โจทย์ คือ ตอบคำถามใน 4 ข้อ

1.  ภารกิจทำอะไร แล้วทำอย่างไร

2.  ประโยชน์ที่เกิดขึ้นคืออะไร

3.  คุณค่าที่เกิดขึ้นคือ อะไร

4.  ได้เรียนรู้อะไร

ภารกิจนี้ ๆ ครูเมตตาให้โอกาสหนูได้สั่งสม การทำทาน เพราะหนูเป็นคนที่ “ทานไม่เป็น” กว่าเงินแต่ละบาทจะกระเด็นนี้ค่อนข้างยากเจ้าค่ะ แต่ทานแรงนั้นถึงไหนถึงกัน เพราะหนูชอบคิดว่า “หนูจน ซึ่งหนูก็ไม่ค่อยมีตังค์นักค่ะ แต่ก็พอมีพอใช้ ไม่ขนาดขัดสน ตามอัตภาพมากกว่า” หรือบางทีจะทานใจก็จะคอยดักคิดไม่ดี

  ครูจึงเปิดโอกาสให้ฝึกผ่านการซื้อของ วันแรก ๆ ไม่เป็นเอาเสียเลยเจ้าค่ะ ออกอาการหนักใจ ซื้อมาน้อยชนิด ๆ ละเยอะทีเดียวใช้เงินไปมาก ของเยอะแต่ใช้ไม่หมดเพราะซ้ำ ๆ หลัง ๆมาพอครูมาเห็นท่านบอกว่า “โอเวอร์”

ขณะที่ครูเมตตาให้ทำ ครูก็ไม่เคยปล่อยให้เดียวดายครู ช่วยเหลือเสมอ ๆ

ครูเคยร่วมสมทบทุนมากถึงสองพันบาท แทบจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็มีค่ะ ห้าร้อยบ้าง พันบ้าง

ท่านเมตตาหนูมาก มาถึงตอนนี้ก็เหมือนจะพอเป็น พอได้กับตนเองเจ้าค่ะ จากคนฝึกฝนขัดเกลาของครู

ก็ซื้อหมูบ้างผักบ้าง ตามรายการที่น้องสั่ง และเมนูของครู งบก็จะประมาณ 2000 บาทโดยเฉลี่ยบวกกับผลไม้คือทับทิมและส้มราคารวม ๆ กันก็ประมา 600 บาทต่ออาทิตย์ ก็ลงตัวดีเจ้าค่ะ

อาทิตย์นี้ใช้จ่ายซื้ออาหารรวมผลไม้ไปประมาณ 2300 บาท ถือว่าใช้น้อยลง และของก็น่าจะครบมากขึ้นเจ้าค่ะ กำลังพยายามหาพอดีกับตนเอง

ประโยชน์คือ หนูได้ฝึกทำทาน จากแรก ๆ กลุ้มใจมาก เก้อ ๆ กัง ๆ ซื้อไม่เป็น ไม่รู้ที่ไหน ไม่รู้จะบริหารเวลาอย่างไรให้ลงตัว ผักช้ำบ้างเพราะซื้อค้างไว้ก็มี พอซื้อวันศุกร์ผักก็เริ่มสวยค่ะ แต่ต้องระวังเรื่องกินเวลางาน

คุณค่าที่เกิดขึ้นคือ ได้เห็นตนเองใจเบาขึ้น ไม่ค่อยกลุ้มใจที่ต้องทำหน้าที่นี้เหมือนครั้งแรก ๆ ค่ะ

ที่น่าประทับใจคือ แม่ค้าขายผัก ขายปลา มักจะอนุโมทนาบุญและสมทบผัก ปลา มาด้วย เสมอ ๆ แบบขอฝากทำบุญ  ได้โอกาสเป็นสะพานบุญให้แม่ค้าพ่อค้าด้วยค่ะครู

ได้เรียนรู้ว่า การทำทาน ทำได้หลากหลาก ทำอันไหนได้ทำเลย ทั้งเงิน ทั้งแรง หรือ แม้กระทั่งบอกบุญ เพราะเมื่อไหร่ใครพร้อม เขาก็จะร่วมอนุโมทนา หรือ ร่วมสมทบมาด้วยเช่นกันค่ะ

กราบขอบพระคุณครูที่เมตตาให้ฝึกฝนขัดเกลาจนได้ประจักษ์กับตนเองเจ้าค่ะ สาธุเจ้าค่ะ