อาชญารถ หรือ อาชญมาลา ปรัสไมบท

1. ความหมาย

ถ้าเป็นนักศึกษาภาษาไทย(ที่ขยัน) คงจะรู้จักอาชญมาลา (อาด-ชะ-ยะ-มา-ลา) กันบ้าง แต่ผู้สนใจภาษาโดยทั่วไปอาจไม่เข้าใจ อธิบายง่ายๆ อาชญมาลา ก็คือประโยคคำสั่ง หรือขอร้องนั่นเอง ในภาษาสันสกฤตนั้นมีการใช้ปัจจัยบอกเพศ บุรุษ แยกออกมา แบบเดียวกับกาลต่างๆ

ตำราไวยากรณ์บางเล่มเรียก อาชฺญารถ (อาชฺญา + อรฺถ = เพื่อสั่ง, อาด-ชะ-ยา-ระ-ถะ) บ้างก็เรียก อาชฺญา เฉยๆ แต่ตำราภาษาไทยมักใช้ว่า อาชญมาลา ที่เรียกว่า มาลา นั้น เพราะไม่ได้เป็น “กาล” ไม่เกี่ยวกับเวลา  พูดอีกนัยหนึ่งก็ว่า การสั่งนี้ไม่เปลี่ยนตามเวลา

(แต่ในภาษาอื่น เช่นภาษาละติน ประโยคคำสั่งแยกย่อยไปหลายกาล เช่น ปัจจุบันกาล อดีตกาล ฯลฯ)  นอกจากนี้ยังมีศัพท์เฉพาะที่ปาณินิได้กำหนดขึ้น เรียกประโยคคำสั่งว่า โลฏฺ (लोट्)

ถ้าเป็นตำราภาษาอังกฤษ จะเรียกว่า imperative หรือ present imperative (ที่ต้องบอกภาษาอังกฤษด้วย ก็เพราะหลายครั้งเราต้องใช้พจนานุกรมสันสกฤตของฝรั่ง หรือตำราไวยากรณ์ของฝรั่ง ส่วนพจนานุกรมสันสกฤตของอินเดีย หรือตำราไวยากรณ์ของอินเดียนั้นในบ้านเราหายากมาก และส่วนใหญ่เขียนเป็นภาษาฮินดี จึงควรรู้ศัพท์เหล่านี้เอาไว้)

2. การใช้

อาชญารถนี้แจกได้ 2 บท (ปรัสไมบท และ อาตมเนบท) เช่นกาลอื่นๆ และสามารถใช้เป็นกรรมวาจก (โดยแจกเป็นอาตมเนบทเท่านั้น) เช่นกัน

โดยมากการสั่งจะใช้กับบุรุษที่ 2 คือคนที่เราพูดด้วย ที่พบบ่อยคือ บุรุษที่ 2 เอกพจน์ นอกจากนั้นก็เป็น บุรุษที่ 3 เอกพจน์ และพหูพจน์  การใช้คำสั่งกับบุรุษที่ 3 นั้นเป็นเหมือนคำแสดงความปรารถนา หรือ เช่น ชยตุ (ขอให้เขาจงชนะ)

*โปรดสังเกตว่า เมื่อเราพูดกับบุคคลใดๆ บุคคลนั้นๆ ย่อมเป็นบุรุษที่ 2, แต่หากเราใส่ชื่อเขา คนนั้นจะเป็นบุรุษที่ 3 ทันที ในวรรณคดีสันสกฤตนั้น มีบ่อยครั้งที่เรียกบุรุษที่ 2 ด้วยชื่อ และใช้กริยาเป็นบุรุษที่ 3 พูดง่ายๆ ว่า เมื่อใดประธานไม่ใช่ “ท่าน”(ตฺวมฺ) แต่เป็นคำนาม ก็ถือเป็นบุรุษที่ 3

ทีนี้ การใช้อาชญารถ กับบุรุษที่ 1 (ฉัน, เราทั้งสอง, เราทั้งหลาย) นั้น มีความหมายว่า เป็นความตั้งใจที่จะทำในอนาคต ไม่ได้สั่งตัวเอง

3. ปัจจัยบอกบุรุษเพศ แห่งอาชญารถ ปรัสไมบท (อาตมเนบทไว้เรียนในบทต่อๆ ไป)

ตามนี้เลย

-

  เอกพจน์

  ทวิพจน์

  พหูพจน์

บุรุษที่ 1 อุตมบุรุษ

  -อานิ-āni*

  -อาว -āva

  -อาม -āma

บุรุษที่ 2 มัธยมบุรุษ

  -**

  -ตมฺ -tam

  -ต -ta

บุรุษที่ 3 ประถมบุรุษ

  -ตุ -tu

  -ตามฺ -tām

  -อนฺตุ -antu

*ปัจจัยที่ขึ้นต้นด้วยสระ ให้ลบอะ หลังเค้ากริยาออกก่อน

** ได้เค้ากริยาแล้ว ไม่ต้องลงปัจจัยอะไร

ตัวอย่าง ธาตุ 1ป√วทฺ √वद् √vad (พูด) แจกปรัสไมบท (เค้ากริยา vad + a, วท)

-

  เอกพจน์

  ทวิพจน์

  พหูพจน์

บุรุษที่ 1 อุตมบุรุษ

  วทานิ vádāni

  วทาว vádāva

  วทาม vádāma

บุรุษที่ 2 มัธยมบุรุษ

  วท váda

  วทตมฺ vádatam

  วทต vádata

บุรุษที่ 3 ประถมบุรุษ

  วทตุ vádatu

  วทตามฺ vádatām

  วทนฺตุ vádantu

3. การปฏิเสธ

ประโยคบอกเล่าอดีตกาล และปัจจุบันกาลที่ผ่านมา เราใช้ “น” เป็นคำปฏิเสธ เช่น พาโล วิทฺยามนฺทิรํ น คจฺฉติ. เด็กชายไม่ไปโรงเรียน. แต่ในประโยคอาชญารถ เราจะใช้ “มา” เช่น มา คจฺฉ. (ท่าน)อย่าไป.  มา วทตุ. (เขาอย่าพูด)

4. การใช้เพิ่มเติม

ในบางกรณี (พบน้อยมาก) สำหรับบุรุษที่ 2 และที่ 3 เอกพจน์ และพหูพจน์ อาจใช้ปัจจัย ตาตฺ ได้ มีความหมายเป็นคำสั่งในภายหลัง หรือในอนาคต เช่น ภวตาตฺ. ขอให้เป็น(ในภายภาคหน้า) 


กริยา

  • √อสฺ+อภิ (อภฺยสฺยติ abhyásyati) ท่องจำ, เรียน
  • √อสฺ+ปฺร(ปฺราสฺยติ prā́syati) ขว้างไปข้างหน้า, ขว้างเข้าไป
  • √ทิศฺ+อา(อาทิศติ ādiśáti) สั่ง
  • √ทฺฤศฺ(กรรมวาจก, ทฺฤศฺยเต dṛśyáte) ดูเหมือน, ดู
  • √วสฺ + นิ (นิวสติ nivásati) อาศัย
  • √วฺฤตฺ + ปฺร (ปฺรวรฺตเต pravártate) ดำเนินไป, เกิดขึ้น, เป็นไป
  • √ศุจฺ(śócati โศจติ) เศร้า
  • √สทฺ + นิ (niṣī́dati นิษีทติ) นั่งลง


แบบฝึก

  1. สร้างเค้าจากธาตุข้างบน (สังเกตจากกริยาที่แจกแล้ว)
  2. สร้างกริยาอาชญารถ จากธาตุข้างบน  หรือจะแต่งเป็นประโยคก็ได้, เป็นคำสั่งห้ามก็ได้
  3. แปลเป็นไทย 1) อธิติษฺฐตุ 2) คจฺฉตมฺ 3) นิวสตมฺ 4) นิษีทนฺตุ 5) อานย 6) ปฺราสฺยานิ 7) อาคจฺฉตามฺ 8) ปฺฤจฺฉตุ 9) กฺษิปต 10) ปศฺยต