พยายามค้นหาที่มาของเครื่องหมายสวัสดิกะโดยใช้แนวคิดทางโหราศาสตร์ไทย (๒)

ที่มาของสวัสดิกะในแบบที่สอง

 

ในประเภทนี้จัดให้คู่ธาตุลมและธาตุน้ำที่เกิดจากการหมุนของโลกเป็นแกนหลักให้อยู่ในแนวตั้ง ส่วนคู่ธาตุไฟและธาตุดินที่เกิดจากธาตุธรณี เป็นแกนรองให้อยู่ในแนวนอน อาจแบ่งได้เป็นสองลักษณะ คือ

 
ลักษณะที่ ๑ เวียนขวา

       ๒      ๕      ๓

       ๔               ๖

       ๘      ๑      ๗ 


 

๔๘ คือธาตุลม และ ๓๖ คือธาตุน้ำจากระบบการหมุนของโลก เป็นแกนหลักในแนวตั้ง ๒๕ คือธาตุดิน และ ๑๗
คือธาตุไฟจากระบบธาตุธรณี เป็นแกนรองในแนวนอน พอเรียงธาตุเวียนขวาจะได้ น้ำ (๓๖) - ไฟ (๗๑) - ลม (๘๔) - ดิน (๒๕) 

 

เมื่อลากเส้นหนึ่งเริ่มจากธาตุน้ำ ๓ ไป ๖ ข้ามไปธาตุลม ๔ และสิ้นสุดที่ ๘ และอีกเส้นลากจากธาตุดิน ๒ ไป ๕ ข้ามไปยังธาตุไฟ ๑ สิ้นสุดที่ ๗ จะเกิดรูปการหมุนจักรของสวัสดิกะแบบเวียนขวายึดตามทิศทางที่ธาตุพุ่งเข้าสู่ศูนย์กลาง


และเมื่อจักรหมุนจะทำให้เกิดการทำงานของสภาวะธาตุขึ้นสองกลุ่มคือ ๓๗๘๒ และ ๖๑๔๕ หมุนซ้อนกันแบบเวียนขวาเช่นกัน


 
ลักษณะที่ ๒ เวียนซ้าย

       ๔     ๑      ๗

       ๘             ๓ 

       ๒     ๕      ๖


 

สลับตำแหน่งของคู่ธาตุไฟและธาตุดินของระบบธาตุธรณี เพื่อให้เวียนธาตุทางซ้ายจะได้ น้ำ (๖๓) – ไฟ (๗๑) –
ลม (๔๘) – ดิน (๒๕)

 

เมื่อลากเส้นจากธาตุน้ำ ๖ ไป ๓ ข้ามไปธาตุลม ๘ สิ้นสุดที่ ๔ และอีกเส้นลากจากธาตุดิน ๒ ไป ๕ ข้ามไปธาตุไฟ ๑ สิ้นสุดที่ ๗ จะเกิดสวัสดิกะหมุนแบบเวียนซ้าย ยึดตามทิศทางที่ธาตุพุ่งเข้าสู่ศูนย์กลาง

 

และเมื่อจักรหมุนก็จะเกิดการทำงานของกลุ่มสภาวะธาตุอีกแบบ คือ  ๖๗๔๒ และ ๓๑๘๕ หมุนซ้อนกันแบบเวียนซ้ายเช่นกัน


การหมุนแบบนี้อาจหมายถึงการต้องใช้กำลังผลักดันอย่างมากจึงจะเคลื่อนตัวไปได้ เหมือนพายเรือทวนน้ำ อันเนื่องจากให้คู่ธาตุลมกับธาตุน้ำจากการหมุนของโลกเป็นแกนหลัก หมุนคู่ธาตุธรณีคือธาตุไฟกับธาตุดินในแกนรอง
และจะเรียกการหมุนแบบนี้ว่าการหมุนแบบมหาจักร ได้หรือไม่?


สุพัฒน์ เจริญสรรพพืช
วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๕ จันทบุรี