พอถีงช่วงปีใหม่  ก่อนหรือหลังวันที1 มกราคมของทุกๆปี จะมีการอำนวยอวยพรกัน ส่งควมคิดถึงกันหรือไปเยี่ยมเยียนให้ของขวัญแก่กัน คำอวยพรหรือของขวัญที่ให้แก่กัน สร้างความปลาบปลื้มยินดี และมีความสุข ทั้งผู้ให้และผู้รับ นับว่าเป็นการดีอย่างยิ่ง ที่แสดงออกในความรักความห่วงใยต่อกัน แม้มีอะไรที่มัวหมองคาใจกันอยู่บ้าง การแสดงออกถึงความห่วงใยนั้น เท่ากับว่าได้ลืมความมัวหมองระหองระแหงที่ผ่านมาเสียแล้ว เริ่มต้นจากนี้ไปหรือเริ่มจากปีใหม่นี้ จะมีแต่สิ่งดีๆต่อกัน นั่นประการหนึ่ง

         ประการที่สอง ถ้าให้ยอดเยี่ยมจริงๆหรือว่าดีที่สุดแล้ว พร้อมกันกับการให้ของขวัญและให้คำอวยพร อย่างหนึ่งอย่างใดก็ตาม ต้องให้คำเตือนสติต่อกัน เตือนให้ระวังภัย เตือนให้ทำแต่สิ่งที่ดีๆ เตือนให้ตั้งสติให้มั่นคงอยู่เสมอ ใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างระมัดระวัง ไม่ตกอยู่ในความประมาท อะไรบ้างคือความประมาท อาทิเช่น

          การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ เป็นความประมาทอย่างยิ่งต่อสุขภาพ ขอแนะนำว่าการเสิกสุราและบุหรี่ง่ายนิดเดียว ไม่ต้องใช้ยา ไม่ต้องเข้าคอร์สบำบัด ใช้สติอย่างเดียวเท่านั้น สติที่มั่นคงกับจิตใจที่แน่วแน่พิชิตอบายมุขได้ทุกอย่าง

          การหยิ่งยะโสยกตนข่มท่าน เป็นความประมาทอีกอย่าง ต่อการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางผู้คน ประมาทว่าตนเองดีกว่า เหนือกว่าผู้อื่น มองผู้อื่นว่าด้อยตกตํ่ากว่าตน และมักจะมองผิดเสมอ แม้ว่าจะมองถูกก็ไม่ควรแสดงตนว่าเราเหนือกว่า ยิ่งยกตนมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ตนเองตกตํ่าลงเท่านั้น ต้องแก้ด้วยการลดทิฏฐิลง ใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนเข้ามาแทน เมื่อใดที่เราวิสาสะกับบุคคลที่เรายังไม่รู้ว่า เขามีอะวุโสกว่าเราหรือไม่ ทั้งวัยวุฒิ ทั้งคุณวุฒิ ก็ให้ถือว่าเขาอาวุโสไว้ก่อน เพื่อเราจะได้ไม่เสียมารยาท ในการแสดงออกกับเขา การอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ได้ทำให้ตกตํ่า ไม่ไช่อ่อนแอ ไม่ทำให้เสียบุคลิกภาพ ทำให้ตัวเองสูงขึ้นต่างหาก ดูดีมีคุณภาพ

          ประการที่สาม การไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเป็นความประมาทอีกอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะคนในครอบครัวหรือคนรอบข้าง คนเรามักมองไม่เห็นความบกพร่องของตนเอง แต่มองจุดบกพร่องของคนอื่นเห็นชัดนัก ในทำนองเดียวกัน เราก็ยอมให้คนอื่นมองตัวเราและยอมรับฟังความคิดของเขา เพื่อปรับปรุงตัวเราเอง

ประการที่สี่  เพื่อความไม่ประมาท เราเอาประสบการณ์ที่ผ่านมา เอามาเป็นครูเป็นอาจารย์ และคนรอบข้างนั่นแหละเป็นครูผู้ชี้แนะแก่เรา อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ให้มองว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของคนรอบข้าง การเป็นพ่อแม่ ย่อมรู้ดีว่าลูกมีความบกพร่องอะไรตรงใหน การเป็นลูกก็ย่อมมองเห็นความบกพร่องของพ่อแม่เหมือนกัน แต่วิธีการที่จะเตือนสตินั้นต่างกัน ต้องรู้กาลเทสะที่เหมาะสม การเป็นครูอาจารย์ย่อมรู้ความบกพร่องของศิษย์ และศิษย์ก็ย่อมรู้ว่าครูคนใหนเก่งอะไรและบกพร่องอะไร  สำหรับข้พเจ้านั้นตอนเป็นนักเรียนก็ไม่เคยดูหมิ่นครูอาจารย์ของข้าพเจ้าเลย  เพราะว่าข้าพเจ้าได้รับความรู้และสิ่งที่ดีงามมาจากท่านเหล่านั้นมากมายนัก

         เพราะฉนั้น เมื่อเราให้พรหรือรับพรจากใครพร้อมกับการเตือนสติ พรนั้นจะสัมฤทธิ์ผลเต็มที่ก็ต่อเมื่อ  เราปฏิบัติตามคำเตือนสตินั้น และทั้งผู้ให้คำเตือนสติก็ปฏิบัติตามด้วยเช่นกัน เมื่อปฏิบัติได้อย่างนี้  ของขวัญปีใหม่และพรปีใหม่  ก็เป็นสิ่งที่ประเสริฐยิ่ง

          เริ่มต้นเสียแต่วันนี้ เริ่มต้นตั้งสติให้มั่นคง พิจารณาตัวเองให้ถ่องแท้ แก้ไขจุดบกพร่องเสียใหม่ สิ่งดีๆรักษาไว้  เราก็พัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้น มีความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสำเร็จในการดำเนินชีวิตอันอุดม นี้เป็นของขวัญปีใหม่

          จงรับเอาของขวัญนี้กันทุกๆท่าน

           จงดำรงชีพอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด

           ขอความสุขสวัสดีจงเป็นของทุกๆท่าน เทอญ