เริ่มต้นใช้ความคิด เวลา ๑๓.๐๐ น. ของวันอาทิตย์ที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕
ปีเก่าที่กำลังจะผ่านไป ใกล้เวลาเดินทางเข้าสู่ปีใหม่ที่กำลังจะผ่านมา

ปี พ.ศ.๒๕๕๖ เป็นปีที่ผมมีความตั้งใจจะทำ และพยายามจะทำหลายเรื่องหลายด้าน

เขียนบันทึกนี้เหมือนเป็นคำปฏิญาณกลาย ๆ ว่า ผมควรทำให้สำเร็จ
เพราะชีวิตมนุษย์นั้น เวลาที่มากขึ้นย่อมสวนทางกับลมหายใจของเราเสมอ




๑. ปีแห่งการออม


จริง ๆ เรื่องนี้ผมวางแผนไว้นานแล้วว่า จัดการเรื่องการเงินภายในตัวเองให้เสร็จ
เพื่อให้สถานะการออมเงินมันมั่นคงกว่าที่ควรจะเป็น

๑.๑ Refinance หนี้สินให้เป็นกองเดียวกัน เพื่อการบริหารที่ง่าย สะดวก และลดค่าใช้จ่ายต่อเดือนลงได้

๑.๒ ลดค่าใช้จ่าย ที่ใช้มากเกินความจำเ็ป็นจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลดความอยากทั้งหลาย เช่น

  • ลดการซื้อหนังสือให้น้อยลง แต่อ่านหนังสือที่มีอยู่ให้มากขึ้น
  • ลดการทานกาแฟให้น้อยลง ซึ่งเป็นการลดปริมาณและราคาลงในแต่ละวัน
  • ลดการซื้อของกินจากห้างค้าปลีกที่มักจะซื้อติดมือมาเสมอ แต่ทานไม่หมด
  • ฯลฯ (คงมีอีกแหละ แต่ยังนึกไม่ออก)

๑.๓ ออมเงิน ไว้ใช้ในอนาคตให้มากขึ้น สำหรับการรักษาพยาบาลครอบครัวและตัวเอง สำหรับการขอลูกสาวใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต อิ อิ (อันนี้เผื่อไว้ก่อน)




๒. ปีแห่งการอ่านหนังสือ


ข้อนี้สัมพันธ์กับข้อ ๑.๒ เนื่องจากปีที่ผ่านมา ซื้อหนังสือเข้าบ้านค่อนข้างมากที่สุดในชีวิต อาจจะด้วยสาเหตุของความคล่องตัวในการเงินที่มากขึ้น แต่ในที่สุดแล้วก็ "อ่านไม่ทัน" ทำให้รู้สึกเสียดายสิ่งที่ดี ๆ ที่อยู่ในหนังสือเหล่านั้น

ปี พ.ศ.๒๕๕๖ นี้ มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าว่า จะอ่านหนังสือเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด และต้องพยายามนำออกมาใช้จริงให้ได้ด้วย แต่โชคดีที่เป็นครู เป็นครูในศตวรรษที่ ๒๑ คือ การนำสิ่งเหล่านี้ไปสร้าง "แรงบันดาลใจ" ให้กับลูกศิษย์ได้




๓. ปีแห่งการจัดของ


เรื่องนี้เป็นความตั้งใจมานาน ทั้งที่บ้านและที่ทำงานเห็นควรต้องเริ่มลงมือเสียที

ที่บ้าน ... มีของสะสมชั่วชีวิตวางกองอยู่อย่างไม่เป็นระบบระเบียบ โดยการระบบการจัดที่คิดได้ คือ

  • สิ่งที่ไม่ได้ใช้ จะถูกขายทิ้ง หนังสือที่ไม่ได้ใช้ควรได้การบริจาคออกไปสู่โรงเรียนที่จะใช้มันได้ เสื้อผ้าจะได้การบริจาคให้กับคนที่ขาดแคลนมันจากโครงการต่าง ๆ วีซีดีภาพยนตร์เก่า ๆ ก็เช่นกันควรบริจาคไปให้ห้องสมุดโรงเรียนที่เป็นเป้าหมายไว้ใช้
  • ปรับระบบการจัดวางใหม่ให้ค้นหาง่ายขึ้น หากชั้น หรือ กล่องไม่พอก็จำเป็นต้องซื้อเข้ามาเพิ่ม เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและการดูแลรักษาให้อยู่กับเรานาน ๆ
  • ฯลฯ

ที่ทำงาน ... เนื่องจากการย้ายห้องพักไปยังอาคารใหม่ชั่วคราว มีข้าวของที่ไม่ได้จัดวางกองกันอยู่

  • ทำลายเอกสารเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว โดยการขาย Recycle
  • ทำลายข้อสอบเก่า แบบทำลายทิ้ง เนื่องจากเป็นเอกสารราชการ
  • จัดเอกสารให้เป็นหมวดหมู่สำหรับการค้นหาที่ง่ายขึ้น
  • อุปกรณ์เครื่องเีขียนใดที่ไม่ได้ใช้ จะมอบให้ลูกศิษย์เป็นวิทยาทานต่อไป
  • สื่อการสอนที่คั่งค้าง จะถูกนำไปบริจาคโรงเรียนที่ขาดแคลนจริง จะเก็บเฉพาะตัวอย่างสื่อดี ๆ ไว้ไม่กี่ชิ้น
  • ฯลฯ




๔. ปีแห่งการท่องเที่ยว


ปีที่ผ่านมาทำงานหนักและให้เวลากับงานขององค์กรมากเกินเวลาส่วนตัวที่ควรจะมี การออกไปดูโลกภายนอกน้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็น การเดินทางท่องเที่ยวจะเป็นเป้าหมายถึงที่พยายามจะำไปให้ถึงในที่ที่อยากไปและยังไม่เคยไป แต่ก็คงไม่ถึงกลับต้องไปต่างประเทศให้มันเสียเงินโดยใช่เหตุ แค่เมืองไทยนี้ก็พอใจแล้ว และการท่องเที่ยวสำหรับผม ไม่ใช่เป็นการซื้อทัวร์ที่แวะ ๑๐ นาทีแล้วขึ้นรถต่อ ผมใคร่อยากแวะตรงไหนก็แวะเองได้ นานเท่าไหร่เท่าที่ใจตัวเองต้องการ ดังนั้น อุปกรณ์เสริมที่อาจจดูขัดแย้งกับข้อ ๑ คือ

๔.๑ กล้อง D-SLR สักตัว พร้อมอุปกรณ์ประกอบ อันเกิดจากข้อ ๑.๑ ที่จะได้มา

๔.๒ รถเครื่องใหม่สักคัน เนื่องจากรถเครื่องคันเก่าเริ่มน่าสงสารแล้ว ควรได้พักสักที

๔.๓ ถุงนอนใหม่สักใบ เพราะถุงนอนเก่าก็อยู่ผมมา ๑๐ ปีแล้ว




๕. ปีแห่งวิชาการ


หากคุยเรื่องวิชาการสำหรับสถานะตัวเองก็มีอยู่ ๒ อย่างที่ต้องทำ คือ

๕.๑ การเขียนหนังสือสักเล่ม

เนื่องจากภาระของการทำงานและความเฉื่อยชาที่มากเกินไป ทำให้ความตั้งใจจะเขียนหนังสือทำผลงานวิชาการของตัวเองไม่ได้เริ่มต้นสักที ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีที่ควรเิริ่มต้นได้แล้ว เพื่อตัวเองและเพื่อครอบครัวของตัวเองในอนาคต

๕.๒ การทำวิจัยที่ตัวเองถนัดสักชิ้น

แน่นอนว่า ตัวเองต้องการทำงานวิจัยที่อยากหาคำตอบกับมากที่สุด คือ กระบวนการสอนของตัวเองว่ามันได้ผลจริง ๆ แค่ไหน อยากใช้งานวิจัยตะโกนบอกคนอื่นว่า มันได้ผลนะ ไม่ได้สอนนอกกรอบอย่างที่คิด หากทำสำเร็จ สิ่งที่ตามมาคือ การขอตำแหน่งทางวิชาการได้

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ไม่ได้ยึดติดตำแหน่งวิชาการบ้าบออะไรนี่เท่าไหร่ หากผ่านจริงโปรดกรุณาเรียกผม "ครู" เหมือนเดิมนั่นแหละ อย่างไรผมก็คือ "ครู" ของลูกศิษย์เสมอไปตลอดชีวิต

ตำแหน่งเป็นเพียงแค่สิ่งสมมติเท่านั้น สำหรับผมถือเป็นเกียรติ หากผมมีความรู้ระดับนั้นจริง



แค่นี้ ... ปีหนึ่งจะพอไหมเนี่ย 555

แต่อย่างไรก็ถือเป็นความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะทำให้ได้


อายุอย่างผม สำหรับสุภาษิตจีนแล้ว ถือเป็นแค่การเิริ่มต้นเท่านั้น

(ก็ปลอบใจตัวเองกันไปครับ อิ อิ)


ผมเพียงแต่อยากใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่ได้เกิดมาชาติหนึ่งเท่านั้น

อีกทั้งถือเป็นการใช้ "โอกาส" ที่ตัวเองมีให้ดีที่สุดด้วย


สวัสดีปีใหม่ทุกท่านนะครับ ;)...