ฤา เรามีหนี้ต่อกัน...


       สวัสดีปีใหม่ทุกๆคนค่ะ ที่ได้มีโอกาสได้พบเจอกันนะที่ตรงนี้ถึงล่าช้าไปบ้างก็คงไม่เป็นไรนะคะ คิดถึงทุกคนหละค่ะรวมทั้งตนเองด้วย วันนี้ตอนบ่ายมีเหตุการณ์ที่ทำให้ ทั้งทุกข์และสุขในคราวเดียวกันเลย ....สุดยอด..บ้านของเราถ้าจะไปทำงานต้องไปทาง ถนนราชพฤกษ์ค่ะ ถึงจะสะดวกและไว วันนี้เช่นเดิม หลังจากไปปั๊มนิ้วที่โรงพยาบาลแล้ว ขออนุญาตหัวหน้าไปทำธุระกับครอบครัวถึงตอนเที่ยง ก็เตรียมตัวกลับมาทำงาน วันนี้ก็ทำผิดกฏหมายอีกหนึ่งครั้ง เพราะกลับรถในที่ห้ามกลับ เพื่อเข้าถนนราชพฤกษ์ กลับรถแล้วก่อนออกถนนใหญ่ ก็ทันได้เห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งโบกรถ ฮอนด้า CRV คันหน้า แต่รถคันนั้นไม่ได้จอด ขับเลยไป ไอ้เราก็พวกสงสารคน จอดเลยค่ะ .....จอดเลย กดกระจกลง...."ตะโกนถามไปว่า ตัวเอง...ตัวเองจะไปไหนน่ะ เห็นโบกรถคันหน้า" ถามไปแล้วถึงเห็นว่ามีผู้ชายอายุ ซัก ๓๐ ปีอุ้มเด็กเล็กอยู่ ต้องบอกว่าเด็กเล็กค่ะ เพราะยังตัวแดงอยู่เล้ย..เด็กชายตอบว่า ผมจะอาศัยไปลงตรงข้างหน้าเนี่ยหละครับ ดังนั้นคำตอบของเราคือ มาเล้ย มาเล้ย เพราะพี่ผ่านอยู่แล้ว เบ็ดเสร็จ ทั้งหมดจึงมาอยู่บนรถเรา ถามไปว่า จะไปไหนเนี่ย มีเด็กเล็กด้วย คนหนุมตอบว่า จะมาหาย่า เด็กเล็กลูกของลูกสาว ก็เลยถามว่าเด็กไม่ร้องหรือเนี่ยยังเล็กอยู่เลยค่ะ ไม่ร้องครับ เด็กไม่ร้องจริงค่ะ นอนดูดนมขวดนิ่งอยู่ เสียงจากข้างหลังดังมา .ผมบอกพ่อแล้ว ย่าไม่อยู่หรอกหยุดหลายวันแบบนี้ อ้าว....!!! แล้วจะไปไหนหละเนี่ย คือคำถามของเรา จะกลับบ้านที่เมืองกาญจนบุรีครับ .....ว้าวนึกในใจ เก่งชิบ เอาเด็กอ่อนมาด้วย จากเมืองกาญ แล้วจะไปขึ้นรถที่ไหนล่ะค่ะ พี่ไปส่งที่สายใต้ให้ได้นะ เด็กชายบอกว่า ผมโบกมาหลายคันแล้วครับเขาไม่จอดเลย เราก็เลยเงียบไม่ออกความเห็นอะไร  เขาถามต่อว่า บิ๊กคิงไปไกลไหมครับ .....อ๋อ ....ไม่ไกลหรอกพี่ไปส่งก็ได้ ...ตกลงค่ะ จะไปส่งกันที่บิ๊กคิง ...ซักแป๊ป เสียงคนหนุมพูดว่า ถุงเสื้อผ้าน้องล่ะ ....อ้าวผมลืมไว้ที่บ้านย่า แน่ะ ...เรารีบบอกว่า บ้านย่าอยู่ครงไหนล่ะเดี๋ยวพากลับไปเอา เพราะแถวนี้ไม่ค่อยมีรถเมล์หรอกนะ พี่พาไปดีกว่า เราก็ตั้งใจแต่จะหาทางกลับรถ พวกเขาเลยบอกว่าไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไรครับ แค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้ว พี่ส่งผมตรงสะพานลอยหน้า แล้วผมจะขึ้นรถกลับไปเอาถุงผ้าก่อน เราก็เลยจอดรถให้เพราะเสียงพวกเขาแข็งขันมากๆ .....พอเขาลงไปซักพักก็เลยนึกขึ้นมาได้ .....อุแม่เจ้า เราวางกระเป๋าไว้เบาะหลังนี่หว่า...รีบจอดรถเข้าซ้ายหยิบกระเป๋ามาดู เฮ้อ ....เราคิดมากไปเอ้ง..เปิดกระเป๋าตังค์ดู ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ ค่ะ ไม่อยากเชื่อ ว่าความตั้งใจดีของเรา กลายเป็นอีกอย่าง เงินสี่พันกว่าบาทในกระเป๋าตังค์ อันตธานไปหมดไม่เหลือไว้ให้ดูต่างหน้าเลย ซัก ยี่สิบบาท ยอมรับว่าตอนแรก รู้สึกโกรธมากๆ ไปกลับรถมาอีก ๒ ครั้งหวังจะเจอพวกเขา แฮะ แฮะ ไม่เจอหรอกค่ะ เลยจอดรถ คิดว่าจะทำไงดีน้า ...ดีน้า...สุดท้ายต่อโทรศัพท์ไปหาพระเพื่อนที่วัดระฆัง เล่าสู่กันฟัง....คำสอนของท่านทำให้เราหัวเราะทั้งน้ำตาเลย ....ท่านบอกว่า ." โยมพี่ องค์ประกอบกรรมมันพอดีเลย มันจึงเกิด " คิด คิด ดู เลยหัวเราะกันใหญ่ ใช่เลยค่ะ ใช่เลย เขาไม่ได้โบกรถเราด้วยซ้ำ เขาโบกคันหน้า ....เราบรรจงจอด เขาไม่เห็นเรา เราก็เรียกเขาอีกต่างหาก นึกถึงตอนที่เราบรรจงเลื่อนกระจกลง ตะโกนเรียก ตัวเอง ตัวเอง จนเขาหันมา ถ้าเราไปกลับรถตรงที่เคยกลับ ไม่ทำผิดกฏหมาย ขับรถช้าลงนิด ก็จะไม่เห็นว่าเขาโบกรถแล้วรถไม่รับเขา ทุกอย่างก็จะไม่เกิด ทุกอย่างคงพอดีตามที่พระเพื่อนบอก คิดได้อย่างนั้นเลยสบายใจขึ้นไม่โกรธ ไม่แค้น ฤาเรามีหนี้ต่อกันมา ถึงต้องมาชดใช้ในวันนี้ ขอให้เราเลิกแล้วต่อกันนะ....โชคดีค่ะ...

หมายเลขบันทึก: 514897เขียนเมื่อ 2 มกราคม 2013 21:29 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 มกราคม 2013 00:26 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (6)

ขอพระพุทธป้องปัดกำจัดทุกข์

ขอพระธรรมนำสุขทุกสมัย

ขอพระสงฆ์จงนำอำนวยชัย

ตลอดไปตลอดกศกห้าหกเทอญ

ขอบพระคุณอาจารย์โสภณมากค่ะ

ขอบพระคุณทุกๆท่านสำหรับกำลังใจ คอมเสียค่ะ เลยล่าช้าในการตอบไปซักหน่อยค่ะ ...Dr..Ple


 

ขอบคุณพี่รุ่งจริงๆค่ะ....

ขอบคุณคนบ้านไกลนะค่ะ สำหรับกำลังใจ...

ขอบคุณอาจารย์ ชยันต์มากค่ะ...ที่แวะอ่าน...

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี