การจ่ายเงินในระบบสุขภาพ เรื่องการจ่ายเงินมีความสำคัญอย่างไร เป้าหมายของระบบการคลังเพื่อสุขภาพ คนไข้พื้นฐานของผู้รับบริการ  ผู้ให้บริการโรงพยาบาล Payers สปสช.ประชาชนมีหน้าที่จ่ายให้อยู่ในรูปของเบี้ยประกันภาษี สปสช.จะจ่ายให้ผู้ให้บริการแต่อาจมีเงื่อนไขเช่นต้องมีการทำรายงานส่ง

ภาครัฐเป็นผู้ให้บริการด้วย ผู้ออกกฎระเบียบกฎหมายควบคุมทั้งโรงพยาบาล ทั้งบริษัทประกันภัยดูแลกิจการประกันสังคม(ในประเทศไทยภาครัฐมีบทบาทมาก)

ภาคเอกชน/NGO ลูกค้าประกันผู้ป่วย อยู่ในฐานะโรงพยาบาลก็ได้ ฐานะประกันก็ได้ ระบบการคลังเพื่อสุขภาพเงินที่ใช้ในระบบสุขภาพ ภาระทางการเงิน ใช้ไปเพื่ออะไร(งานรักษา)ให้เท่าไร(จ่ายเงินอย่างไร)

ใครจ่ายเงิน ประชาชนจ่ายตรงนายจ้างสถานประกอบการ NGO มูลนิธิ  องค์กรระหว่างประเทศเช่น ยูนิเซฟ ภาครัฐจ่ายผ่านรัฐบาลกลาง กระทรวงสาธารณสุข

จ่ายเงินทางไหนภาคสมัครใจ ภาคเอกชนจ่ายตรง จ่ายผ่านประกันสุขภาพประกันเอกชน ประกันบัตรสุขภาพของรัฐ  ภาคบังคับหักในเงินเดือนภาคเอกชน อีกรูปแบบหนึ่งคือ Medi save(สิงคโปร์)บังคับออมให้ลูกจ้างที่มีเงินเดือนหักเงินไว้เพื่อออมเพื่อการรักษาของตนเอง

ข้อดีของระบบภาษี ค่าบริการต่ำเนื่องจากไม่ต้องมีการจัดเก็บเบี้ย มีความเป็นธรรม ระบบภาษีโดยรวมมีลักษณะก้าวหน้า คนจนจ่ายน้อย คนรวยจ่ายมาก

ข้อเสียมีความไม่แน่นอนต้องแข่งขันกับกระทรวงอื่นในระบบงบประมาณ ถูกการเมืองแทรกแซงได้ง่าย การขาดประสิทธิภาพของระบบราชการ ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของระบบประชาชน

ระบบเบี้ยประกัน ข้อดี มีความแน่นอนของเงินสำหรับบริการสุขภาพ ประชาชนยินดีจ่ายมากกว่าภาษี เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ และได้ผลกลับคืนชัดเจน ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดี ผู้ให้บริการมีรายได้ที่แน่นอน เมื่อเทียบกับระบบบริการสาธารณะสุขแห่งชาติ

ข้อด้อย ค่าบริหารจัดการสูง ถ้าประชาชนทำงานนอกระบบ ไม่มีเงินเดือนประจำ จะมีปัญหาในการจัดการมาก ในสังคมที่มีผู้สูงอายุมากจะเป็นภาระ คนวัยทำงานจ่ายเงินมาก

ระบบการออมเงินเพื่อสุขภาพ Medical saving ออมเงินภาคบังคับ ข้อดีมีความรับผิดชอบส่วนบุคคลไม่ใช้จ่ายเกินลดภาระสังคม ข้อด้อย ไม่มีการจ่ายเฉลี่ยเพื่อช่วยกัน 

เป้าหมายหวังว่าจะได้เข้าถึงการบริการสุขภาพที่ดี เพราะสุขภาพเป็นเรื่องพื้นฐานไม่ควรติดขัดเรื่องเงิน