Financial management

ระบบการเงินการคลัง

ใครจ่าย  ผู้ป่วย  ระบบประกันสุขภาพ  การประกันเอกชน  ประกันสุขภาพภาครัฐ

ประกันสุขภาพภาคบังคับ Compulsory  Health  Insurance

กองทุนเพื่ออนาคต

Provident  Fund (Medisave)  ระบบประกันสุขภาพของสิงคโปร์  ใช้หลักการออมเงินจากรายได้  ปัญหากรณีรายได้น้อย  รัฐบาลจะเข้ามาช่วย 

กรณีที่ไม่มีรายได้  เกษตรกร  การหักเงินเข้ามา  รูปแบบนี้จึงไม่เหมาะกับประเทศอื่น

รูปแบบระบบการเงิน

ระบบภาษี   เช่น อังกฤษ  สวีเดน  เดนมาร์ก  มาเลเซีย  ฮ่องกง

ข้อดี ค่าบริการจัดกรต่ำ เนื่องจาก  ไม่ต้องการจัดเก็บเบี้ยประกัน

มีความเป็นธรรม  ถ้าระบบภาษีโดยรวมมีลักษณะก้าวหน้า

ข้อด้อย

1.  มีความไม่แน่นอน  ต้องแข่งขันกับกระทรวงอื่นในงบประมาณ

2.  ถูกการเมืองแทรกแซงได้ง่ายและมาก

3.  การขาดประสิทธิภาพของระบบราชการไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน

ปัจจุบัน  โรคที่ต้องใช้จ่ายสูงเพิ่มมากขึ้น(High  Cost care)  เช่น โรคเรื้อรัง  โรคไต  มะเร็ง  เอดส์ ความยั่งยืนของกองทุนในอนาคต  ต้องประสบปัญหาแน่นอน

ระบบเบี้ยประกัน (Bismarck Model) เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์

ข้อดี  ค่ามีความแน่นอนของเงินสำหรับบริการสุขภาพ

  ประชาชนยินดีจ่ายมากกว่าภาษี เนื่องจากมีวัตถุประสงค์และได้ผลกลับคืนชัดเจน

  ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนดี

  ผู้ให้บริการมีรายได้ที่แน่นอนและดีขึ้นเมื่อเทียบกับระบบบริการสาธารณสุขแห่งชาติ

ข้อเสีย  ค่าบริหารจัดการสูง

  ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ทำงานนอกระบบไม่ได้มีเงินเดือนประจำจะมีปัญหาในการบริหารจัดการค่อนข้างมาก  ในสังคมที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากจะทำให้ภาระการจ่ายเงินของคนทำงานเพิ่มขึ้น

ระบบผสม (Mixed) ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน

ระบบเงินออมภาคบังคับ Medisave

ข้อดี   รับผิดชอบของตน

  ไม่ใช้บริการเกินจำเป็น

  ลดภาระของรัฐ

ข้อเสีย

  ไม่มีการเฉลี่ยความเสี่ยง

  ไม่มีการเอื้อเอ็นดูกัน

ใครได้ประโยชน์

ขึ้นกับอาชีพ อายุ เพศ สังคม

  ระดับชุมชน

  ระดับชาติ

  ระดับภูมิภาค

  ระดับโลก

………………………………………………………………………………………………………

สรุปจากการบรรยาย   ผศ.สุชาดา ภัยหลีกลี้Financial management” 

วันที่ 20  ธันวาคม  2555  ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 7 อาคารเวชวิชาคาร  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น