... ฉันหยีตา
เพราะแสงที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา ... ขยี้ตาอีกครั้ง กลับไปมองที่นาฬิกา
เพิ่งจะตี 5 ...
เสียงบางอย่าง .. ใช่ มันช่างโหยหวน นี่เป็นความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นเมื่อฉันได้ยินเสียงสวดมนต์ในตอนเช้าตามหลักปฏิบัติของชาวมุสลิม
ตั้งแต่เกิดมานี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิด .. ไม่สิ.. ต้องเรียกว่า มาอยู่ยังใจกลางกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลาม(Islam)หรือ “มุสลิม”(Muslim) จริงๆก็คราวนี้ ความรู้สึกมันไม่เหมือนกับ สมัยที่เรียนจากในหนังสือหรอกนะ ว่าอิสลามคือศาสนาหนึ่งในโลก .. ผู้นับถือมีหลักปฏิบัติแบบนี้ๆ ฉันรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น .. แต่ว่าตอนนี้ ที่แน่ๆเลยก็คือ ฉันตระหนักได้แล้วว่าที่พักของตัวเองมันช่างโคตรใกล้กับมัสยิด(Mosque)แบบหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว ..
“เราอาจจะต้องปรับตัวเข้าหากันเยอะหน่อย” .. ถ้าอยู่กันคนละนิกายแบบนี้
“เหรอ?” ฉันเอียงคอเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง หันหน้ามอง นาเดอร์แบบไม่ค่อยอยากจะเชื่อ “ก็แล้วมันจะไปยากอะไรนักหนา ในเมื่อก็นับถือพระเจ้าองค์เดียวกัน โอเค!! วิธีปฏิบัติหน่ะ อาจจะแตกต่าง แต่ฉันว่าก็ไม่เห็นว่ามันน่าจะเอามาเป็นประเด็นได้เลยนะ”
------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้ฉันตั้งใจว่าจะถกประเด็นศาสนากับเพื่อนชาวท้องถิ่นที่นี่ ของฉัน .. ฉันไม่แน่ใจหรอกนะ ว่านี่จะเป็นหัวข้อที่ฉลาดพอในการสร้างมิตรภาพระหว่างกันรึป่าว
“เรื่องศาสนาเลยนะ!! มันละเอียดอ่อนมาก..จะดีเหรอ” ฉันถกเถียงกับตัวเองในใจ .. แต่เสียงสวดเมื่อเช้ามันก็ดังพอที่จะสร้างความระคนสงสัยใคร่รู้ให้กับฉันมากพอดู..
---------------------------------------------------------------------------------------
"เดี๋ยวสิ อันนี้ชั้นพูดถึงภาพรวม ถ้าเธอเชื่อตามแบบ ซุนหนี่(Sunni) หรือชีอะห์(Shi'ah)" นาเดอร์ เบรคก่อนที่ฉันจะพ่นคำถามใส่อีกรอบ
“งั้นเอาแบบนี้ มาตกลงกันก่อนศาสนา เป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนพอๆกับการเมือง นายต้องสัญญาก่อนก่อนว่า จะต้องไม่โกรธถ้าฉันถามอะไรที่ไม่ถูกใจนายไป" ฉันเริ่มตีเส้น ออกตัวแบบนี้ไปก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้ มันจะมีคำถามโง่อะไรของฉันออกมา..
"สบายใจได้เลย เราเป็นอิบาฎี(Ibadi)บางคนก็เรียก อิบาฎียะห์(Ibadiyya)นะ อืม..บางทีเขาก็เรียกว่า คอวาริจญ์ จริงๆแล้วอะนะ กลุ่มต่างๆในศาสนาอิสลามหน่ะ แตกแยกกันเพราะการเมืองมากกว่าเธอน่าจะเคยได้ยินเรื่องสงครามศาสนามาบ้าง .. แต่ฉันยืนยันนะว่าอิบาฎียะห์แบบโอมานนี่ นี่แหละใจกว้างสุดๆเลย และเธอจะเจอกลุ่มของเราอีกในแถบเซนซิบาห์ แทนซาเนีย,ลิเบีย,แล้วก็ตูนีเซีย นี่เอาที่ฉันนึกออกนะ.. " นาเดอร์ร่ายยาวให้ฉันฟัง
ฉันรู้สึกแปลกใจในครั้งแรกที่ได้ยินชื่อนิกายนี้ “มันเป็นครั้งแรกที่เคยได้ยิน” เพราะเอาเข้าจริงๆฉันคิดว่าฉันมีพื้นฐานในศาสนาอิสลามไปไม่ได้มากไปกว่าเป็นอีกศาสนาเอกหนึ่งบนโลกใบนี้ที่ฉันรู้จัก มุสลิมในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นซุนหนี่ และข้อพิพาษกันระหว่างซุนหนี่(Sunni) และชีอะห์(Shi'ah)
“แล้วซุนหนี่(Sunni) หรือชีอะห์(Shi'ah)ล่ะ ..ไม่มีเหรอ?!” ฉันถามออกไปแบบที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะออกเสียงถูกต้องหรือไม่
“มีสิ มีคนโอมานนี่บางคนที่ไม่เป็นอิบาฎี(Ibadi)อยู่เหมือนกัน แต่เราสนับสนุนให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ใจกว้างพอที่จะยอมรับความเชื่อตามกลุ่มอื่นต่างนิกายและศาสนาของแต่ละบุคคลนะ .. อันที่จริงอิสลามไม่ควรจะแยกเป็นนิกายหรือกลุ่มด้วยซ้ำและไม่เคยแตกแยกจนกระทั่งหลักการตายของท่านมูฮัมหมัด อย่างอิบาฎี(Ibadi)ก็เกิดขึ้นมาหลังจากนั้น 20ปี ฉันมองว่ามันไม่สำคัญหรอกว่าเราจะเป็นพวกไหนหน่ะ สำคัญอยู่ที่เรามีหลักปฏิบัติตามพระเจ้าองค์เดียวกัน คัมภีร์กุรอ่านเล่มเดียวกัน เป็นคนดี ... แค่นี้จริงๆนะมันก็คงเหมือนๆกับที่ศาสนาอื่นมีหลายนิกายแต่สูงสุดของแต่ละนิกายในศาสนานั้นๆก็เหมือนกัน..เธอว่าจริงไหม” คราวนี้เป็นนาเดอร์บ้างที่หันมาขอความเห็นจากฉัน ..
------------------------------------------------
“..
ปกติชาวมุสลิมจะทำการละหมาด3
ห้าครั้งต่อวัน ..
ซุบฮิ – ย่ำรุ่ง พระอาทิตย์ขึ้น
ซุฮริ – ช่วงบ่าย
อัสริ - ช่วงเย็น
มัฆริบ – พลบค่ำ พระอาทิตย์ตกดิน
อิซา – กลางคืน
ก่อนการละหมาด4 ผู้ละหมาดต้องอาบน้ำละหมาด (วุฎูอ์) ได้แก่การใช้น้ำชำระมือ ปาก จมูก ใบหน้า แขน ศีรษะ หู และเท้า พร้อมกับขอพร ถ้าไม่มีน้ำให้ชำระด้วยผงดิน (ตะยัมมุม) ในกรณีที่เพิ่งหมดประจำเดือน หลังคลอดบุตรหรือแท้งบุตร หรือผู้ที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หลั่งน้ำอสุจิ นอกจากอาบน้ำละหมาดแล้วต้องอาบน้ำทั่วร่างกาย (ญะนาบะหฺ) ด้วย
ส่วนสิ่งที่ทำให้ความสะอาดเสียไป ซึ่งทำให้การละหมาดไม่มีผล ได้แก่ การผายลม การขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะ มีเพศสัมพันธ์ หลั่งอสุจิ คลอดบุตร แท้งบุตร หลับ หรือเป็นลมหมดสติ..”
.. อ๋อ ถึงว่า .. ฉันเพิ่งได้ให้คำตอบกับตัวเองก็วันนี้แหละว่า ทำไมห้องน้ำในเครื่องบินบางครั้งมันเปียกขึ้นไปบนเพดานเครื่อง ไล่ลงมาถึงบานกระจก และ จบที่ความเจิ่งนองบนพื้น .. ฉันละเกลียดนัก ..
บอกตรงๆมันไม่สนุกที่บางครั้งจะต้องมาเห็นร่องรอยบาทาบนอ่างล้างมือ .. เป็นคนล้างคนเช็ดมั่งเถอะ แล้วจะได้รู้สึกบ้าง..
ครั้งหนึ่งฉันใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน หาความเพลิดเพลินให้ตัวเองด้วยการไปเดินห้าง.. เกิดอาการอยากจะเข้ามาห้องน้ำอย่างกะทันหัน .. เห็นป้ายรูปผู้หญิงเข้าให้ ปรี่เข้าหาอย่างรวดเร็ว ถึงกับงง เป็นไก่ตาแตก ไม่มีส้วมมีแต่ก๊อกน้ำ อ่างล้างหน้า และบริเวณให้เหมือนอาบน้ำได้ .. และ เหล่าหญิงในชุดดำ4 ...
ฉันสังเกตเห็นสายตางง ปนสงสัย ของหญิงชาวอาหรับหลายคู่ กำลังมองมาที่ฉัน ..
“ยัยกระเหรี่ยงเอเชียเอ๊ะนี่ยังไงกัน ..??” หนึ่งในข้อความผ่านทางสายตาคู่หนึ่งสื่อสารตรงมาที่ฉัน
“เอ๊ะ .. เฮ้ย ห้องน้ำชายป่าว(ว่ะ)..”
“มองอะไรกันหว่า .. ไม่เป็นไร สงสัยส้วมอยู่ด้านใน..”
“เอ๊ะ..ไหนหว่า ...ไม่มี.. ” ฉันงงกับตัวเองก่อนหนึ่งที ก่อนที่จะแจ้นออกไปดูป้าย “หน้าห้องที่คิดว่าเป็นห้องน้ำ” อีกรอบ
ข้างรูปผู้หญิงมีรูปเหมือนมัสยิด .. เอ๋…??! เอาใหม่ คราวนี้ฉันถอยออกมายาวๆ ไปตั้งหลักใหม่ ... อีกฝากของห้างเลยฉันจึงค้นพบห้องน้ำ .. สักที ..
“ดีเนอะ .. ในห้างบ้านเมืองนายมีห้องอาบน้ำด้วยหน่ะ”
“ห้องอาบน้ำเหรอ”
“อืมใช่ .. ฉันไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามาใช้บริการเยอะแยะขนาดนี้ อีกอย่างไม่เสียตังค์ด้วย เป็นที่เมืองไทยนะ คิดเงินสนุกเลย..”
“..อืมมม.. ฮ่า ฮ่าๆ..” อยู่นายอ้วน นาเดอร์เพื่อนของฉันก็หัวเราะขึ้นมาดังๆแบบที่ฉันก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน
“อะไรของนาย .. ฉันพูดอะไรผิด” วันนี้ฉันคิดว่าฉันเจออะไรงงๆมาเยอะแล้วนะ แต่เพื่อนอ้วนของฉันหัวเราะได้ดังขนาดนี้ แปลกที่สุดแล้วละ
“ คือมันก็ไม่ผิดที่เธอจะเรียกว่าห้องอาบน้ำหน่ะนะ แต่เขาไม่ได้เอาไว้อาบกันในแบบที่เฮเข้าใจหรอกนะ เค้าเอาไว้ชำระร่างกายก่อนทำละหมาดต่างหาก .. พูดง่ายๆ นั่นมันห้องทำละหมาด ข้างในหน่ะ เขาแยะบริเวณให้ล้างมือล้างเท้าก่อน แล้วก็มีบริเวณให้ทำละหมาด แล้วห้องนี้เค้าก็แยกชายหญิงด้วย คราวนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมละ .. แต่ไม่เป็นไรหรอก เธอคงไม่รู้มาก่อนหน่ะสิ จริงๆที่สาธารณะทุกทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นห้างร้าน หรือสนามบิน มันก็มีหมดแหละ .. เอาหน่ะ เธอไม่ได้หน้าแตกหรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ..” นาเดอร์พยายามช่วยต้อนไก่ ที่ฉันปล่อยมาทั้งเล้าแบบไม่รู้ตัวให้
“...เอ่อ.. อ่าวเหรอ” ฉันยิ้มแหยๆ ฉันพยายามกลบเกลื่อนเรื่องหน้าแตกด้วยการถามคำถามต่อ
“ ที่นี่ ผู้หญิงแต่งแต่ชุดสีดำแล้วผู้ชายนี่ก็สีขาวตลอดเลยใช่ไหม”
“ใช่ส่วนใหญ่ผู้ชายก็ใส่ชุดสีขาว สีอื่นก็มีแหละแต่ไม่ค่อยใส่ให้เห็นเท่าไหร่ แล้วก็ใส่หมวกแบบนี้” ไม่เพียงแค่พูด นาเดอร์ชี้ไปที่หัวซึ่งสวมหมวกพื้นขาวแต่ปักเป็นลวดลายด้วยด้ายสีต่างๆทั้งใบ “เธออาจจะเคยเห็นประเภทที่พันผ้าแทนการสวมหมวกนะ ..นั่นก็เป็นอีกแบบหนึ่งซึ่งอาจจะบอกถึงยศถาบันดาศักดิ์ หรือบ้างก็เผื่อให้ทราบถึงเชื่อสายที่มา ครอบครัวของตัวเองหน่ะ แต่มาตรฐานปกติ ก็ใส่หมวกกันนี่แหละ แต่จะให้เต็มยศก็ต้องมีKhanjar ด้วยส่วนผู้หญิงให้เป็นชุดสากลทั่วๆไปก็คง เป็นชุดคลุมสีดำ ฉันเคยเห็นสาวๆบางคนก็ปักลายปักดิ้น บนชุดหรือผ้าโพกศีรษะนะ อันนี้ก็แล้วแต่ศิลปะความชอบแต่พองาม ข้างในผู้หญิงจะใส่อะไรก็ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องใส่ชุดสีดำนี้แหละที่เรียกว่า อาบาญา(Abaya) ส่วนชุดผู้ชายแบบฉันเรียกว่าดิชฎาชา(Dishdasha) คือเรื่องชุดของผู้หญิงนี่ออกจะซับซ้อนหน่อย เพราะถามว่า เอาต้นแบบชุดประจำชาติผู้หญิงของที่นี่เลย เธอคงไม่ค่อยจะได้เห็นหน่ะ เพราะไม่ค่อยมีใครใส่สักเท่าไหร่ นอกจากว่าจะเป็นงานพิธีการ ...ไว้ฉันจะหารูปให้เธอดูนะฉันพูดให้เธอฟังเธอคงนึกภาพไม่ออกหรอก” นาเดอร์อธิบายซะยืดยาว จนฉันก็เริ่มจะงง อย่างที่ว่าจริงๆ
----------------------------------------------------------------------------------------------
ชุดประจำชาติของหญิงสาวโอมาน มักมีสีสันสดใสรายละเอียดของชุดอาจแตกต่างไปตามท้องถิ่นที่อาศัย มักเป็นชุดคลุมยาวมากกว่ากางเกง เรียกว่า sirwal และมีผ้าโพกศีรษะ ที่เรียกว่า lihaf มีการปักลายบันชุดด้วยด้ายย้อมสีธรรมชาติสีต่างๆหรืออาจประดับด้วยแถบเงินเพิ่มความโดดเด่นให้กับชุด เป็นต้น

-----------------------------------------------------------------------------------------------
“นี่..นายทำละหมาดวันละ5ครั้งเลยเหรอ ขยันเนอะ..ท่าทางนายจะเป็นคนอยู่ในศีลในธรรมดี แล้วเวลานายไปทำงานอะทำไง”
“ทำสิ ..วันละห้าครั้งนั่นแหละ มันเป็นไปโดยอัตโนมัติ เป็นไปทำธรรมชาติ เวลาทำงานเค้าก็มีเวลาให้เปลี่ยนกันไป ..ไม่มีอะไรปัญหาอะไรหนิ..ทำไมเหรอ”
“..มีเด่ะ ..” ฉันสวนทันที
“นายรู้ไหม .. ถ้านายมาทำอาชีพที่เป็นกรณีพิเศษแบบฉัน ..พูดตรงๆนะ ฉันของพูดตรงๆได้ไหม..” ฉันเริ่มรู้สึกตัวก่อนที่จะพ่นอะไรออกไปมากกว่านี้ ..
“ เธอทำไปแล้ว ..ล่ะ” นาเดอร์ ยิ้มขำๆให้ฉัน
“อ่าวเหรอ ... เออ ไม่เป็นไหร่หรอก ฉันเป็นต่างชาติ ฉันไม่เข้าใจอะไรผิดหรือพูดอะไรไม่เข้าหู นายคงไม่ถือสาหรอก อีกอย่างฉันก็ไม่ได้พูดเพราะเจตนาไม่ดี..” ฉันเริ่มแก้ตัวพัลวัน
“ ฉันอยากรู้ ในกรณีที่มันจำเป็นจริงๆที่เราไม่สามารถ ทำการละหมาดในช่วงเวลาที่ต้องทำได้ เราไม่ทำได้ไหมละ”
“ได้สิ .. มันก็มีข้อยกเว้นอยู่ ในกรณีที่ไม่สะดวก เพราะต้องเดินทาง หรือเจ็บป่วยอยู่ .. ค่อยมารวบยอดทำทีหลังได้ แต่ไม่ใช่ว่าผัดวันประกันพรุ่งนะ .. แต่ก็นะ ฉันเข้าใจว่า เธอกำลังจะหมายถึงคนประเภทไหน มันก็มีคนมักง่ายอยู่ที่เอาข้อยกเว้นทางศาสนามาเป็นข้ออ้างทุกทีทุกศาสนา มันก็มีทั้งคนดีและไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละ ..”
ต้องยอมรับว่า นาเดอร์ เป็นมุสลิมรุ่นใหม่อย่างแท้จริงแบบที่ฉันไม่ค่อยจะได้เจอ ที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและความเห็นต่างจากคนต่างศาสนาต่างวัฒนธรรมของโลกใบนี้แบบฉัน อย่างเปิดกว้าง หลายครั้งหลายคราที่ฉันบทสนทนาของฉันเริ่มขัดแย้งอย่างชัดเจน ฉันตั้งคำถาม ฉันเลือกที่จะสงสัย ฉันออกความเห็นอย่างไม่เกรงใจ ..และฉันพบกำแพงทั้งหนาและสูงชัน พร้อมท้ารบกับความคิดเห็นทุกอย่างของฉันจากคู่สนทนา .. และลงเอยที่ความขุ่นเคืองเล็กๆ พร้อมกับประโยคที่ว่า “เธอไม่ใช่มุสลิมเธอไม่เข้าใจหรอก”
.. แต่กับนาเดอร์ ฉันกลับไม่พบสิ่งเหล่านั้น กลับกลายเป็นตรงกันข้ามฉันได้คำตอบ ได้ความกระจ่าง .. และมันทำให้ฉันเริ่มทัศนะคติที่เปลี่ยนไป .. ในทางที่ดี ..
ช่วงกลางปี.. ช่วงที่ฉันเกลียดการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบนี้เป็นที่สุด
ความร้อนที่ระอุทะลุปรอท เฉียด60องศาเซลเซียส การเดินกลางแจ้งใต้ร่มเงาของพระอาทิตย์ในช่วงนั้นคือการฆ่าตัวตายก็ว่าได้ ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นฉันออกมาจากใต้ชายคาบ้าน
“ร้อนเป็นนรก .. หรือตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในนรกกันแน่” รังสีความร้อนที่แผ่เข้ามาจนทำให้เกิดอาการมึนแดด ฉันเกิดความคิดเลื่อนลอย สภาพอากาศแบบนี้อีกนัยหนึ่งคือสัญญาณเตือนว่า เดือนศักดิ์สิทธิ์กำลังใกล้เข้ามาอีกครั้งหนึ่ง
Ramadan (رمضان)5 เดือนถือศีลอด เดือนแห่งการรักษาศีลอย่างเคร่งครัด เดือนแห่งความศักดิ์ หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามปฏิทินศาสนา สำหรับตัวฉันมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างทรมานจิตใจในช่วงแรกๆ ที่ไปไหนมาไหน ก็ได้ยินได้ยินแต่ความเงียบสงบหรือเสียงสวดมนต์ซะเป็นส่วนมาก พร้อมกับการปฏิบัติตนให้ถูกกาลเทศะด้วยการไม่กินดื่นอาหารในที่สาธารณะ คนอย่างฉัน ที่ชัดเจนด้วยกิเลสความอยากอาหารของมนุษย์จึงได้เลยค่อนข้างเดือนร้อนในระยะแรกๆ
ฉันกลืนน้ำลายตัวเองเอือกใหญ่ ตอกย้ำตัวเองว่านี่ก็สุดความสามารถแล้วนะ เมื่อได้ยินเรื่องราวจากเพื่อนมุสลิมมาว่า ช่วงถือศีลอด สำหรับคนที่เคร่งมากๆบางคนถือกับคอยบ้วนน้ำลายตนเองทิ้งอยู่ตลอดเวลา จนกว่าจะถึงเวลาที่ตะวันจะล่วงลับขอบฟ้าไป ฉันคิดในใจว่าถ้าทำถึงขนาดนั้นได้ ฉันคงเข้าขั้นบรรลุแล้วละ .. นี่แหละนะ หญิงบาปหนาเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัว ฉันกรอกตาให้กลับคุณธรรม ... แล้วล้วงเอาน้ำดื่มขวดเล็กที่พกมาให้กระเป๋าถือยกขึ้นกรอกปากไม่สนใจฟ้าดิน .. พลางคิดในใจว่านี่จะกินจะดื่มอะไรนอกบ้านทั้งที ต้องมากินในส้วมกันเลยทีเดียว .. ทำไมชีวิตฉันต้องลำบากถึงเพียงนี้หนอ
“นี่กับข้าวจากที่บ้านฉัน .. เอามาฝาก เธอกินเนื้อได้ใช่ไหม” นาเดอร์ยื่นถุงพลาสติกมาให้ ฉันรับมายังรู้สึกความอุ่นจากห่ออาหารภายในแผ่กระจายยังไม่ทันจะเต็มมือ นาเดอร์ยื่นถุงที่สองให้
“นี่อะไรเหรอ..” ฉันถาม
“ของกินทั้งนั้นแหละหน่ะ ถุงแรกหน่ะ กับข้าวที่บ้านฉันทำเองอาหารพื้นเมืองเลย เธอไม่เคยกินแน่ๆเอามาให้ลองแม่ฉันทำเอง เราทำเลี้ยงหลังจากพ้นเดือนถือศีล ครอบครัวก็จะพร้อมหน้า ทำกับข้าวกินกัน อีกถุงเป็นของหวาน Halwa6 หน่ะ แล้วก็มีอินทผาลัม7สด ปีหนึ่งออกผลครั้งเดียวช่วงเดือนถือศีลอดนี่แหละ .. เธอรู้รึป่าว”
“รู้ .. ฉันรู้ว่า หลังจากที่พวกเธอถือศีลมาทั้งวัน พอพระอาทิตย์ตก ก่อนพวกเธอจะเริ่มลงมือทานอาหาร ต้องกินอินทผาลัม6และลาบาน(Laban)7 รองท้องก่อน” ฉันค่อนตอบแบบค่อยข้างมั่นใจว่าตัวเองทำการบ้านมาดี ก่อนกล่าวขอบคุณสำหรับอาหาร
“ถามจริงเถอะ .. เวลาถือศีลอดไม่เหนื่อยเหรอ..” ฉันตั้งคำถามขึ้นมาตรงๆแบบไม่มีบทนำ
“..อืม ไม่นะ ไม่รู้สิ ฉันทำแบบนี้มาตั้งแต่จำความได้ ที่บ้านก็ทำใครๆก็ทำทั้งนั้นแหละ มันคือวิถีการดำเนินชีวิตของเรา อัลลอฮ์ ยิ่งใหญ่สูงสุดหน่ะท่านสอนให้เรารู้จักการดื่มกินอย่าประหยัดเท่าที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ให้สุรุ่ยสร่าย คำสอนในแบบมุสลิมทำให้เรามีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีที่ถูกต้องนะ..” นาเดอร์ตอบท่าทางขรึมก่อนจะพูดต่อ “เธอมาอยู่ที่นี่ได้ซักพักแล้วก็น่าจะสังเกตเห็นว่า คนที่นี่ ไม่ว่าจะทำอะไรหรือพูดอะไรก่อน ก็ต้องมีการกล่าวสรรเสริญพระอัลลอฮ์ก่อน หรือคำว่า อินชาอัลลาห์(insha’llah) เมื่อกล่าวถึงอะไรในอนาคตหรืออะไรที่เป็นการคาดหวังเราเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นอัลลอฮ์เป็นผู้ลิขิตขึ้นมานะ..” สิ่งที่นาเดอร์พูดกับสิ่งที่ฉันได้พบเจอ ใช่มันไม่ได้ต่างไปจากนี้หรอก อันที่จริงก็เป็นอย่างที่นาเดอร์พูดนั่นแหละ คนที่นี่เอ๊ะอะไร ก็อ้างพระเจ้าสูงสุดก่อน แต่บางครั้งในอีกมุมของความคิดฉันก็มองเห็นภาพบางอย่าง .. แกะฝูงใหญ่ หลายครั้งที่ผู้เลี้ยงอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นสิ่งแปลกปลอมที่แฝงตัวเข้ามาอย่างตั้งใจ มันอาจจะดูเหมือนลูกแกะที่น่ารักตัวอื่นๆหากมองอย่างผิวเผิน .. โดยที่ผู้เลี้ยงอาจไม่ทันมองเห็นเขี้ยวแหลมคมประหลาดของลูกแกะบางตัวซึ่งแท้ที่จริงคือลูกจิ้งจอกที่แฝงตัวมานั่นเอง
“ ไม่หรอก .. ไม่ทุกคน มันอาจจะดูเหมือนทุกคนใช่ชีวิตในแบบที่เธอว่านะ แต่ฉันเห็นตั้งหลายคน พูดออกมาด้วยความเคยชิน บางคนก็ใช้คำๆนี้เพราะความมักง่ายของตัวเอง ให้พ้นๆไปทีก็มาก ..”
“อย่างที่ฉันเคยบอกกับเธอตั้งแต่แรกนั่นแหละ ตัวแก่นแท้ของศาสนาทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี ทุกศาสนาไม่ว่าจะมีพระเจ้า เทวดานางฟ้าหรือไม่ จุดสูงสุดคือความดี ทุกศาสนามีนรก มีสวรรค์ ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือดำเนินชีวิตแบบไหน ฉันเองยอมรับว่า ก็มีมุสลิมแต่เปลือกมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็อยู่ที่ตัวบุคคลเองแหละว่าจะเลือกลงนรกหรือขึ้นสวรรค์กันแน่ ไม่มีใครกล่าวหาใครได้ว่าเป็นคนดีหรือเป็นคนไม่ดี เมื่อเวลานั้นมาถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงตัดสินการกระทำของแต่ละบุคคลให้ได้รับตามผลของตนเอง .. ฉันว่าฉันก็เคยได้ยินคำสอนแบบนี้ในศาสนาอื่นอยู่บ้างนะ .. มีเหมือนกันใช่ไหม”
การถือศีลอดของมุสลิมที่ฉันได้ยินได้ฟังมามีกุศลโลบายหลายอย่างสอดแทรกอยู่หลายข้อ แต่สำหรับตัวฉันแล้ว ฉันมองว่า มันก็คงจะผลดีไม่น้อยเพราะอากาศร้อนๆในเดือนรอมฏอนแบบนี้ ประชาชนหันมาปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลธรรมกันอย่างเคร่งคัด ก็น่าจะลดความร้อนแรงของอารมณ์ที่อาจจะแผดเผาร้อนแรงตามสภาพอากาศให้ลดต่ำลงได้บ้าง
ฉันไม่ได้ตอบคำถามของนาเดอร์หรอกนะ .. แต่ฉันกำลังคิดในสิ่งที่เพื่อนมุสลิมคนนี้ของฉันบอกเล่าให้ฟังและกำลังมองย้อนมาที่ตัวเองมากกว่า ฉันมองเห็นศาสนาผ่านการดำเนินชีวิตของเพื่อน ..ขณะนี้ฉันกำลังตั้งคำถามว่าแล้วเพื่อนจะเห็นศาสนาหรือความเชื่ออะไรผ่านการกระทำของฉันบ้างไหมหนอ.....

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
3 "ละหมาด" ในภาษาอาหรับคือ ศอลาต (Salah, صلاة) มาจากรากศัพท์ที่ประกอบด้วย ศอด (ص) , ลาม (ل) , และวาว (و) ความหมายของรากศัพท์นี้ในภาษาอาหรับคลาสสิกคือ สวดมนต์ อ้อนวอน บูชา ร้องทุกข์ กล่าวสุนทรพจน์ ขอพร ตามไปอย่างใกล้ชิด หรือ ติดต่อ ความหมายที่เป็นรากฐานของคำนี้เกี่ยวข้องกับความหมายที่ใช้ในอัลกุรอานทั้งหมด
4 หญิงชุดดำ การแต่งกายทั่วไปของสตรีโอมานนี่ จะมีชุดคลุมสีดำ เรียกว่าอะบาญา
5 เราะมะฎอน,รอมฎอน (อาหรับ: رمضان) หรือสะกดรอมะฏอนหรือรอมฎอนคือเดือนที่9 ของปฏิทินฮิจญ์เราะฮ์หรือปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนที่มุสลิมถือศีลอดทั้งเดือน ด้วยเหตุนี้จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า เดือนบวช และถือว่าเป็นเดือนที่สำคัญที่สุดเดือนหนึ่ง มุสลิมจะต้องอดอาหารเพื่อที่จะได้มีความรู้สึกถึงคนที่ไม่ได้รับการดูแลจากสังคม เช่น คนยากจน เป็นต้น และเดือนนี้ยังเป็นเดือนที่อัลกรุอานได้ถูกประทานลงมาเป็นทางนำให้กับมนุษย์ มุสลิมจึงต้องอ่านอัลกุรอาน เพื่อศึกษาถึงสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้มนุษย์รู้ว่าการเป็นอยู่ในโลกนี้และโลกหน้าจะเป้นอย่างไร และจะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง กิจกรรมพิเศษของมุสลิมนิกายซุนนะหฺคือการละหมาดตะรอเวียะฮ์ในยามค่ำของเดือนนี้
เมื่อสิ้นเดือนเราะมะฎอนแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองในวันที่ 1 เดือนเชาวาล เรียกว่า อีดุลฟิฏริหรือวันอีดเล็ก
ในปีพ.ศ. 2549 เดือนเราะมะฎอน (ฮ.ศ. 1427) เริ่มเมื่อวันที่ 23 กันยายน (ซาอุดีอาระเบีย อ่าวเปอร์เซีย และบางส่วนของในตะวันออกกลาง) และวันที่ 24 กันยายน ในที่อื่น ๆ (รวมทั้งส่วนอื่น ๆ ของตะวันออกกลาง) โดยมีกำหนดถึงวันที่ 23 ตุลาคม
Omani Halwa6 ขนมหวานคล้ายขนมเปียกปูนมีสีน้ำตาลรสค่อนข้างหวาน มักทานคู่กับกาแฟ (Arabic coffee) ที่มีกลิ่นและรสชาติเข้มข้น
อินทผาลัม7พืชตระกูลปาล์ม มีหลายสายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย
ลาบาน8 นมเปรี้ยวโยเกิร์ต มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นประเทศ นิยมทานพร้อมอินทผาลัมหลังการออกจากศีลอด(breakfast) ก่อนทานอาหารปกติ
มีอะไรที่ต่างกันจริงๆๆด้วย ตามมาจากตอนแรกครับ...
ขอบคุณค่ะ เรื่องศาสนานี่เขียนยากจัง ..
น่าสนใจค่ะ...ศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆ แต่ก็ไม่เกินที่จะเรียนรู้นะคะ
ดาวนับถือศาสนาพุทธ แล้วก็มีเพื่อนรูมเมทเป็นชาวมุสลิมค่ะ...อยู่ห้องเดียวกัน
คนหนึ่งละหมาด ในขณะที่อีกคนนั่งสวดมนต์ค่ะ ^^
ที่นี่เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ๋จะเป็นมุสลิม รองลงมาก็จะเป็นคริสเตียน ส่วนพุทธนี่แทบจะนับหัวกันได้เลย แต่เราก็อยู่ที่นี่กันปกติค่ะ ถึงเวลา สวด มุสลิมเค้าก็ไปสวดตามหน้าที่กลับมาทำงานต่อ สภาพสังคมถือว่าอยู่ร่วมกันอย่างสันติใช้ได้เลยค่ะ
การสวดที่สอดแทรกการปิดกั้นปฎิเสธ หรือ นิ่งเฉยต่อ ผู้มีพระคุณ ที่ให้ออกซิเจนของพระเจ้าสุทโธธนะหายใจ จรรโลงชีวิต จนมีมหาบุรุษ ชื่อ ตถาคตนั้น จะประเสริฐไปกว่า สวด เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้สร้างสิ่งทั้งหลาย แม้ยังไม่พบตัวตน มั้ยล่ะ