เมื่อวันเย็นของวันที่ 7 ธันวาคม 2555 ได้มีโอกาสเดินทางไปยังจังหวัดเลย โดยสายการเดินทางของบริษัท เมืองเลยแอร์ จำกัด ซึ่งเป็นรถปรับอากาศชั้นหนึ่ง ที่กัลยาณมิตรได้จองไว้ให้ เพื่อไปยังจังหวัดเลย ตามคำชวนและแนะนำให้ไว้เบื้องต้น

          การเดินทางก็ค่อนข้างจะลำบากนิดหน่อย เพราะว่าคนเยอะ รถถูกนำไปใช้เยอะ และเป็นเทศกาลวันหยุดเนื่องในวัน "รัฐธรรมนูญ" จึงทำให้คนเดินทางมากสัญจรมาก เราก็คนหนึ่งในนั้นที่ร่วมเดินทางและสัญจรด้วย ก็เลยเป็นส่วนหนึ่งของความหนาแน่นนั้นด้วย 

         รถออกในตอนทุ่มเล็กน้อย ไปถึงในตอนเกือบตีสี่ที่เมืองเลย และต่อรถสองแถวไปยังวิทยาลัยสงฆ์เลยที่ห่างออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร เรียกว่าถึงที่หมายเรียบร้อยแล้ว

[แอร์เมืองเลย กรุงเทพ-เลย-กรุงเทพ]

        เมื่อเดินทางไปถึง ก็เก็บเกี่ยวบรรยากาศที่เย็น  ๆ  ด้วยการเดินถ่ายรูปสำรวจพื้นที่ และเริ่มทำงานตามที่คุยกับท่านอาจารย์ประจำผู้สอน เรียกว่าไปแล้วไม่ให้เสียเที่ยว ได้งาน และเป็นประสบการณ์ ในฐานะ Quest Lucture  เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะนักศึกษาในระดับปริญญาตรีทั้งปี 1,2,3 ในวิชา การศึกษาอิสระในพระพุทธศาสนา/พุทธธรรมกับสังคมไทย/ปรัชญาเบื้องต้น/และธรรมประยุกต์ เรียกว่าแต่ละวิชาก็มีความแตกต่างกันพอสมควร แต่ด้วยเวลาที่ไม่มากนัก และผสมกับนักศึกษาส่วนใหญ่มีฐานความรู้จึงทำให้การเรียนสอน เป็นไปในลักษณะของการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกันเสียมากกว่า เพราะโดยเจตนาเป็นการไปแบ่งปัน ในสิ่งที่เรามี และรับรู้แบ่งปันจากสิ่งที่นักศึกษาของวิทยาลัยสงฆ์เลยมี  ซึ่งบรรยากาศโดยรวมของการเรียนการสอนก็เป็นที่ประทับใจ ทั้งผู้มา และผู้อยู่

         จากนั้นก็เดินสำรวจสถานที่ภายในวิทยาลัยสงฆ์ เช่น สถานีวิทยุของวิทยาลัยสงฆ์ / ร้านค้าสหกรณ์ที่มีไว้บริการนักศึกษาทั้งพระ และฆราวาส  หอพักนักศึกษาที่ทำกันเอง โรงอาหารที่ดูอย่างไรก็มีเพียงร้านเดียว มากกว่านั้นไม่ได้ เพราะกลุ่มผู้บริโภคมีอย่างจำกัด

[อากาศยามเช้าที่วิทยาลัยสงฆ์เลยในยามที่มาถึงเช้าแรก]

[อาคารวิทยาลัยสงฆ์เลยในยามเที่ยงที่แดดส่องสว่างพร้อมทิวเขา และแนวไม้]

[อาคารวิทยาลัยในมุมจากแนวหน้าตัวอาคาร]

[สถานีวิทยุของวิทยาลัยสงฆ์เลย]

[ห้องส่ง จัดรายการ ภายในอาคารสถานวิทยุของวิทยาลัยสงฆ์]

[บรรยากาศนักศึกษาระดับปริญญาตรี ทั้งพระและฆราวาสในหลักสูตรพิเศษ เสาร์-อาทิตย์]

[นักศึกษาในบรรยากาศที่พร้อมจะเข้าสู่บทเรียน]

          การเรียนการสอนมีทั้งเช้าและบ่ายของเสาร์อาทิตย์ทั้ง 2 วัน เมื่อไปแล้วก็ทำงานอย่างเต็มที่ ทั้ง 2 วัน

         วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2555 ในภาคบ่าย หลังจากบรรยายเสร็จเป็นที่เรียบร้อย จึงร้องขอกับกัลยาณมิตร ผู้เป็นสหาย ให้พาไปยังสถานที่เหมาะแก่การเรียนรู้ในแบบคนเมืองหน่อย การท่องเที่ยวเชิงศึกษาจึงเริ่มขึ้น โดยการเดินทางไปยัง "วัดทับมิ่งขวัญ" ที่ในสายปฏิบัติกรรมฐานส่วนใหญ่หรือชาวพุทธที่ศึกษาพระพุทธศาสนามาพอสมควร จะเป็นที่รู้จักกันว่า ท่านเป็นชาวจังหวัดเลย และตั้งสำนักวัดทับมิ่งขวัญแห่งนี้ และไปตั้ง "วัดสนามใน" ให้เป็นสำนักปฏิบัติแก่ชาวนนทบุรี และกรุงเทพ ท่านทำการเผยแ่ผ่ได้ช่วงเวลาหนึ่ง จึงกลับมารักษาสุขภาพที่วัดทับมิ่งขวัญ และมรณภาพที่วัดแห่งนี้  รวมทั้งสรีระของท่านก็ถูกฌาปนกิจที่วัดแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

           บรรยากาศของวัดเป็นสถานที่ที่ร่มรื่น ตั้งอยู่บนสันดอนกลางแม่น้ำ "เลย" ที่เป็นที่ตั้งของวัด บรรยากาศรวม ๆ ภายในมีำกุฎิหลังเล็กที่พอเหมาะกับการอยู่อาศัยและปฏิบัติธรรม รวมทั้งมีเพิงสำหรับเดินจงกรม โดยรวมวัดถูกออกแบบให้เป็นสำนักปฏิบัติ ที่ยังรักษาแนวปฏิบัติของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ไว้ รวมทั้งส่งเสริมการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องแม้กระทั่งปัจจุบัน ในขณะที่ไปถึงเห็นนักปฏิบัติมาเจริญภาวนากันพอมี ในตอนเย็น ๆ  ได้ทักทาย และสังเกตการณ์พบว่า มีกุฏิหลังเล็ก ๆ จำนวนมาก มีผู้มาภาวนากันประปราย และได้พบกับท่านคำไม พระอาจารย์คำไม  ฐิตสีโล  เจ้าอาวาส ซึ่งเป็นศิษย์หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ท่านก็เล่าให้ฟังกับข้อมูลทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับวัด ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าประทับใจ เพราะว่าวัดยังคงยึดแนวทางของหลวงพ่อเทียน และทำหน้าที่เป็นวัดในการพัฒนาอุดมการณ์ศาสนาอย่างต่อเนื่อง สนทนาธรรมกับท่านสักพักใหญ่ จึงได้กราบนมัสการลากลับ เพื่อไปยังสถานที่่ต่อไป

ป้ายวัดทับมิ่งขวัญ สถานที่ของการปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเลย "สมาธิแบบเคลื่อนไหว"

[บรรยากาศของสำนักปฏิบัติ ที่ร่มรื่นเต็มไปด้วย ร่มไม้ ใบบัง จำนวนมาก]

[วัดทับมิ่งขวัญ กับสัญลักษณ์ของการปฏิบัติ]

[พระอาจารย์คำไม  ฐิตสีโล  เจ้าอาวาสวัดทับมิ่งขวัญ รูปปัจจุบัน]


          [สถานที่แห่งที่ 2 ] จากนั้นเราจึงเดินทางต่อไปยังสถานที่เป็นสำนักวัดป่าอีกแห่งหนึ่งคือ วัดถ้ำผาปู่ ซึ่งเป็นสำนักปฏิบัติของคณาจารย์สายวัดป่าชื่อดังคือ หลวงปู่คำดี ปภาสี ถ้าพูดถึงในศิษย์ลูกปู่มั่น ในสายสำนักปฏิบัติไม่มีใครไม่รู้จัก ซึ่งสำนักก็เป็นวัดป่า ที่ร่มรื่น มีบรรยากาศของการต้นไม้ กลิ่้นไอของความเงียบสงบ และในเวลาเดียวกัน ยังมีถ้ำที่ชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวว่าต้องมากราบนมัสการ และรับน้ำธรรมชาติศักดิ์สิทธิ์  เมื่อเราเดินถ่ายรูปเที่ยวท่อง จนสมควรแก่เวลา จึงเดินทางออกไปต่อยังสถานที่ต่อไป เรียกว่ามาแล้วมาทัวร์ชะโงก เยี่ยมชมสถานที่ ชื่นชมบารมีครูบาจารย์ ก็คงเพียงพอแล้วกระมัง 

[เป้าบอกแหล่งท่องเที่ยวภายในวัด]

[วัดถ้ำผาปู่ สถานที่ของวัดป่า ที่ร่มรื่น และถ้ำอันเป็นแหล่งท่องเที่ยว]

[ทางลงไปยังบริเวณถ้ำที่อยู่ด้านล่างของภูเขา]

[ภายในถ้ำที่มีนักท่องเที่ยว ชาวพุทธเข้าไปกราบนมัสการขอพร]

[บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำที่ผู้แวะเวียนเข้ากราบนมัสการและเยี่ยมชม]

[บรรยากาศร่มรื่นภายในวัด]

[เจดีย์หลวงปู่คำดี ปภาสี อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำผาปู่ ศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตฺโต]

[ภาพจากเน็ต : หลวงปู่คำดี ปภาโส อดีตเจ้าอาวาส]

          [สถานที่ 3] ก่อนจะพบค่ำเล็กน้อย พวกเราได้ไปต่อยัง วัดศรีอภัยวัน ถ้าพูดถึงชื่อวัดคงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า "วัดหลวงปู่ท่อน ญารธโร " คงไม่มีใครรู้จักในแวดวงสายวัดป่า ศิษย์หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หรือเชื่อมไปจนถึงศิษย์หลวงปู่ มั่น ภูริทัตโต พวกเราไปพบพระฝรั่งจากออสเตรเลีย บนกุฎิหลวงปุ่ แต่ท่านเพิ่งบวชได้สามเดือน และในวันรุ่งขึ้น กำลังจะย้ายไปปฏิบัติธรรมยังสถานที่แห่งอื่น  และได้ทราบความจากแม่ชีที่เป็นอุปัฎฐานภายในวัด ให้ข้อมูลว่าหลวงปู่ไม่อยู่   ไปกิจนิมนต์ที่กรุงเทพ พวกเราจึงบอกไปว่า มาเยี่ยมชมวัด ซึ่งแม่ชีก็ยินดีให้พวกเราเดินทางสำรวจได้ตามเต็มที่ เพราะวัดส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า มีกุฏิของพระสงฆ์ ตั้งอยู่สลับกับต้นไม้  ในที่ห่างกันไกล พอสมควร เพื่อเป็นที่ภาวนา      และที่สำคัญมีกุฏิที่เขียนว่า "ฐานสโมนุสรณ์"  ซึ่งทำให้ทราบความได้ว่า เป็นกุฏิที่ทางหลวงปู่ท่อน ในฐานะศิษย์ได้สร้างถวายเป็นอนุสรณ์แก่ครูอาจา่รย์คือ "หลวงปู่ชอบ ฐานสโม" รวมทั้งในอดีตหลวงปู่ท่านก็เคยมาพำนัก ปฏิบัติธรรมร่วมกับศิษย์ที่วัดศรีอภัยวันแห่งนี้ด้วย

[สภาพร่มรื่นภายในวัดป่า และที่เห็นไกล ๆ กุฎิที่สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่หลวงปู่ชอบ ฐานสโม] ภายในวัดศรีอภัยวัน]

[ทางเดินเชื่อมระหว่างกุฎิแต่ละหลังภายในสวนป่าแห่งการปฏิบัติธรรมในวัดศรีอภัยวัน (หลวงปู่ท่อน ญาณธโร)]

[ภาพหลวงปู่ท่อน ญาณธโร ภายในวัดศรีอภวัยวัน จ.เลย]


          [สถานที่ 4] ในเช้าวันที่ 10 ธันวาคม 55 วันรัฐธรรมนูญ พวกเราไปยังวัดป่าภูทอก ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลหนองงิ้ว อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เื่พื่อดูสำนักปฏิบัติธรรมสายหลวงพ่อ ชา สุภทฺโท ซึ่งเป็นศิษย์หลานของอาจารย์ชา อีกที แต่บรรยากาศที่ร่มรื่น อยู่ชายเขา และมีแมกไม้ใบบังจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศของวัดที่ร่มรื่นเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาตามแบบของพระสายวัดป่า มีโบสถ์ กุฎิ ศาลาการเปรียน ที่ออกแบบสอดคล้องกลมกลืนกับธรรมชาติและต้นไม้ ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นหลานศิษย์ของปู่ชา สุภทฺโท ที่มาจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมและวัดอยู่ในบริเวณจังหวัดเลย เมื่อเราเดินทางเยี่ยมกันได้อรรถได้ รสกันพอสมควรแก่เวลา จึงได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ

[โบสถ์ไม้ที่ดูเป็นเอกลักษณ์เรียบง่าย]

[บรรกาศของวัดป่าภูทอก จังหวัดเลยที่กำลังก่อสร้าง พัฒนา]

[โบสถ์ไม้กลางป่าที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติกับวัสดุสิ่งสร้างอย่างลงตัว]

[พระทำ ที่วัดป่าภูทอก  ศิษย์สายหลวงปู่ชา ที่จังหวัดเลย]

[บรรยากาศที่เต็มไปด้วยต้นไม้ในแบบวัดป่า]

         จังหวัดเลยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนของครูอาจารย์สายปฏิบัติหลายท่าน และก่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างเห็นผลจนเป็นที่ขึ้นชื่อหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่คำดี ปภาโส หลวงปู่พัน ฐิตธมฺโม หลวงปู่ท่อน ญาณธโร หลวงปู่ขันตี ญาณวโร วัดป่าม่วงไข่  เป็นต้น ดังนั้นการเดินทางและทำกิจกรรมในฐานะผู้แบ่งปัน จึงเกิดขึ้นร่วมกัน แต่ในเวลาเดียวกันการเดินทางไกล ก็ทำให้เราได้มากกว่าที่ควรจะได้ เห็นมากกว่าที่จะเห็น การนำมาบอกกล่าว เล่าต่อ จึงเหมือนเป็นการแบ่งปัน บนฐานความรู้ความสามารถ ที่พอจะถ่ายทอดได้ และคาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์บ้าง.....


บันทึกไว้เมื่อไปเมืองเลย
8-10 ธันวาคม 2555
โมไนย พจน์