแล้ว (ตามหลัก phD psyคอลอ(จ้ำ)จี้ที่ลอกฝรั่งมา)
สวนคำพังเพยเชิงลบ เราก็มีมากหลาย เช่น “คบเด็กสร้างบ้าน” ธ่อ...เด็กฉลาดก็มีนะว้อย เช่น สตีฟ จ๊อบส์ ไง (ทิ่คิดคอมพ์ประชาชน ได้แต่ก่อนอายุ ๒๐ จนมาให้เราจ้ำจี้ตีนิ้วได้จนทุกวันนี้)
และเช่น คำว่า เฒ่าหัวงู ...... มันเป็นพังเพยที่ผมคิดมานานแล้ว (แต่สมัยหนุ่มวัยยี่สิบกว่า) ว่ามันมีที่มาอย่างไร พอมาถึงวันนี้ยิ่งคิดหนัก เพราะวัยเราก็เฒ่าชะแรแก่ชะราลงไปเป็นกลุ่มเป้าหมายเข้าทุกวันแล้ว
น่าถามว่า งูแก่เพศผู้มันชอบหางูสาวมาเป็นเมียมากว่างูหนุ่มอย่างนั้นหรือ แล้วงูแก่เพศเมียชอบหางูหนุ่มมาเป็นผัวมีบ้างไหม มีคนไทยคนไหนคิดกันบ้างไหม หรือว่าพอได้ยินแล้วก็ขำ หัวเราะ แล้วเยาะเย้ยกันไปวันๆ พอสนุกสนานกันไปจนกว่าจะ...
เรื่องงูนั้นผมยังไม่ทราบ (เพราะผมเป็นคนกลัวงูมาก) แต่พวกแมงมุม พอศึกษาอยู่ เช่น นางพญาหม้ายดำ (black widow) นั้น ไม่ว่าแก่หรือสาว จะล่อแมงมุมเพศผู้ทั้งหนุ่มแก่ให้มาสมสู่เสมอ ...พอเสร็จกามกิจเธอก็จะจับแมงมุมเพศชายหม่ำกินเป็นอาหารซะเลย (เพื่อกลบเกลื่อนหลักฐาน ?) ...นี่ว่าตามที่ได้ศึกษามาเมื่อสักสามสิบปีก่อน แต่วันนี้พฤติกรรมจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ไม่ทราบ เพราะวันนี้อะไรก็เปลี่ยนไวเสมอ ตาม trend """" หิหิ
สองวันก่อนนอนดูหนังเก่า เห็น ยูน บรินเนอร์ (ที่เคยแสดงเป็น ร ๔ เรื่อง The king and I ที่ถูกห้ามฉายในไทย) แสดงเป็น ฟาร์โร แห่งอีจิปต์ ก็เห็นใส่หมวกพันหัวเป็นงู .......กล่าวฝ่ายพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ แห่งอาณาจักรขอมนครวัด (ที่ผมเสนอหลักฐานในบทความเก่าๆว่าเป็นหน่อเนื้อเชื้อสยามจากลพบุรี) ก็มีรูปสลักที่กำแพงนครวัดว่า ทรงถืออะไรคล้ายงูไว้ในพระหัตถ์ที่ซึ่งนักวิชาการทั่วโลกยังตีความกันไม่แตกจนวันนี้ว่าทรงสื่ออะไร
ผมมาฉุกคิดว่า หรือว่า ในสมัยก่อน ชายที่มีอำนาจ เป็นกษัตริย์ ต้องแสดงให้เห็นว่ามีอำนาจมากกว่าคนอื่น ไม่รู้จะสื่ออย่างไร ก็เลยต้องสื่ออำนาจผ่านงู จึงต้องหาวิธีเลี้ยงงูให้เชื่อง ขนาดที่เอามาพันหัวได้ เพราะคนเรานั้นส่วนมากกลัวงู พอเห็นว่าคนเก่งกว่างู สยบงูได้ ก็ยิ่งเคารพคนคนนั้น
แล้วคนพวกนี้พอมีอำนาจก็มีเงินด้วย จะเอาเงินไปสั่งให้นักวิทยาศาสตร์วิจัยงูให้เชื่องจนเอามาพันหัวอย่างไรก็ย่อมได้ ....ซึ่งไม่ต่างอะไรเลยกับวันนี้ ที่รัฐบาลทั้งหลายต่างก็หว่านเงินไปให้นักวิจัย ที่จะสร้างภาพ “งูพันหัว” ให้ท่านได้ (ส่วนนักวิชาการก็ผงกหัวรับกันไปตามประสาคนวิจัยงู)
พอ “เฒ่าหัวงู” พวกนี้มีอำนาจ คนนับถือ..... จากนั้นจะสั่งให้ไปเอาสาวสวยที่ไหนมาสังเวยเป็นเมียสักกี่ร้อยคนก็ย่อมได้ .....จนนี่อาจเป็นต้นกำเนิดของคำพังเพยที่ว่า .....เฒ่าหัวงู
นั่นเป็นเรื่องอดีตที่ควรคิด แต่วันนี้ผมขอเสนอให้ยกเลิกภาษิตนี้ เพราะมันขัดต่อสิทธิมนุษย์ชนและสัตว์ด้วย (ว่าเข้านั่น)
ผม(หาเสียง)ว่า มันเป็นการสร้างภาพให้เกลียดชังคนเฒ่า (สว.) โดยฉพาะเพศชาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังไปสร้างอคติภาพให้เกลียดชังงู (สัตว์สงวน endangered species) เข้าไปอีก ...กลายเป็นอคติสองต่อ ทั้งที่งูไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย
ส่วนพวกงูแก่ๆ (งูหัวเฒ่า) ที่เหลาเลี่ยวจนเลื้อยได้ไม่เร็วนัก กลับโดนจับเอาไปฆ่า ผัดเผ็ด เป็นอาหารบำรุงกำลังทางเพศของพวกคน “หนุ่มหน้าหมู” ด้วยซ้ำไป ...แต่กลับไม่เห็นมีใครว่าอะไร
หนุ่มพวกนี้ หน้าขาว ตาตี่ ....มีลักษณะหน้าเหมือนหมูเลย แต่กลับกลายเป็นหล่อ กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ในวงการดาราไทย ไม่ใช่หรือ
...คนถางทาง (๕ มค. ๒๕๕๕)
อ่านจบแล้ว ขอบอกว่าได้อารมย์ดีและได้เกล็ดความรู้ด้วย ขอบคุณครับ
คำพังเพยไทย.. สุดยอดค่ะ
อาจารย์คิดลึกซึ้งครับ ก่อนหน้านี้ผมตีความคำพังเพย "เฒ่าหัวงู" ว่างูโดยเฉพาะงูพิษจะยกตัวขึ้นเวลาจะฉกมีลักษณะคล้ายกับอวัยวะเพศชายที่ตื่นตัวครับ โบราณก็เลยเอามาเปรียบเทียบครับ
ส่วนคำพังเพยใหม่ "หนุ่มหน้าหมู" นี่สุดยอดครับ ผมเองเปิดทีวีมาเจอหนุ่ม "เกาหลี" พวกนี้ทีไรก็นึกตลก เพราะสมัยผมเด็กๆ นี่ผู้ชายหน้าตาอย่างนี้ถือว่าไม่หล่อเอาเลย ถึงขั้นว่าเป็นปมด้อยทีเดียว แต่ปัจจุบันกลับกลายว่าเป็นหน้าตารูปแบบที่เด็กหนุ่มๆ อยากเป็นถึงขั้นว่าไปทำศัลยกรรมกันเชียวครับ
หนุ่มหน้าไทยแท้ๆ วันนี้แสดงได้เป็นโจร กับคนขับรถ หน้าหมูเป็นพระเอกหมด อ้อ หน้าหมูไม่พอต้องเสียงนกด้วย คือเสียงหวานๆ หน่อมแน้ม ไม่มีเสียงใหญ่ๆ ห้าวๆ หรอก วันนี้